เจาะลึกค่าลดหย่อน “ภาษีพ่อแม่”

เรื่องของการลดหย่อนภาษีเงินได้ ถือเป็นอีกเรื่องที่ผู้มีเงินได้ควรเตรียมวางแผนและนำมาพิจารณาโดยหนึ่งในหมวดการลดหย่อนที่เหมาะสมกับสังคมของประเทศไทยนั้นคือ การลดหย่อนภาษีบิดาและมารดาด้วยลักษณะทางสังคมของไทยคือ การดูแลบิดามารดา กตัญญู ตอบแทนท่าน ดูแลท่านในยามเกษียณ หรือมีอายุมากขึ้น


โดยผมจะขอแบ่งหมวด การลดหย่อนภาษีสำหรับบิดาและมารดา เป็น 2 หมวดย่อย คือ 

1. ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา และ 2. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา


ซึ่งในแต่ละหมวดจะมีเงื่อนไข ข้อกำหนด และข้อยกเว้นอยู่ เรียกได้ว่าต้องศึกษารายละเอียดให้ดีเสียก่อนที่จะใช้สิทธิลดหย่อนนี้ เพราะหลายๆ ท่านเข้าใจผิด หรือมองข้ามเงื่อนไขไปส่งผลให้มีปัญหา และถูกปรับเงินหลังจากการดำเนินการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปแล้ว โดนทั้งเรียกตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของบิดามารดา ในเรื่อง อายุ หรือ รายได้ โดยที่บางท่านไม่ทราบมาก่อนด้วยซ้ำว่ามีเงื่อนไขเหล่านี้กำหนดอยู่


หมวดที่ 1 “ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา มีข้อกำหนดไว้ว่า ผู้มีเงินได้ที่มีภาระดูแลบิดามารดา รวมถึงบิดามารดาของคู่สมรส ซึ่งมี อายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ ไม่เกิน 30,000 บาท ในแต่ละปีภาษี สามารถนำค่าเลี้ยงดูบิดามารดามาลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท ไม่เกิน 4 คน โดยจะต้องมีหนังสือรับรองการลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (..03) เป็นเอกสารประกอบการใช้สิทธิลดหย่อน





กรณีมีพี่น้องสามารถใช้สิทธิแยกกันได้ เช่นพี่นำบิดาไปลดหย่อน 30,000 บาท ส่วนน้องนำมารดาไปลดหย่อน อีก 30,000 บาท หรือหากไม่มีพี่น้อง บุตรก็สามารถนำทั้งบิดาและมารดามาลดหย่อนได้รวมกัน 60,000 บาท เป็นต้น 


หมวดที่ 2 “ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา อีกหนึ่งรายการค่าลดหย่อนสำหรับบุตรที่จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้บิดามารดาในปัจจุบัน โดย ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ เหล่านี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่ต้องรวมแล้ว ไม่เกิน 15,000 บาท (รวมบิดาและมารดา) ทั้งนี้ความคุ้มครองประกันสุขภาพจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร 


ตัวอย่าง กรณีมีพี่น้องและร่วมกันซื้อประกันสุขภาพให้บิดามารดาและมีเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายรวม 20,000 บาท สามารถแบ่งกันตามสัดส่วนเช่น พี่รับผิดชอบเบี้ยประกัน 50% คิดเป็น 10,000 บาท และ น้องก็รับผิดชอบอีก 50% อีก 10,000 บาท ต่างฝ่ายต่างนำไปลดหย่อนได้เช่นกัน โดยผู้เสียภาษี 1 คน สามารถลดหย่อนหมวดนี้ได้สูงสุด 15,000 บาทนั่นเอง 



ข้อควรระวัง
ก่อนใช้สิทธิ!


1.ผู้ใช้สิทธิลดหย่อนนี้ต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดาผู้มีเงินได้เท่านั้น

(บุตรบุญธรรมไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบิดามารดาที่เป็นผู้รับบุตรบุญธรรม)


2.ควรตรวจสอบกับบิดามารดาให้ดีว่า ท่านไม่มีรายได้จริงๆ ในทุกๆประเภทเงินได้ 40(1) - 40(8)


(บางกรณี เช่น บุตรบางคนไม่ทราบว่าบิดามีรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล เป็นต้น)


3.กรณีใช้สิทธิของบิดามารดาคู่สมรส ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคู่สมรสไม่มีเงินได้


จะเห็นได้ว่าสิทธิในการนำบิดามารดามาลดหย่อนภาษีนั้นไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่ผู้มีเงินได้ต้องอย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีทั้งบิดามารดา และคู่สมรสก่อนจะใช้สิทธิ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเจอในภายหลัง และอย่าลืมพึงใช้สิทธิที่มีในการลดหย่อนภาระภาษี เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวท่านเอง


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

ณัฐพล ควรสถิต

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Where to put your money
YLG มั่นใจทองยังเป็นขาขึ้น แม้ระยะสั้นแกว่งตัว Sideway หนี้สาธารณะ-De-dollarization หนุน แนะทยอยสะสมโซน 4,000 ดอลลาร์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัลพัฒนา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ ร่วมแสดงพระฉายาลักษณ์ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
DRT ส่งซิกผลงานไตรมาส 2/69 เติบโตตามแผน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
BDMS เพิ่มงบ WellEra รวมมูลค่า 2.9 หมื่นลบ. ขยายพื้นที่อาคารเพิ่มศักยภาพโครงการ รองรับธุรกิจ Wellness คาดแล้วเสร็จปี 73
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“AI” โอกาสลงทุน “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ศก.โลก ชี้เพิ่งอยู่ช่วงเริ่มต้น “วัฏจักรขาขึ้น” รอบใหญ่... ส่วน “หุ้นอวกาศ” อีกแนวโน้มการเติบโตแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us