ทำธุรกิจด้วย ‘ภาษี’ แบบไหนดี (ตอนที่ 1)

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้ประกอบการขนาดเล็ก คงหนีไม่พ้นเรื่องการเลือก “รูปแบบในการทำธุรกิจ” ว่าจะเลือกรูปแบบ บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ซึ่งปัจจัยที่ผู้ประกอบการควรพิจารณานั้นมีหลายปัจจัย เช่น เรื่องความคล่องตัวในการทำธุรกิจ, ความรับผิดในหนี้สิน, ความน่าเชื่อถือของธุรกิจ, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน, ระบบควบคุมภายใน, การวางรากฐานเพื่อการเติบโต ฯลฯ








“และยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นปัจจัยยอดนิยมของผู้ประกอบการ คือ เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ บทความนี้จึงขอไขข้อข้องใจของเหล่าผู้ประกอบการว่า การทำธุรกิจในรูปแบบ บุคคลธรรมดา (ซึ่งเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ Personal Income Tax เรียกย่อๆ ว่า PIT”) กับการทำธุรกิจในรูปแบบ นิติบุคคล(เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ Corporate Income Tax หรือ “CIT”) แบบไหนเสียภาษีเงินได้น้อยกว่ากันค่ะ”


การคำนวณภาษีมีหลักในการคำนวณที่เป็นพื้นฐาน คือ





เพราะฉะนั้นถ้าจะพิจารณาถึง “ความแตกต่าง” ของจำนวนภาษีเงินได้ที่ต้องเสียจากการประกอบธุรกิจในรูปแบบ ‘บุคคลธรรมดา เปรียบเทียบกับในรูปแบบ นิติบุคคล จึงต้องพิจารณาถึงความแตกต่างในเรื่อง ฐานภาษี และเรื่อง อัตราภาษี ทั้งนี้ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างประกอบในบทความนี้เป็นการทำธุรกิจซื้อมาขายไป เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจหลักการได้โดยง่ายและสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตนเองต่อไป



1.ฐานภาษี (กรณีธุรกิจซื้อมาขายไป)





2.อัตราภาษี


อัตราภาษี PIT จะเป็นอัตราก้าวหน้าตั้งแต่ 0% - 35% ส่วนอัตราภาษี CIT สำหรับนิติบุคคลที่เป็น SME (คือมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี) คือ 0% - 20% โดยแสดงเปรียบเทียบในแต่ละขั้นของฐานภาษีดังนี้






“จะเห็นว่าอัตราภาษี CIT นั้นเท่ากันหรือต่ำกว่าอัตราภาษี PIT สำหรับทุกระดับของฐานภาษี ยกเว้นที่ฐานภาษี 300,001 – 500,000 บาทซึ่งอัตราภาษี CIT (15%) นั้นมากกว่าอัตราภาษี PIT (10%)


กลับมาที่คำถามว่าแล้วทำธุรกิจในรูปแบบไหน “เสียภาษีน้อยกว่ากัน” ผู้เขียนอยากให้พิจารณาดังนี้


ขั้นตอนที่ 1: ให้พิจารณาว่าเงินได้พึงประเมินจากการทำธุรกิจของเรา ถ้าทำในรูปแบบบุคคลธรรมดาสามารถ หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้หรือไม่ เช่น ในกรณีตัวอย่างที่เป็นธุรกิจซื้อมาขายไป สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60%


ขั้นตอนที่ 2: ถ้าสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ ให้พิจารณา อัตรากำไรของธุรกิจ (Profit Margin)’ ว่าถ้าทำในรูปแบบบุคคลธรรมดาควร หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือ หักค่าใช้จ่ายตามจริงเช่น ในกรณีตัวอย่างที่เป็นธุรกิจซื้อมาขายไป ถ้าผู้เสียภาษีเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาที่ 60% หมายความว่าจะมีอัตรากำไรที่ต้องไปเสียภาษีที่ 40% ถ้าในความเป็นจริงธุรกิจสามารถทำกำไรได้น้อยกว่า 40% การหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริงย่อมเป็นการประหยัดภาษีกว่า


แต่ในทางกลับกันถ้าธุรกิจสามารถทำกำไรได้มากกว่า 40% การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาที่ 60% ย่อมเสียภาษีน้อยกว่า”


ขั้นตอนที่ 3: เมื่อพิจารณาเลือกได้แล้วว่าถ้าทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาจะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง จึงค่อยมาคำนวณภาษีเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล โดยในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น ยังไม่ต้องรวมค่าลดหย่อนในการคำนวณ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นการเปรียบเทียบภาษีที่คำนวณจากเฉพาะผลกำไรของธุรกิจก่อน


ตัวอย่างในตารางข้างล่างนี้ แสดงภาษีเงินได้ในกรณีที่ธุรกิจมีรายได้ (เงินได้พึงประเมิน) 10 ล้านบาท ที่ระดับอัตรากำไรต่างๆ กัน เช่น ที่ระดับอัตรากำไร 10% กำไรสุทธิที่คำนวณจากค่าใช้จ่ายจริง จะคือ 1 ล้านบาท ถ้าเป็น ‘นิติบุคคล’ จะเสียภาษีเงินได้ 105,000 บาท แต่ถ้าเป็น ‘บุคคลธรรมดา’ จะเสียภาษี 115,000 บาท แต่ถ้าบุคคลธรรมดาเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% จะมีกำไรเพื่อเสียภาษี 4 ล้านบาท ทำให้ต้องเสียภาษีเงินได้ 965,000 บาท (ยังไม่หักค่าลดหย่อน)





“เมื่อเปรียบเทียบถึงตรงนี้จะพบว่าที่กำไรที่เท่ากันภาษีเงินได้ CIT มักจะน้อยกว่าภาษีเงินได้ PIT แต่ยังมีความแตกต่างที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เรายังไม่ได้พิจารณา คือ กำไรหลังภาษี ที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลยังเป็นของนิติบุคคลนั้นๆ ยังไม่ได้มีการจ่ายผลกำไรนั้นมาที่เจ้าของธุรกิจ เจ้าของธุรกิจจึงยังไม่สามารถนำผลกำไรนั้นไปจับจ่ายใช้สอยส่วนตัวได้ ในขณะที่กำไรหลังภาษีที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดานั้นเป็นของเจ้าของธุรกิจแล้ว ดังนั้นเจ้าของธุรกิจสามารถนำผลกำไรนั้นไปใช้จ่ายส่วนตัวได้”


ในบทความ “ตอนที่ 2” ผู้เขียนจะนำ “ความแตกต่าง” นี้มาพิจารณาเพิ่มเติม โดยสมมติว่าถ้าธุรกิจในรูปแบบ “นิติบุคคล” ได้จ่ายผลกำไรทั้งหมดให้เจ้าของธุรกิจในรูปเงินปันผล ภาระภาษีเงินได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ซึ่งประกอบด้วย ภาษี CIT’ จากกำไรจากธุรกิจ และ ภาษี PIT’ จากเงินปันผลและเครดิตภาษีเงินปันผล จะยังคงน้อยกว่าภาระภาษีเงินได้จากการประกอบธุรกิจในรูปแบบ “บุคคลธรรมดา” หรือไม่ค่ะ


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ธัญญพัทธ์ วรวงษ์สถิตย์

CFA, CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us