ทรัพย์สินเท่าไหร่...ควรทำ “พินัยกรรม” ?

เมื่อพูดถึง “การทำพินัยกรรม” หลายท่านอาจคิดว่า เป็นเรื่องของคนรวย มีทรัพย์สินจำนวนมาก อีกทั้งยังรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ความคิดเหล่านี้ถือเป็นทัศนคติที่ “ไม่ถูกต้อง” เพราะเราทุกคนต่างทยอยสะสมทรัพย์สินของตัวเองอยู่แล้วระหว่างการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน “พินัยกรรม” จึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ทุกคนและทุกช่วงวัย เพราะเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ อาทิ  การเกิดอุบัติเหตุ หรือโรคภัยไข้เจ็บที่รุนแรงถึงขั้นชีวิต เมื่อเกิดขึ้นแล้วแต่ไม่ได้ทำ “พินัยกรรม” เอาไว้ อาจส่งผลให้สินทรัพย์ต่างๆ ไม่ได้ตกไปเป็นของคนที่เป็นเจ้าของทรัพย์ต้องการจะให้จริงๆ


“รวมถึงปัญหาลูกหลานไม่ทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรและอยู่ที่ไหนบ้าง ทำให้ทรัพย์สินบางอย่างอาจตกหล่นไปเป็นของบุคคลอื่นนอกจากต้องสูญเสียทรัพย์สินให้คนอื่นแล้ว ยังอาจจะต้องสูญเสียความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัวอีกด้วยเพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวข้างต้น จึงควรศึกษาและจัดทำพินัยกรรมไว้แต่เนิ่นๆ”


ในเรื่องของจำนวนทรัพย์สิน ไม่ว่าจะมีจำนวนมากหรือจำนวนน้อย แต่ถ้าอยากส่งมรดกให้ตรงใจกับผู้ที่ต้องการให้จริงๆ แม้ว่าจะมีทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียว ก็ควรจัดทำ “พินัยกรรม” เพราะหากไม่ได้จัดทำพินัยกรรม ทรัพย์สินเหล่านั้นก็จะถูกแบ่งตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


“การจัดทำพินัยกรรม” ถือเป็นคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่าทรัพย์สินจะถูกส่งต่อหรือถ่ายโอนไปยังบุคคลที่ต้องการให้อย่างแท้จริง โดยผู้ที่ทำพินัยกรรมได้ต้องมีอายุครบ 15 ปีขึ้นไป และศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ โดยวิธีการจัดพินัยกรรม มี 5 แบบ คือ



 

1.พินัยกรรมแบบธรรมดา: เป็นพินัยกรรมที่สามารถพิมพ์ขึ้นมาได้ โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองการทำพินัยกรรมอย่างน้อย 2 คน และพยานต้องไม่มีส่วนได้เสียหรือไม่เป็นผู้รับมรดกในพินัยกรรมนั้นๆ


2.พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ: เป็นการเขียนพินัยกรรมด้วยลายมือคุณเองทั้งฉบับ ลงวัน เดือน ปีที่ทำ พร้อมลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย (ไม่จำเป็นต้องมีพยาน)



3.พินัยกรรมแบบฝ่ายเมือง: ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตให้เป็นผู้จัดทำให้ เมื่อผู้ทำพินัยกรรมพร้อมพยานอย่างน้อย 2 คนลงลายมือชื่อแล้ว จากนั้น เจ้าพนักงานจะลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่ทำ พร้อมประทับตราประจำตำแหน่ง


4.พินัยกรรมทำเป็นเอกสารลับ: ผู้ทำพินัยกรรมเขียนหรือพิมพ์เอง หรือให้ผู้อื่นทำให้ก็ได้พร้อมลงลายมือชื่อในพินัยกรรมจากนั้นใส่ซองปิดผนึก และลงลายมือชื่อตรงรอยผนึกนั้น พร้อมทั้งนำพยาน 2 คน ไปให้ถ้อยคำต่อนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตเพื่อบันทึกไว้บนซองเอกสารนั้น


5.พินัยกรรมทำด้วยวาจา: เป็นการทำพินัยกรรมในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น เช่น มีอุบัติเหตุร้ายแรงและใกล้เสียชีวิต  โดยผู้ทำพินัยกรรมแจ้งข้อความด้วยวาจา จากนั้นพยาน 2 คนรีบไปแจ้งวันเดือนปีและข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมสั่งไว้ต่อนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต


“พินัยกรรมแต่ละแบบ” มีหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการทำที่แตกต่างกัน รวมถึงถ้าหากทรัพย์สินและหนี้สินมีความซับซ้อนสูงก็ควร ปรึกษานักกฎหมายเพื่อจัดทำทะเบียนทรัพย์สินและพินัยกรรมที่มีความถูกต้องและมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย จะเห็นได้ว่าความจำเป็นใน “การทำพินัยกรรม” นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน แต่เป็นความสะสวดในการแบ่งมรดกและเพื่อให้การแบ่งมรดกเป็นไปตามเจตนารมณ์ของเจ้าของทรัพย์นั้นเอง


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

วรรณภรณ์ สินาเจริญ

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us