บริหารพอร์ตแบบ “Private Wealth”…ด้วยกลยุทธ์ ‘Core and Satellite’

จากวิกฤต COVID-19 ที่กระทบไปทั่วโลก ตลาดการลงทุนผันผวนมาก หลายท่านคงกำลังมองหาวิธีจัดพอร์ตแบบที่เหมาะกับทุกสภาวะตลาดได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แต่ก็ไม่พลาดเรื่องบริหารความเสี่ยงและโอกาสในการทำกำไรช่วงกลาง-สั้นด้วย การจัดพอร์ตแบบนี้เรียกว่า Core and Satellite” ซึ่งวิธีการนี้ได้รับความนิยมมานานแล้วทั้งจากนักลงทุนสถาบันในและต่างประเทศ นักลงทุนรายย่อยก็สามารถประยุกต์ใช้ได้เอง ไม่ยากจนเกินไป



  


การจัดพอร์ตแบบ Core and Satellite” คือการแบ่งพอร์ตเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหลัก (Core)’ และ ส่วนเสริม (Satellite)’ โดยที่แบ่งเงินลงทุนในส่วนหลักประมาณ 65-85% ส่วนเสริมประมาณ 15-35% โดยที่ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าส่วนหลักและส่วนเสริมต้องลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละคน เพราะฉะนั้นสินทรัพย์ลงทุนในส่วนหลักของบางคนอาจจะอยู่ในส่วนเสริมของอีกคนก็ได้


ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุน A เป็นคนที่ต้องการผลตอบแทนสูง และรับความเสี่ยงได้สูง ควรจะลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่นหุ้นในประเทศและหุ้นต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ในส่วนหลัก และควรลงทุนในตราสารหนี้และทองคำในส่วนเสริมเพื่อบริหารความเสี่ยง ในทางกลับกันนักลงทุน B เป็นคนที่ต้องการผลตอบแทนที่ต่ำกว่า และรับความเสี่ยงได้ต่ำ ควรลงทุนตราสารหนี้ในส่วนหลัก และหุ้นหรือสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไรในช่วงสั้นอยู่ในส่วนเสริม


“การจัดพอร์ตส่วนหลัก” จะเน้นไปที่เป้าหมายการลงทุนใน ระยะยาวและการกระจายความเสี่ยงลงทุนนิยมลงทุนในกองทุนดัชนี (Index Fund) ที่ลงทุนในตลาดที่ตนเองสนใจเช่น S&P500 และSET50 เนื่องจากช่วยประหยัดต้นทุน ลดความเสี่ยงตลาด (Market Risk) และให้ผลตอบแทนเทียบเคียงตลาดในระยะยาว หรือจะเลือกจัดพอร์ตโดยลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก (Global Asset Allocation) ก็น่าสนใจ


“สำหรับการดูแลพอร์ตส่วนนี้จะเป็นการบริหารแบบ Passive เน้นการ Buy and Hold และความถี่ในการปรับสัดส่วนพอร์ต (Rebalance) และการซื้อขาย (Portfolio Turnover) ต่ำ”


“ส่วนพอร์ตส่วนเสริม” มักจะเน้นการหาผลตอบแทนที่ดีกว่าพอร์ตส่วนหลักใน ระยะกลาง-สั้นนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนประเภทActive Fund หุ้นกลาง-เล็ก REITsต่างประเทศกองทุนตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง Thematic Fund และ Sector Fund ใช้การจับจังหวะเวลาซื้อขาย เข้าออกตามโอกาส





“เมื่อลงทุนไปสักระยะหนึ่งแล้ว นักลงทุนควร ปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance)’ ทั้งสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตหลัก และสัดส่วนระหว่างพอร์ตหลัก และพอร์ตเสริม การปรับสัดส่วนในพอร์ตหลักจะช่วยให้ระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงที่หุ้นขึ้นมากๆ ถ้าพอร์ตหลักมีทั้งหุ้นและตราสารหนี้สัดส่วนของหุ้นจะมากเกินกว่าที่วางแผนไว้ ควรขายทำกำไรจากหุ้น และนำไปซื้อตราสารหนี้เพื่อคงสัดส่วนตั้งต้น ส่วนพอร์ตเสริมในบางเวลาอาจทำผลตอบแทนได้ดีจนสัดส่วนเพิ่มขึ้นเกินกว่าสัดส่วนตั้งต้น ก็ควรขายทำกำไรและนำเงินกลับไปลงทุนในพอร์ตส่วนหลัก เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว”


ข้อดีหลักๆ ของการจัดพอร์ตแบบ Core and Satellite” คือการที่นักลงทุนได้ลงทุนในระยะยาวแต่ก็ไม่พลาดโอกาสทำกำไรในระยะสั้น เป็นการผสมผสานระหว่างการลงทุนแบบ “Active” และ “Passive” การบริหารแบบนี้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะได้ผลตอบแทนดีกว่าการลงทุนในพอร์ตหลักตามตลาดอย่างเดียว และลดความเสี่ยงถ้าเทียบกับคนที่ลงทุนแบบเก็งกำไรอย่างเดียว


“ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่มองหาการจัดพอร์ตในระยะยาว แต่ก็ยังอยากเก็งกำไรในช่วงสั้นด้วย ลองออกแบบพอร์ต ‘Core and Satellite’ ของคุณดู วิธีนี้อาจตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของคุณได้”


ประเด็นสำคัญคือ เมื่อคุณออกแบบพอร์ต Core and Satellite” ของคุณแล้ว ควรติดตามพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากพอร์ตส่วนเสริม บริหารพอร์ตแบบ Active” ทุกการตัดสินใจย่อมส่งผลกระทบต่อพอร์ตรวม หากวัดผลแล้วการทำพอร์ตส่วนเสริม ทำให้ผลตอบแทนลดลง หรือความผันผวนเพิ่มขึ้น อาจพิจารณาคงเฉพาะพอร์ตส่วนหลัก แล้วทบทวนกลยุทธ์การทำพอร์ตส่วนเสริมเพื่อความเหมาะสม


สำหรับ “ผู้เริ่มต้น” ควรเริ่มจากการลงทุนใน “พอร์ตส่วนหลัก” อย่างเดียวก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสภาวะตลาด ได้ฝึกปรับสัดส่วนการลงทุน และติดตามผลการดำเนินการ ถึงแม้การทำพอร์ต “Core and Satellite” จะไม่ยากจนเกินไปที่จะทำเอง ในช่วงแรกของการทำพอร์ตควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โดยคุณสามารถติดต่อขอรับบริการจากนักวางแผนการเงิน CFP ได้ที่ “สมาคมนักวางแผนการเงินไทย www.tfpa.or.th


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us