เสีย (เบี้ย) น้อย-เสียยาก...เสีย (ค่าซ่อม) มาก-เสียง่าย !!!

Wealth EZ: “รถยนต์” คือ หนึ่งในปัจจัยสำคัญของทุกครอบครัว บางครอบครัวมีมากกว่าหนึ่งคัน บนท้องถนนจึงคลาคล่ำไปด้วยยานยนต์  ตั้งแต่รถใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งออกจากโชว์รูม ไปจนถึงรถที่ถูกใช้งานมานานหลายปี 


สำหรับรถใหม่ป้ายแดง ค่ายรถยนต์ต่างๆ มักจะมีโปรโมชั่น แถมฟรีประกันชั้น 1  จึงไม่น่ากังวลนัก เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ จะครอบคลุมภัยมากกว่า แต่รถยนต์ที่ใช้มานานกว่านั้น เจ้าของรถส่วนใหญ่ เริ่มลังเลในการต่อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ในปีถัดไป อาจจะเป็นเพราะว่าต่อประกันทุกปีไม่เคยชนไม่เคยเคลม หรือคิดว่าตนเองน่าจะขับรถระมัดระวังอยู่แล้ว หรือต้องการประเหยัดเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นแทน


อย่างไรก็ตาม “การประกันภัย” คือการวางแผนทางการเงินขั้นพื้นฐานที่ควรจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ รวมถึงการประกันรถยนต์


ปัจจุบัน หลายคนทำแค่ “ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ” โดยเหตุผลที่ไม่ทำ “ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ” คือ มี พ.ร.บ อยู่แล้ว  จึงไม่อยากเสียเงินทำประกันอีก 



“ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ”
จะคุ้มครองในส่วนของชีวิตและค่ารักษาพยาบาล  ขณะที่ “ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ” จะรวมถึงค่าซ่อมแซมรถที่เกิดความเสียหายและอื่นๆ  ซึ่งค่าซ่อมรถบางคัน มีตั้งแต่หลักหมื่นบาท หลักแสน ถึงหลักล้านบาท ดังที่ได้เห็นข่าวตามสื่อต่างๆ กรณีชนแล้วหนี (เพราะรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายผิด และรู้ตัวว่าไม่มีประกัน และคงจะไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้)


หรือชนแล้วไม่หนีแต่อ้างว่าไม่มีประกัน  ไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหายได้ ยอมถูกดำเนินคดี เพราะไม่สามารถชดใช้ค่าเสียหายได้ ยิ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งค่าซ่อมค่อนข้างสูง


“ดังนั้น หากไม่มี ประกันภาคสมัครใจ ทุกครั้งที่ขับรถบนท้องถนน นั่นหมายถึง กำลังเผชิญภัยกับความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้น ควรโอนความเสี่ยงเหล่านี้ไปให้บริษัทประกันภัยเพื่อรับความเสี่ยงแทน”


สำหรับเจ้าของรถยนต์ที่กังวลใจเรื่องเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ค่อนข้างสูง  สามารถพิจารณาประกันภัยรถยนต์ ชั้น 2, ชั้น หรือ ชั้น 5 ( 2+, 3+ )  เป็นทางเลือกเพิ่มเติมได้  เพราะเบี้ยประกันที่ถูกลง แต่ความคุ้มครองหลายอย่างก็ลดลงเช่นกัน หรือหากคิดว่าไม่ได้ขับรถมากนัก (เน้นจอดมากกว่า)  ก็เลือกแบบประกันที่เลือกเวลาขับขี่ คือ จ่ายเบี้ยประกันเฉพาะเวลาที่ขับ หากขับน้อยก็จ่ายเบี้ยประกันน้อย 


“การวางแผนประกันภัยรถยนต์” ที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็น “การวางแผนทางการเงิน” อย่างหนึ่ง  หากไม่มีประกันภัยภาคสมัครใจ เพราะกังวลเรื่องเบี้ยประกันและไม่อยากเสียเบี้ยประกันสูง อย่างน้อยก็ที่สุด ควรเลือกทำ “ประกันภัยชั้น 3 ไว้ก่อน เพราะราคาไม่สูงมากนัก เช่น เบี้ยประกันภัยชั้น 3 รถยนต์นั่งเก๋ง เริ่มต้นปีละ 1,900 บาท รถยนต์กระบะ เริ่มต้นปีละ 2,700 บาท โดยความคุ้มครองความเสียหายรถคู่กรณี สูงถึง 800,000 บาท เป็นต้น


ตัวอย่าง ขับรถไปชนรถอีกคัน ปรากฏว่ามีค่าซ่อมประมาณ 300,000 บาท หรือขับรถไปชนกับรถยนต์ไฟฟ้า โดยค่าซ่อมตัวรถและแบตเตอรี่ประมาณ 700,000 บาท หากทำประกันภาคสมัครใจ (ประกันภัยชั้น 3) ก็จะครอบคลุมค่าใช้จ่าย ตรงกันข้าม หากมีเพียงประกันรถยนต์ภาคบังคับก็ต้องหาเงินมาจ่ายค่าซ่อมรถ  


ถึงแม้หลายคนอาจลังเลที่จะทำ “ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ” เพราะมองว่าเบี้ยประกันสูงและต้องการเก็บเงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยอื่นๆ หากเป็นเช่นนี้ผู้เขียนก็คงได้แต่ภาวนาว่าเจ้าของรถยนต์แต่ละคันที่ไม่มีประกัน อย่าได้โชคร้ายเผลอขับไปชนคันอื่น มิเช่นนั้น จะกลายเป็นว่า เสียน้อย-เสียยาก…..เสียมาก-เสียง่าย



ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่
LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

นายธนภัทร จินดาหลวง

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us