5 กลยุทธ์เด็ด...ป้องกัน “กับดักหนี้” กลับมาหลอกหลอนซ้ำ !!!

Wealth EZ: จากข้อมูลของ “สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ในช่วงปลายปี 2566 พบว่า “หนี้สินครัวเรือนไทย” มีมากถึง 16.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 90.9% ของ GDP สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหนี้สินที่รุมเร้าคนในสังคมไทย เมื่อตัดภาพมาในด้าน “การเงินส่วนบุคคล” สำหรับหลายคนแล้ว การเริ่มต้นเป็นหนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความจำเป็นเพียงอย่างเดียว แต่กลับมี “อารมณ์ความรู้สึก” เข้ามาเกี่ยวข้อง


“โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่กลายเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเห็นไลฟ์สไตล์ของคนอื่นหรือการถูกกระตุ้นการใช้จ่ายด้วยแคมเปญทางการตลาด ตั้งแต่ หนึ่งเดือนหนึ่ง ไปจนถึง สิบสองเดือนสิบสอง แม้กระทั่งวาทกรรม ‘ของมันต้องมี ที่สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นค่านิยมที่ผลักดันการบริโภคของผู้คนในสังคมให้มากเกินพอดี เกินความจำเป็น อีกทั้งสิ่งของต่างๆ ยังสามารถใช้บัตรเครดิตผ่อน 0% 10 เดือน บางครั้งใช้บัตรกดเงินสดผ่อน 0% ได้ถึง 36 เดือน แม้ยอดผ่อนเป็นเงินเล็กน้อยต่อเดือน แต่ถ้าผ่อนสินค้าเพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้สถานการณ์ทางการเงินตึงตัว ยังไม่รวมรายจ่ายก้อนใหญ่ เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ”


ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งท้าทายที่ต้องรับมือให้ได้ และหากต้องการหลุดจาก “กับดักหนี้” ควรมี 5 กลยุทธ์เด็ด ดังนี้


ทำความเข้าใจ “ต้นตอ” ของการเป็นหนี้

เริ่มต้นจากการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของตัวเอง ด้วยการจดบันทึกรายรับรายจ่าย จะทำให้เห็นตัวเลขที่เป็นข้อเท็จจริงที่ชัดเจน เพื่อนำข้อมูลที่สะท้อนพฤติกรรมทางการเงินมาวิเคราะห์ว่ารายจ่ายใดเป็นจุดอ่อนที่ฉุดรั้งไม่ให้พ้นจาก “กับดักหนี้”


หลังจากนั้นก็แบ่งประเภทรายจ่ายออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รายจ่าย “ความจำเป็น” และรายจ่ายที่เป็น “ความต้องการ” เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจก่อนจะซื้ออะไรใหม่ ด้วยการถามตัวเองว่า สิ่งที่จะซื้อ “จำเป็นหรือเพียงแค่อยากได้” “สิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังพอใช้ได้อยู่หรือไม่” คำถามเหล่านี้จะช่วยเตือนสติการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น


ตั้งเป้าหมาย “ปลดหนี้” ที่ชัดเจน

การตั้งเป้า “ปลดหนี้” อาจเลือกใช้วิธีปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงสุดก่อน โดยเฉพาะหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต เพื่อทำให้ประหยัดค่าดอกเบี้ย หรือ เล็งเป้าหมายปลดหนี้ก้อนที่มีเงินต้นคงค้างเหลือน้อยที่สุด เปรียบเหมือนการ “ปลดล็อกกระแสเงินสด” เพื่อทำให้มีกระแสเงินสดในแต่ละเดือนมากขึ้น



วางแผน “จัดการหนี้” อย่างมีประสิทธิภาพ

เลือกวิธีจัดการหนี้ที่เหมาะสม เช่น “วางแผนรีไฟแนนซ์” โดยหลักสำคัญ คือ การได้สินเชื่อใหม่มาแทนสินเชื่อเก่า โดยสินเชื่อใหม่นั้นต้องมีดอกเบี้ยต่ำกว่า ซึ่งมักจะใช้วิธีนี้กับสินเชื่อที่อยู่อาศัยเมื่อครบกำหนด 3 ปี หรือใช้วิธีนี้กับการใช้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่ามาปิดยอดหนี้บัตรเครดิต โดยอาจต้องใช้เวลาหาข้อมูลเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย พิจารณาค่าธรรมเนียม คำนวณความคุ้มค่า เพื่อหาตัวเลือกที่ดีที่สุด


“หรือในกรณีที่ภาวะการเงินตึงตัวอาจเลือกวิธี เจรจาลดหย่อนหนี้สิน โดยเป็นการเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหนี้ถึงความจำเป็น ภาระ และสถานะทางการเงิน เพื่อเป็นการประนีประนอมกันระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ช่วยลูกหนี้ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ซึ่งลูกหนี้อาจได้ปรับลดจำนวนเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย หรือการขยายเวลาการผ่อนชำระออกไป”


เคล็ดไม่ลับ “สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน”

เพื่อไม่ให้กลับมาเป็น “หนี้เรื้อรัง” ควรเติมวินัยการเงินในช่วงเป็นหนี้ด้วย 3 เทคนิค  

  • ซื้อของด้วยเงินสด หรือถ้าใช้บัตรเครดิตก็ให้จ่ายหนี้เต็มจำนวน ซึ่งเป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ภายใต้เงินที่มีอยู่ ไม่ใช้เงินในอนาคต เป็นการฝึกความอดทน ปรับเปลี่ยนนิสัยทางการเงินไม่ให้ใช้เงินแบบวู่วาม

  • ออมก่อนใช้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีรายได้เข้ามาในแต่ละเดือนให้ออมอย่างน้อย 5 – 10% ของรายได้ ถือว่าเป็นการสร้างเงินก้อนสำรองเผื่อฉุกเฉิน ควรมีเงินไว้ในรูปเงินฝากออมทรัพย์อย่างน้อย 3 - 6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา จะได้มีเงินไว้ใช้ไม่ต้องก่อหนี้เพิ่ม

  • ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ดำเนินชีวิตด้วยความเรียบง่าย ไม่ก่อหนี้ ไม่ฟุ้งเฟ้อ วิถีชีวิตแบบนี้เป็นทางที่ยั่งยืนในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตัวเอง และครอบครัว


รู้เท่าทัน “ภัยคุกคามทางการเงิน”

ในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามทางการเงินมีรูปแบบและวิธีการหลากหลาย การรู้เท่าทันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้อง หลีกเลี่ยงความสูญเสียทางการเงิน เช่น การหลอกลวงทางโทรศัพท์ หลอกลวงออนไลน์ตามช่องทางโซเชียลมีเดีย การโจรกรรมข้อมูลโดยแฝงเข้ามาในแอปพลิเคชันทางโทรศัพท์มือถือ หรือการลงทุนที่ผิดกฎหมาย แชร์ลูกโซ่ต่างๆ ที่มาหลอกล่อด้วยผลตอบแทนที่สูงในระยะเวลาสั้น


“ดังนั้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพ ควรติดตามข่าวสารทางการเงิน อย่าหลงเชื่อ อย่ากด Link แปลกๆ และมีสติทุกครั้งที่จะใช้เครื่องมืออุปกรณ์สื่อสาร รอบคอบในการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงต้องระมัดระวังไม่ไปค้ำประกันให้ใครง่ายๆ เพราะนอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังอาจเสียความสัมพันธ์ ทำให้ต้องมารับผิดชอบหนี้ที่ไม่ได้ก่อขึ้นมาแทนผู้อื่นอีกด้วย”


“ปัญหาเรื่องหนี้” เป็นปัญหาที่ต้องบริหารจัดการทั้งภายนอกและภายในไปพร้อมกัน “การจัดการภายนอก” คือ การแก้ปัญหาด้านข้อเท็จจริงที่ต้องทำตัวเลขออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ตัดสินใจ วางแผนดำเนินการอย่างเป็นระบบ ส่วน “การจัดการภายใน” คือ ต้องมีวิธีคิดที่เหมาะสม จัดการอารมณ์ที่ต้องไม่เครียด


เนื่องจากความเครียดส่งผลอย่างยิ่งต่อการใช้จ่ายเงิน ซึ่งจะทำให้เป็นปัญหาเรื้อรังไม่มีที่สิ้นสุด พัฒนาทักษะการจัดการอารมณ์ ไม่หมกมุ่น ไม่คิดวน คิดแบบมองไปข้างหน้า คิดตัดสินใจเพื่อวางแผน แล้วลงมือทำตามแผนที่วางไว้ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ถ้าทำได้ ความสำเร็จในการปลดหนี้จะอยู่ไม่ไกล  


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailandสมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

ศุทธวีร์ มงคลสินธุ์

นักวางแผนการเงิน CFP® สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us