“อินฟลูเอนเซอร์” เสียภาษีอย่างไร...ไม่ให้โดนย้อนหลัง !!!

Wealth EZ: ในยุคดิจิทัล "อินฟลูเอนเซอร์" ถือเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าเพศใด หรือช่วงวัยไหนก็สามารถผันตัวสู่อาชีพนี้ได้ และหลายคนสามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาลจากช่องทางรีวิวสินค้า โปรโมทแบรนด์ หรือสร้างคอนเทนต์ต่างๆ บนโลกออนไลน์ ซึ่งความสำเร็จชั่วข้ามคืน อาจทำให้เกิดอาการหลงลืมเรื่องภาษีไปได้


“ความจริงแล้ว อินฟลูเอนเซอร์ ก็มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับอาชีพอื่นทั่วไป ดังนั้น จึงควรวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาการโดนภาษีย้อนหลังในอนาคต”


ทำความรู้จัก “รายได้” และ “เงินได้” แต่ละประเภทที่ “อินฟลูเอนเซอร์” ต้องเสียภาษี

1.เงินได้ประเภท 40 (1)

สำหรับคนที่ได้รับค่าจ้างเป็นเงินเดือน มียอดเงินเข้าบัญชีทุกเดือนจากการเป็นพนักงานประจำของบริษัท


2.เงินได้ประเภท 40 (2)

-รายได้จากการรับจ้างรีวิวสินค้า

-การรับจ้างโปรโมทสินค้า หรือ โปรโมทแบรนด์ให้กับผู้อื่น

-การรับจ้างทำคอนเทนท์ให้กับแบรนด์หรือบริษัทต่างๆ

-รายได้จากการทำ Affiliate Marketing

-ค่าคอมมิชชั่นจากการแนะนำสินค้า โดยการโปรโมตสินค้าผ่านลิงก์

-รายได้จากการออกอีเวนต์ / โชว์ตัว / พรีเซนเตอร์


3.เงินได้ประเภท 40 (8)

-รายได้จากการขายสินค้าแบรนด์ของตัวเอง

-รายได้จากการรับสินค้าราคาส่งจากร้านอื่นมาขายปลีกในร้านตัวเอง

-รายได้จากของขวัญที่ได้รับจากการไลฟ์สด

-รายได้จากการรับโดเนทในแพลตฟอร์มต่างๆ

-รายได้จากการับค่าสมาชิก Youtube Subscription

-รายได้จากการเปิดรับบริจาคเงินค่าสนับสนุนการทำคอนเทนต์จากผู้ติดตาม

-รายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณา: รายได้จาก Google AdSense, Youtube AdSense

-รายได้จากการรับจ้างรีวิวสินค้าที่มีการลงทุนทางด้านเครื่องมือเครื่องใช้ /มีลูกจ้าง/มีสำนักงาน มีค่าใช้จ่ายมาก

-รายได้จากการออกอีเวนต์ /โชว์ตัว/พรีเซ็นเตอร์ ที่มีการลงทุนทางด้านเครื่องมือเครื่องใช้ /มีลูกจ้าง /มีสำนักงาน มีค่าใช้จ่ายมาก


ขั้นตอนการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ “อินฟลูเอนเซอร์

ลองคำนวณ 2 วิธีดังนี้ แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน จากนั้นให้เสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่า


วิธีที่ 1
: คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ

1.เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

2.เงินได้สุทธิ x อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา = ภาษีที่ต้องเสียในวิธีที่ 1



วิธีที่ 2
: คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมิน

1.เงินได้พึงประเมิน x 0.5% = ภาษีที่ต้องเสียในวิธีที่ 2

2.วิธีที่ 2 ใช้คำนวณเงินได้ประเภทที่ 2-8 ตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป

3.กรณีคำนวณตามวิธีที่ 2 แล้วมีภาษีชำระไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับยกเว้นภาษีจากการคำนวณตามวิธีที่ 2 แต่ยังต้องเสียภาษีตามวิธีที่ 1



“การบริหารภาษีเงินได้” สไตล์ “อินฟลูเอนเซอร์”

สิ่งที่จำเป็นต้องรู้และต้องทำสำหรับ “อินฟลูเอนเซอร์” ที่เป็นบุคคลธรรมดา 

1.เลขประจำตัวประชาชน = เลขประจำตัวผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย

2.จัดทำรายงานกระแสเงินสดและเก็บหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับรายได้ - รายจ่ายในการทำธุรกิจให้ดี

3.ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง คือ ภ.ง.ด. 94 และ ภ.ง.ด.90  ณ สรรพากรพื้นที่สาขา หรือยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ที่เว็บไซต์  rd.go.th

4.เมื่อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ให้ยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ยอดขายเกินหรือมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด


การยื่นภาษีของ “อินฟลูเอนเซอร์” ยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง

ครั้งที่ 1: ภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94

-กำหนดยื่น 1 ก.ค. – 30 ก.ย. ของปีนั้น ๆ

-นำเงินได้ที่ไม่ใช่เงินได้ประเภท 40(1) และ (2) เดือน ม.ค. - มิ.ย. ของปีนั้นมาคำนวณภาษี


ครั้งที่ 2: ภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90)

-กำหนดยื่น 1 ม.ค.- 31 ม.ค. ของปีถัดไป

-นำเงินได้ทุกประเภท เดือน ม.ค.-ธ.ค. ของปีนั้นมารวมคำนวณภาษี และนำภาษีที่ชำระตาม ภ.ง.ด.94 มาเครดิตภาษีได้



วิธีวางแผนเตรียมรับมือเรื่องภาษีสำหรับ “อินฟลูเอนเซอร์”

1.จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายอย่างละเอียด และจัดทำรายงานกระแสเงินสดรับ-จ่ายสำหรับธุรกิจ

2.แยกบัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจกับบัญชีส่วนตัวออกจากกัน

3.เก็บใบเสร็จรับเงิน /ใบกำกับภาษี / หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรายได้-รายจ่ายอย่างครบถ้วน

4.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับค่าลดหย่อนภาษี

5.ปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี


“การศึกษาข้อมูลเตรียมพร้อมรับมือเรื่อง ภาษี จะช่วยให้ อินฟลูเอนเซอร์ สามารถเสียภาษีได้อย่างถูกต้อง ป้องกันปัญหาที่อาจตามมา และยังช่วยให้ประหยัดภาษีได้อีกด้วย ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของรายได้ ประเภทของภาษี วิธีการเสียภาษี และอัตราภาษีที่เกี่ยวข้องให้ดี ที่สำคัญอย่าลืมเก็บเอกสารแสดงหลักฐานเกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างครบถ้วน เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญาจ้างงาน เป็นต้น”


และยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ครบถ้วน ตรงต่อเวลาอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ หากกรณีมีประเภทของรายได้หลายช่องทางและมีความซับซ้อน ควรปรึกษา “ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี” เพื่อขอคำแนะนำและ “วางแผนภาษี” ให้เหมาะสมกับตนเอง


ที่มา https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/SMEs/infographic/SME_lv1_5.pdf


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

จิรพัชร์ เจริญวงษ์พิบูล

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SpaceX ฉีกธรรมเนียม IPO เคาะราคาขาย 135 ดอลลาร์ล่วงหน้า จำนวน 555.5 ล้านหุ้น ก่อนโรดโชว์ ตลาดจับตาราคาไฟนอล 11 มิ.ย. นี้
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us