Official Update :

? เมื่อไหร่ “ควรเปิดบริษัท”...“จุดคุ้มทุน” ในแง่การบริหารภาษีอากร !!!

Wealth EZ: โลกยุคปัจจุบัน ได้เปิดโอกาสให้เราสามารถมีช่องทางในการประกอบอาชีพได้มากมายหลากหลาย และสามารถเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองได้โดยง่าย เช่น การขายของออนไลน์ การเป็น Content Creator ซึ่งอาจเริ่มต้นจากความคิดที่ว่าลองดูก่อน ลองใช้ชื่อตัวเอง (บุคคลธรรมดา) เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ไม่ต้องการวุ่นวายกับการจดทะเบียนใด ๆ ไม่ต้องการมีต้นทุนเพิ่ม


อย่างไรก็ตาม เมื่อมีรายได้ก็ตามมาด้วยภาระภาษีที่เกิดขึ้น หมายความว่าจะต้องบริหารภาษีให้เหมาะสม โดยคำถามสำคัญ คือ วันนี้ผู้เขียนจะมาเปรียบเทียบให้ทุกท่านเห็นว่าในแง่ “ภาษีอากร” ควรจะเปลี่ยนจากการประกอบธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา เป็นนิติบุคคล ด้วยการจดทะเบียนเปิดบริษัทเมื่อไหร่ ดังนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณามีดังนี้



1.การเปิดบริษัทเป็นการร่วมกันก่อการในการประกอบธุรกิจ ไม่ใช่บุคคลคนเดียว
ดังนั้น ในการจดทะเบียนจะต้องมีชื่อผู้ถือหุ้นอย่างน้อยที่สุด 2 คน ซึ่งการมีหุ้นส่วน หมายความว่า ไม่ใช่เจ้าของคนเดียวทั้งหมด เงินของบริษัทต้องแยกกระเป๋าขาดจากเงินส่วนตัวให้ชัดเจน


2.ในการเริ่มต้นกิจการ คุณต้องใส่เงินลงทุนตั้งต้นเข้าไป คือ ทุนจดทะเบียนบริษัท จากนั้นนำไปใช้เป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ เมื่อกิจการมีกำไรและจะนำเงินกำไรไปใช้ได้ ต้องผ่านกระบวนการปิดงบ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัท จึงจะสามารถปันผลกำไรออกมาให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนหุ้นที่ถือ ซึ่งเงินปันผลนี้จะต้องถูกหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่ายไว้อีก 10%


3.ต้นทุน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการเปิดและดำเนินกิจการ สามารถดำเนินการจดทะเบียนบริษัทด้วยตนเอง หรือจ้างสำนักงานบัญชี หรือบริษัทที่รับจ้างบริการในด้านนี้ โดยมีอัตราค่าจ้างอยู่ตั้งแต่หลักพันบาทถึงหลักหมื่นบาท และเตรียมค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ปัจจุบันอัตราค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 6,600 บาท รวมค่าคัดเอกสาร) นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในเรื่องการจัดทำบัญชี และค่าสอบบัญชีเพื่อปิดงบประจำปีเพิ่มขึ้นอีกด้วย


“หลังจากนั้นให้พิจารณา ‘จุดคุ้มทุน’ ในแง่การบริหารภาษีอากร ระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล โดย ‘ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา’ คำนวณจากเงินได้หักค่าใช้จ่ายหักค่าลดหย่อน ได้เป็นเงินได้สุทธิ แล้วนำไปคำนวณภาษีในอัตราก้าวหน้า เริ่มตั้งแต่ 0% - 35%”


“ภาษีเงินได้นิติบุคคล” คำนวณจากรายได้หักค่าใช้จ่าย ได้เป็นกำไรสุทธิ แล้วนำไปคำนวณภาษี ซึ่งมีอัตราสำหรับกิจการที่เป็น SME (ทุนจดทะเบียน ไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการประกอบกิจการไม่เกิน 30 ล้านบาท)



“อาจกล่าวได้ว่าการเปิดบริษัทจะเสียภาษีน้อยกว่าบุคคลธรรมดา ก็ต่อเมื่อเงินได้สุทธิเกินกว่า 1 ล้านบาท เพราะบุคคลธรรมดาจะต้องเริ่มเสียภาษีในอัตรา 25% แต่หากเริ่มต้นกิจการด้วยการเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และเปรียบเทียบโดยคิดว่าเงินได้สุทธิ = กำไรสุทธิ จุดที่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เท่ากับภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ เมื่อกำไรสุทธิ เท่ากับ 800,000 บาท ซึ่งจะคำนวณภาษีออกมาได้เท่ากับ 75,000 บาท หากมีเงินได้เงินได้สุทธิ/กำไรสุทธิ เกินกว่า 800,000 บาทแล้ว การเสียภาษีในรูปแบบนิติบุคคลจะถูกกว่าแบบบุคคลธรรมดา”



ตัวอย่างข้างต้นนี้ เป็นเพียงการประมาณเบื้องต้นแบบคร่าวๆ  เพราะภาษีเงินได้บุคคลบุคคลธรรมดา ยังมีค่าลดหย่อนที่สามารถมาหักได้ ต่างจากกรณีบริษัทที่หักได้เพียงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการเท่านั้น ในทางกลับกัน การเปิดบริษัทสามารถตั้งค่าตอบแทนให้กับตัวเองซึ่งเป็นผู้ทำงานให้บริษัทในฐานะพนักงานได้ ค่าตอบแทนนี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิลดลง เป็นการวางแผนภาษีด้วยการกระจายหน่วยภาษีในรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น การจะสรุปว่า “จุดคุ้มทุน” ของการเปิดบริษัทจะอยู่ที่เท่าไร ต้องอาศัยข้อมูลของแต่ละบุคคลมาทำการคำนวณเปรียบเทียบโดยละเอียดอีกครั้ง


“จุดคุ้มทุน” ในแง่ภาษีอากร เป็นเพียงแง่มุมเดียวในการพิจารณาเรื่องการ “จัดตั้งบริษัท” ประโยชน์ที่สำคัญกว่านั้น คือ การแยกระหว่างตัวเอง และธุรกิจออกจากกัน ซึ่งจะเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพิ่มโอกาสการเติบโต และเป็นการจำกัดความรับผิดชอบต่อหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นตามทุนจดทะเบียน


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

มาลียา จูฑะเตมีย์

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
News Highlight
แสนสิริ โชว์ความแข็งแกร่งตลาดทุน คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที IAA Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริหารการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Insurance
กรุงเทพประกันชีวิต รวมพลังจิตอาสาจัดถุงยังชีพ 1,000 ถุง ผู้บริหารลงพื้นที่ส่งต่อความใส่ใจ เคียงข้างลูกค้าและผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
TOA เดินหน้าแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ผนึกกำลังมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และจุฬาฯ ร่วมดูแลป่า พัฒนาชุมชน และส่งเสริมการเรียนรู้เยาวชน
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
จับตา SpaceX ถ้าอยากมีส่วนในเทรนด์ Space Tech! หลังงบ Q3 พุ่งกระฉูด เมื่อ AI - Starlink อาจกลายเป็น "เครื่องยนต์ใหม่"
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ธุรกิจยืนยาว ไม่ได้การันตีความอยู่รอด เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว องค์กรต้องเร่งปรับตัว คนทำงานต้องเตรียมพร้อม รับมือความไม่แน่นอน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us