“คู่รัก LGBTQ+” กับ “บ้านในฝัน”...“กู้ร่วม” ง่ายกว่าที่คิด !!!

Wealth EZ: “บ้าน” เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย และยังเป็นอ้อมกอดที่โอบล้อมความรักของคู่ชีวิต ที่จะได้ใช้ชีวิตและสร้างรากฐานร่วมกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครรักใคร ความฝันอยากมีบ้านหลังงามไม่ต่างกัน เช่นเดียวกับ “คู่รัก LGBTQ+” ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตคู่ก็มีเป้าหมายซื้อบ้านเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตให้ยั่งยืน


อย่างไรก็ตาม การที่จะเก็บเงินสดซื้อบ้านก็คงต้องรอกันนานหลายปี แต่ไม่ต้องห่วงเพราะทุกวันนี้มีตัวช่วยอย่าง “สินเชื่อบ้าน” เป็นเหมือนสายรุ้งเชื่อมฝันให้เป็นจริงที่ช่วยให้ฝันของ “คู่รัก LGBTQ+” เป็นจริงได้เร็วขึ้น เพราะมีหลายธนาคารที่เปิดโอกาสให้กู้ร่วมกันได้ ถึงจะมีเงื่อนไขต่างกันบ้างแต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ทุกคู่รักมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการมีบ้านเป็นของตัวเอง


ก่อนจะทำการขอสินเชื่อ มาคำนวณค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านว่าโดยหลักๆ จะต้องพบค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง


ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านกับโครงการ

  • ค่าจองเมื่อได้บ้านที่ถูกใจแล้ว ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างแรก คือ “ค่าจอง” เป็นเงินที่ต้องจ่ายให้กับโครงการเพื่อเป็นการยืนยันว่าสนใจโครงการบ้านนี้จริงๆ โดยราคาค่าจองจะขึ้นอยู่กับโครงการว่าจะเรียกเก็บเท่าไร เช่น 5,000 -  50,000 บาท หรือ 5 - 10% จากราคาขาย

  • ค่าทำสัญญา

    หลังจากที่จองซื้อแล้ว อีก 1 - 2 สัปดาห์ต่อมา ทางโครงการจะทำสัญญาจอง เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ โดยมีเอกสารเป็นสัญญารับรอง ซึ่งแต่ละโครงการจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน เช่น 150,000 บาท หลังจากนั้นอีก 1 - 3 เดือนต่อมา จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งเป็นสัญญาที่ระบุข้อมูลการซื้อและรายละเอียดของโครงการทั้งหมด (กรณีค่าทำสัญญาอาจจะมีหรือไม่มีขึ้นอยู่แต่ละโครงการ)  


ค่าใช้จ่ายในการกู้เงินกับทางธนาคาร

  • ค่าประเมินบ้านเพื่อพิจารณาสินเชื่อเมื่อตัดสินใจซื้อบ้านกับคู่รักเพื่อสร้างอนาคตด้วยกันแล้ว ก็ต้องทำการติดต่อกับธนาคารเพื่อขอสินเชื่อ ซึ่งจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายให้ธนาคารประเมินบ้าน เพื่อพิจารณาว่าจะให้สินเชื่อได้เท่าไร

  • ค่าผ่อนบ้านและดอกเบี้ยเป็นค่าใช้จ่ายหลังจากที่ได้รับสินเชื่อแล้ว ซึ่งในทุกๆ เดือนจะต้องจ่ายเงินเพื่อผ่อนบ้านตามสัญญาจนครบกำหนด


ค่าใช้จ่ายในส่วนค่าธรรมเนียมกับหน่วยงานราชการ

  • ค่าขอมิเตอร์สาธารณูปโภคเป็นค่าติดตั้งมิเตอร์ไฟและมิเตอร์น้ำ ซึ่งจะต้องติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าและการประปา

  • ค่าธรรมเนียมในการโอนบ้านเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมไว้จ่ายกรมที่ดินประมาณ 1 - 2% ของราคาสิ่งปลูกสร้างและที่ดิน ซึ่งจะแบ่งกันจ่ายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

  • ค่าธรรมเนียมในการจดจำนองเมื่อกู้เงินซื้อบ้านจะต้องมีการจ่ายเงินส่วนนี้ให้กรมที่ดิน ซึ่งคิดเป็น 1% ของวงเงินกู้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (ภาครัฐอาจมีมาตรการปรับลดค่าธรรมเนียมลงในบางระยะเวลาเพื่อกระตุ้นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ควรอัพเดตตัวเลขก่อนซื้อ)


“นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ จึงต้องเตรียมเงินเอาไว้ เช่น โครงการบ้านอาจจะมีการเก็บค่าส่วนกลางล่วงหน้า หรือเมื่อบ้านเสร็จอาจจะจ้างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจบ้านก่อนรับบ้านจากโครงการ เป็นต้น”



ทีนี้มาดูกันว่าหาก “คู่รัก
LGBTQ+” ต้องการกู้ซื้อบ้านก็มี 2 กรณีหลักๆ คือ “กู้คนเดียว” กับ “กู้ร่วมกัน” แต่ที่ผ่านมาหลายคู่มักตัดสินใจกู้ร่วม เพราะการซื้อบ้านนอกจากต้องมีหน้าที่การงานที่มั่นคงแล้ว จำเป็นต้องมีรายได้ที่มากพอด้วย ดังนั้น การกู้เพียงคนเดียว ทางสถาบันการเงินอาจอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้ไม่ถึงราคาบ้านที่ซื้อ ทำให้ผู้กู้ไม่สามารถซื้อบ้านได้ หลายคนจึงเลือกที่จะกู้ร่วม โดยนำเงินรายได้ของผู้กู้ร่วมมารวมกัน เพื่อให้เพียงพอตามเงื่อนไขในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน


“หากต้องการขอ ‘สินเชื่อกู้ร่วม’ ผู้ที่จะมากู้ร่วมกับเราจะต้องมีสายเลือดเดียวกันหรือเป็นคู่สามีภรรยาที่จะจดทะเบียนสมรสแล้ว หรือยังไม่จดก็ได้ แต่ต้องมีหลักฐานว่าเป็นคู่รัก เช่น ภาพถ่ายงานแต่งงาน หรือเอกสารรับรองการอยู่ร่วมกัน เป็นต้น โดยเมื่อ ปี 2563 คณะรัฐมนตรีได้ผ่านร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิตของ LGBTQ+ ทำให้สถาบันการเงินที่อนุมัติให้ ‘คู่รัก LGBTQ+’ สามารถกู้ร่วมได้ โดยมีเงื่อนไขเหมือนกับการกู้ร่วมของคู่รักชาย-หญิง ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส คือ ต้องมีการยืนยันความสัมพันธ์ตามที่ทางธนาคารได้กำหนดไว้”


สำหรับคุณสมบัติทั่วไปของการ “กู้ร่วม

  • สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป

  • มีอาชีพการงานที่มั่นคง ทำงานในบริษัทที่สามารถตรวจสอบได้ หรือกรณีเป็นเจ้าของกิจการต้องมีการจดทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองบริษัท อายุงาน 2 ปีขึ้นไป

  • ไม่มีประวัติเสียหายทางการเงิน ไม่ติดเครดิตบูโร

  • มีเอกสารในการแสดงความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนบ้านหรือสูติบัตร ทะเบียนสมรส เป็นต้น


เอกสารหลักๆ ของการ “กู้ร่วม

  • หนังสือรับรองเงินเดือน

  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน

  • สมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน

  • เอกสารอื่นๆ ของผู้กู้ร่วม LGBTQ+ เช่น ต้องเปิดบัญชีร่วมกัน รูปถ่ายงานมงคลสมรส (ถ้ามี) รูปถ่ายเพื่อยืนยันว่าเป็นคู่รักกันจริงๆ ทะเบียนบ้านที่มีชื่อทั้งสองคน เอกสารในการกู้ซื้อทรัพย์สินอื่นๆ ร่วมกัน เช่น รถยนต์ (ถ้ามี)


“สำหรับกรรมสิทธิ์ในการกู้ร่วมของ
‘คู่รัก LGBTQ+’ จะมีเงื่อนไขการแบ่งผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่ 2 รูปแบบ คือ ยื่นขอสินเชื่อกู้ร่วม แต่มีชื่อคนคนเดียวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และยื่นขอสินเชื่อกู้ร่วม (ใส่ชื่อของผู้กู้ทั้ง 2 คนให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน) ซึ่งในปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่ง มักกำหนดเงื่อนไขสำหรับ ‘คู่รัก LGBTQ+’ ที่ต้องการกู้ซื้อบ้านร่วมกันว่าจะต้องเป็นการกู้ร่วมซื้อบ้านแบบถือครองกรรมสิทธิ์ในหลักประกันร่วมกันเท่านั้น


ถึงแม้สถาบันการเงินจะเปิดโอกาสให้ “คู่รัก LGBTQ+” กู้ร่วมซื้อบ้านได้ แต่ก็ยังมี “ข้อจำกัด” บางประการ ซึ่งแตกต่างไปตามข้อกำหนดของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ดังนั้น ควรเลือกพิจารณาสถาบันการเงินที่ให้ “คู่รัก LGBTQ+” ขอสินเชื่อบ้านร่วมกันได้จะดีกว่า

ที่มา : ธนาคารกรุงศรี, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us