5 เรื่องหลักสำคัญ...ในการจัดทำ “พินัยกรรม” ให้สุขใจ !!!

Wealth EZ: การจัดทำ “พินัยกรรม” เป็นการแสดงความประสงค์และเจตนารมณ์ของเจ้ามรดกที่ต้องการให้ทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ตามกฎหมายแก่ “ผู้รับพินัยกรรม” ไม่ว่าผู้รับพินัยกรรมจะเป็นทายาทโดยธรรม บุคคลอื่นๆ มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล เพื่อให้ผู้รับมรดกนั้นสามารถนำไปจัดการและดำเนินกิจการต่อให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป


ดังนั้น การจัดทำ “พินัยกรรม” ให้สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับนั้น จะต้องทำให้ ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม” “ถูกใจผู้ให้และผู้รับ และ “ถูกต้องตามกฎหมาย ตามแบบของพินัยกรรมที่กฎหมายกำหนดไว้ และที่ดียิ่งไปกว่านั้น หากเจ้ามรดกเป็นผู้กำหนดและมีการเตรียมความพร้อมให้รอบคอบและมีความสมบูรณ์ทุกด้าน ก็จะทำให้เกิดความสบายใจและหมดห่วงว่าทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ของตนที่จะส่งต่อให้มีผู้รับผิดชอบไปนั้น ผู้รับจะได้ดูแลสืบทอดตามเจตนารมย์ให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว และ/หรือสังคมต่อไปได้ โดย 5 เรื่องหลักสำคัญในการจัดทำพินัยกรรมที่จะทำให้เจ้ามรดกสุขใจนั้น มีดังต่อไปนี้


1.วันที่และสถานที่ทำพินัยกรรม วันเวลาที่ผ่านไปหลังทำพินัยกรรม เจ้ามรดกอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายการของมูลค่าทรัพย์สินหรือสิทธิต่างๆ การทำพินัยกรรมจะต้องมีการปรับให้เป็นข้อมูลปัจจุบัน หรือใกล้เคียงกับปัจจุบันมากที่สุด และหากมีการจัดทำ “พินัยกรรมฉบับใหม่” ในวันที่เป็นปัจจุบันแล้ว “พินัยกรรมฉบับใหม่” นั้นจะมีผลบังคับแทนที่ “ฉบับเดิม” ซึ่งเจ้ามรดกต้องจัดทำพินัยกรรมในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่อยู่ในภาวะไร้ความสามารถในการรับรู้ เช่น มีอาการมึนเมา มีภาวะเจ็บป่วยจนไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ เป็นต้น


ในกรณีที่เจ้ามรดกมีอายุมาก หรืออยู่ในภาวะเจ็บป่วยควรต้องมี ใบรับรองแพทย์ ว่ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ด้วย”


2.บัญชีเครือญาติ แม้ว่าเจ้ามรดกสามารถระบุในพินัยกรรมว่าได้มอบทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นทายาท บุคคลในครอบครัว, บุคคลอื่นๆ, มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล แต่การจัดทำ “บัญชีเครือญาติ” ก็เป็นการรวบรวมสมาชิกในครอบครัวและสามารถนำไปยื่นต่อศาล เพื่อจัดตั้ง “ผู้จัดการมรดก” ให้ดำเนินการจัดการมรดกได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น เป็นการช่วยลดความวุ่นวาย ลดความเสี่ยงด้านภาษีในการถูกเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มจากการยื่นแบบที่ไม่ตรงตามช่วงเวลาที่สรรพากรกำหนดให้ยื่น


อีกทั้งในกรณีที่ผู้รับมรดกเป็นทายาทโดยธรรมเสียชีวิตก่อนเจ้ามรดก ผู้จัดการมรดกสามารถส่งต่อทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ให้กับผู้สืบสันดานได้รวดเร็ว ซึ่งเป็นการรับมรดกแทนที่ หรือรายการทรัพย์สินนั้นอาจตกทอดเป็นของแผ่นดินแล้วแต่กรณี”



3.บัญชีทรัพย์สิน
เป็นการเตรียมรายการทรัพย์สินทั้งหมดอย่างครบถ้วน เพื่อไม่ให้ตกค้างตามหน่วยงานรัฐ หรือค้างเลขที่บัญชีตามสถาบันการเงินต่างๆ ที่อาจถูกค่าธรรมเนียมหักโดยอัตโนมัติจนเงินหมดบัญชี ในการจัดทำบัญชีทรัพย์สินนี้จะต้องรวมรายการทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี หรือไม่เสียภาษีการรับมรดก โดยจะต้องคำนึงถึงการเตรียมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในกองมรดกด้วย อาทิเช่น ภาษีมรดก (Estate Tax), ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Land and Building Tax) ของทรัพย์สินประเภทที่ดินและอาคารต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้งของผู้รับพินัยกรรม โดยเฉพาะส่วนที่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เงินจากกองมรดกจึงต้องมีมากพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายเหล่านี้


อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสามารถของผู้รับพินัยกรรมให้ดูแลทรัพย์สินมรดกต่อได้เป็นอย่างดี ในการเตรียมรายการทรัพย์สินทั้งหมดนี้รวมถึงภาษีการโอนที่ดินมรดก (0.5%-2%) และภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) ซึ่งจะต้องถูกจัดเก็บจากผู้รับทรัพย์มรดกด้วย”


4.“ผู้จัดการมรดก” และ “ผู้รับพินัยกรรม” “ผู้จัดการมรดก” จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีพร้อมในการดำเนินการ ได้แก่ บรรลุนิติภาวะ (มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์) ไม่เป็นคนวิกลจริต ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ทั้งนี้เพราะผู้จัดการมรดกจะต้องเป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และมีเวลาจัดการมรดกเพื่อส่งต่อให้ผู้รับพินัยกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับ ผู้รับพินัยกรรม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กรก็จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีพร้อมในการรับเช่นกัน ได้แก่ มีความสามารถให้การจัดการและดูแลทรัพย์สินเพื่อสืบทอดตามเจตนารมณ์ของเจ้ามรดก และ/หรือดำเนินกิจการของครอบครัวให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป”


5.การลงนามของ “เจ้ามรดก” และ “พยาน” โดยเฉพาะการทำพินัยกรรมแบบธรรมดา ซึ่งเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด “เจ้ามรดก” จะต้องลงนามต่อหน้า “พยาน” อย่างน้อยสองคน ซึ่งผู้ที่มาเป็นพยานจะต้องลงนามต่อหน้าเจ้ามรดกนั้นต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นคนหูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้ง สองข้าง พยานต้องลงลายมือชื่อเท่านั้น จะพิมพ์ลายนิ้วมือ หรือลงตราประทับไม่ได้ และต้องไม่เป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรมนั้นด้วย


“ในการส่งต่อทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ของ เจ้ามรดก เพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์และสุขใจนั้น จำเป็นต้องทำให้ถูกต้องและถูกกฎหมาย ผ่านการจัดทำ พินัยกรรม ที่มีการปรับให้เป็นข้อมูลปัจจุบันมากที่สุดและเป็นไปตาม เวลาที่เหมาะสม โดยเจ้ามรดกต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ มีการจัดเตรียมบัญชีเครือญาติ บัญชีทรัพย์สินที่ครบถ้วน เลือกผู้จัดการมรดกที่มีคุณสมบัติดีพร้อมและไว้วางใจได้ มอบทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ให้แก่ ผู้รับพินัยกรรม ที่เจ้ามรดกต้องการให้ และมีพยานที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด”


การจัดทำ “พินัยกรรม” ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ จะช่วยให้เจ้ามรดกมีความสุขใจมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจว่าทรัพย์สินมรดกที่หามาได้ส่งมอบให้ผู้รับเป็นไปตามความประสงค์และเจตนารมณ์ที่ “เจ้ามรดก” ต้องการจริง ๆ ก็จะทำให้ได้รับความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ อีกทั้ง สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ครอบครัวและสังคมได้อีกทางหนึ่ง


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

บุณยนุช ยุทธ์ประทุม

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us