“PVD” ถอนเมื่อพร้อม...ใช้ “ชีวิตหลังเกษียณ” อย่างที่ฝัน !!!
Wealth EZ: ในยุคที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว การวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณจึงทวีความสำคัญขึ้นอย่างมาก ข้อมูลล่าสุดในเดือนมกราคม 2567 จากเว็บไซต์ “สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร” แสดงให้เห็นถึงอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประชากรวัยใกล้เกษียณมีจำนวนมากขึ้นและมีแนวโน้มอายุยืนยาวขึ้น สถานการณ์นี้ส่งผลให้แหล่งเงินหลังเกษียณที่พึ่งพาภาษีหรือเงินออมจากวัยทำงานอาจไม่เพียงพอในอนาคต ดังนั้น “การบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นคงและเป็นไปตามที่ฝันไว้
“เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” สำคัญต่อวัยเกษียณอย่างไร
แหล่งเงินได้ที่ให้ความมั่นใจได้ ไม่ว่าจำนวนประชากรทำงานจะลดลงเท่าไรก็ตาม คือ แหล่งเงินได้ที่มาจากการออมจากเงินของตัวเองในวัยทำงาน และเป็นเงินออมที่ไม่ขึ้นกับจำนวนประชากรวัยทำงาน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประกันบำนาญ ฯลฯ
“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (Provident Fund: PVD) คือ กองทุนภาคสมัครใจที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อเก็บออมเงินให้ลูกจ้างไว้ใช้หลังจากเกษียณอายุงานแล้ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสวัสดิการที่นายจ้างมีให้ลูกจ้าง และลูกจ้างมีสิทธิเลือกที่จะเป็นสมาชิกกองทุนหรือไม่ก็ได้
เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการออมเงินที่พนักงานหัก “เงินสะสม” 2 - 15% ของเงินเดือน และนายจ้างเติมเงิน “สมทบ” 2%-15% ของเงินเดือน นำไปบริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)

จุดเด่นของการออมใน “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”
1.นายจ้างช่วยเติมเงิน ถ้าลูกจ้างสะสม 15% ของเงินเดือน และนายจ้างเติมเงิน สมทบให้ 5% ของเงินเดือน เท่ากับได้ออมเพิ่มขึ้นทันที 33% (5% หาร 15%)
2.เงินออมเพิ่มตามรายได้ เพียงกำหนดอัตราเงินสะสม จำนวนเงินออมเพิ่มตามรายได้
3.ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ได้สิทธิ์ส่วนที่เป็นเงินสะสม 15% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท รวมกับ RMF (Retirement Mutual Fund) ประกันบำนาญ และ SSF ไม่เกิน 500,000 บาท
4.มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละกองจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เงินปลอดภัยโดยโครงสร้างการบริหารจัดการที่ประกอบด้วยคณะกรรรมการกองทุนที่มีฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง, บลจ.ผู้นำเงินไปลงทุน, มีผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) เป็นบุคคลที่ 3 แยกจากผู้นำเงินไปลงทุน และมีผู้สอบบัญชีอนุญาตตรวจสอบรับรองงบการเงินของกองทุน
5.เพิ่มโอกาสลงทุนได้ผลตอบแทนสูง การลงทุนระยะยาวและทยอยลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือน ช่วยลดโอกาสขาดทุนและเพิ่มโอกาสได้ตอบแทนสูง เมื่อเลือกลงทุนในนโยบายที่มี หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ อยู่ในพอร์ต
ตัวอย่าง: นายตื่นรู้ พนักงานบริษัทเอกชน อายุ 25 ปี ต้องการเตรียมค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ตั้งแต่อายุ 60 – 85 ปี เดือนละ 20,000 บาท อัตราเงินเฟ้อ 3% ลงทุนในพอร์ตหลังเกษียณผลตอบแทนหลังหักภาษีแล้ว 2% เป้าหมายเงินเกษียณ ที่ต้องมีคือ19,888,984 บาท

นายตื่นรู้เริ่มเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเงินเดือน 25,000 บาท อัตราการเพิ่มของเงินเดือนเฉลี่ย 5% ต่อปี สะสม 15% ของเงินเดือน ถึงอายุ 60 ปี นายจ้างสมทบ 5% เลือกนโยบายความเสี่ยงปานกลาง ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี เงินสะสมหักจากเงินเดือนนายตื่นรู้ถึงอายุ 60 ปี เป็นเงิน 4,064,414 บาท และเงินสมทบนายจ้างเป็นเงิน 1,354,804 บาท รวมเป็นเงินต้นทั้งหมด 5,419,218 บาท

“เงินสะสม สมทบและผลประโยชน์จากการลงทุนได้เงินประมาณ 9,737,001 บาท ขาดอีก 10 ล้านบาท สามารถออมเพิ่ม 20% ของรายได้ ในประกันบำนาญ RMF หรือแหล่งออมอื่นๆ (ออม 35% ของรายได้ เท่ากับอัตราค่างวดผ่อนบ้านต่อรายได้ ที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อบ้าน ถ้าเชื่อว่าผ่อนบ้านอัตรานี้ได้ ก็สามารถออมได้)”
“เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ถอนได้โดยไม่ติดเงื่อนไขเมื่อไร
เป็นสมาชิกกองทุน “ไม่ต่ำกว่า 5 ปี” และ “อายุ 55 ปีบริบูรณ์” จึงจะถอนโดยไม่ติดเงื่อนไขภาษี กรณีถอนก่อน มี 2 ลักษณะคือ เป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปี หรือเป็นสมาชิกเกิน 5 ปี และถอนก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์

จำนวนเงินที่นำมาคำนวณภาษี คือ ส่วนนายจ้างสมทบและผลประโยชน์ทั้งหมด
-
ถอนก่อนเป็นสมาชิกครบ 5 ปี ต้องนำไปรวมกับรายได้ปกติยื่นภาษีต้นปี
-
เป็นสมาชิกเกิน 5 ปี และถอนก่อนอายุ 55 ปี บริบูรณ์ สามารถเลือกแยกยื่นเป็นใบแนบ ภงด.90/91 ได้ โดยแยกคำนวณจากเงินได้ปกติ
หากมีความจำเป็นต้องออกจากการเป็นสมาชิกก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์ เช่น ออกจากงาน ไม่ต้องการผิดเงื่อนไข มีทางเลือก 2 วิธี
-
ขอคงเงินไว้ใน “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ที่ทำงานเดิม รอโอนไปไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ทำงานใหม่
-
โอนย้ายมาออมลงทุนต่อกับกองทุนรวม “RMF for PVD”

ทางเลือกวัยเกษียณในการถอนเงิน “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” มาใช้
หลังเกษียณจำเป็นต้องจดค่าใช้จ่าย และทำงบประมาณรายรับรายจ่ายใหม่ เนื่องจากโครงสร้างรายจ่ายเปลี่ยน และยังคงต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินอยู่ ทยอยถอนต้นปีเท่ากับค่าใช้จ่ายในปีนั้น คงเงินไว้ในพอร์ตลงทุนมีวิธีบริหารจัดการหลายวิธี เช่น
1.คงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีค่าใช้จ่าย 500 บาทต่อปี ขอให้ผู้จัดการกองทุนจ่ายเป็นรายงวด ปรับสัดส่วนการลงทุนตราสารความเสี่ยงต่ำ 80 - 90% ตราสารความเสี่ยงสูง 10 - 20%
2.ถอนทั้งก้อนบริหารแยกเงินเป็น 3 พอร์ต พอร์ต 1 ความเสี่ยงต่ำ, พอร์ต 2 ความเสี่ยงปานกลาง และ พอร์ต 3ความเสี่ยงสูง
ช่วงที่ 1 หลังเกษียณเริ่มถอนเงินจากพอร์ตความเสี่ยงต่ำก่อน
ช่วงที่ 2 ปรับพอร์ต 2 เป็นความเสี่ยงต่ำ และพอร์ตที่ 3 เป็นความเสี่ยงปานกลาง ถอนเงินจากพอร์ตที่ 2
ช่วงที่ 3 ปรับพอร์ต 3 เป็นความเสี่ยงต่ำ ถอนเงินจากพอร์ตที่ 3
3.ถอนทั้งก้อนไว้พอร์ตลงทุนจ่ายเงินปันผลเฉลี่ย 5 - 4% ของเงินต้น และเติบโต 2 - 3% ต่อปี
“หลายคนที่มีประสบการณ์การออมใน ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ จะเห็นว่าเงินออมก้อนนี้เป็นเงินออมก้อนใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับเงินอ้อมก้อนอื่นๆ เพราะเก็บอย่างเป็นระบบ เก็บแล้วเก็บเลย เก็บเพื่อเก็บ”
การออมใน “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เป็นเครื่องมือการออมที่มีประสิทธิผล สะดวก ง่าย และปลอดภัย นายจ้างช่วยเติมเงินสมทบ เงินออมเพิ่มตามรายได้ มีบลจ.ช่วยบริหารเงินให้เติบโต ปลอดภัยโดยโครงสร้างการบริหารจัดการ ช่วยให้ผู้มีรายได้ให้เวลากับการทำงานและครอบครัวได้อย่างสบายใจ และสามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างที่ฝัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/#/mainpage
วัยทำงาน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/provident-fund
ใช้โปรแกรมคำนวณ “วางแผนเงินออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”
https://www.set.or.th/project/caltools/pvd/index.html#_ga=2.24665400.323483312.1626589470-56597042.1623655728
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund:PVD) คืออะไร, ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
https://www.fpo.go.th/main/General-information-public-service/FAQ/2803/2814.aspx
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand และ www.tfpa.or.th
