Official Update :

กองทุน RMF- Thai ESG ลงทุนลุ้น “ผลตอบแทน” แถม “เซฟภาษี”

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี กองทุนรวมที่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันมี 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) และ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG ) 


โดยแต่ละกองทุนมีเงื่อนไขและข้อดีที่แตกต่างกัน ในโพสต์นี้ Wealthy Thai จึงมีรายละเอียดและเงื่อนไขของกองทุน RMF และ Thai ESG มาฝาก เพื่อให้นักลงทุนสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบก่อนตัดสินใจลงทุน 


กองทุน RMF ออมเพื่อเกษียณ พร้อมลดหย่อนภาษี

กองทุน RMF ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมทางการเงินสำหรับวัยเกษียณ กองทุนประเภทนี้มีลกษณะคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)


เงื่อนไขการลงทุน RMF

  • ซื้อหน่วยลงทุนได้สูงสุด 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี แต่เมื่อรวมกับการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ เช่น กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนการออมแห่งชาติ และ ประกันบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

  • ถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก และขายได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

  • ไม่กำหนดขั้นต่ำในการลงทุน แต่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยซื้อปีเว้นปี

  • หากขายคืนก่อนกำหนด ต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและอาจมีค่าปรับเพิ่มเติม


กองทุน Thai ESG ลงทุนอย่างยั่งยืน พร้อมสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

กองทุน Thai ESG เป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ในประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ตราสารหนี้, ตราสารทุน เป็นต้น โดยคำนึงถึงหลัก ESG ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และ ธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งช่วยส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน


เงื่อนไขการลงทุน Thai ESG

  • ซื้อหน่วยลงทุนได้สูงสุด 30% ของรายได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 300,000 บาท

  • ไม่กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ

  • วงเงินลงทุนในกองทุนนี้ ไม่นับรวมกับการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ เช่น กองทุน SSF, กองทุน RMF, PVD, กบข., กองทุนการออมแห่งชาติ และ ประกันบำนาญ ซึ่งหมายความว่า ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มจากกองทุนนี้ได้อีก 300,000 บาท

  • ต้องถือลงทุนเป็นเวลา 5 ปีเต็ม นับแบบวันชนวัน (ไม่นับเป็นปีปฏิทิน) เช่น หากซื้อกองทุนวันที่ 25 ธันวาคม 2567 จะสามารถขายได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขในวันที่ 26 ธันวาคม 2572

  • ซื้อปีไหน ลดหย่อนภาษีปีนั้น และ ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี


จากข้อมูลข้างต้นหากนักลงทุนต้องการเน้นออมระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ และมีวินัยในการลงทุนต่อเนื่อง RMF นับเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมและลงทุนในธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG กองทุน Thai ESG ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ


ขณะเดียวกันหากเป็นนักลงทุนที่มีศักยภาพก็สามารถลงทุนทั้ง 2 กองทุนได้เช่นกัน เพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 800,000 บาท (500,000 บาท จาก RMF และ 300,000 บาท จาก Thai ESG)


สุดท้ายนี้ การเลือกกองทุนที่เหมาะสมควรพิจารณาตามเป้าหมายทางการเงิน เงื่อนไขการลงทุน และความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง เพื่อให้นักลงทุนได้รับประโยชน์สูงสุดจากทั้งผลตอบแทนและการลดหย่อนภาษี


Most Viewed
News Highlight
“แสนสิริ” รุกพอร์ต Global Luxury Hospitality ผ่าน Sansiri Capital เตรียมปิดดีลถือครอง 100% “The Lake Como EDITION” Trophy Asset ในอิตาลี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Digital Asset
คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นชอบหลักการยกระดับการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ฤกษ์ดี NL ร่วมพิธีบวงสรวงโครงการก่อสร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (สาขาบางขุนเทียน) ตอกย้ำผู้นำงานก่อสร้างอาคารสถานพยาบาลที่มีความซับซ้อนสูง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“KFHASIA-I” ลุย “หุ้นเอเชีย” ภูมิภาคแห่งการเติบโต... “พื้นฐานแกร่ง – ราคาไม่แพง” !!!
เมื่อ 36 นาทีที่แล้ว
Stock of the Day
เปิด 5 สัญญาณเตือน! “หุ้นไทย” บ้านเริ่มร้าว ชี้ตลาดเข้าสู่โหมดปรับฐานแรง แต่ยังไม่ถึงขั้นพัง ชู 6 หุ้นฝ่าผันผวน
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us