ทริคไม่ลับฉบับมีเงินใช้ถึงสิ้นเดือน เตรียมรับมือเดือนมี.ค. ที่ยาวนาน !!
เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คนคงเคยประสบปัญหาเงินไม่พอใช้จ่ายถึงสิ้นเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือในช่วงเดือนมีนาคมที่มีถึง 6 สัปดาห์และไม่มีวันหยุดพิเศษแบบนี้ ทำให้ต้องใช้จ่ายเงินสูงขึ้นกว่าปกติ และอาจเกิดปัญหาติดขัดทางการเงินได้หากไม่บริหารจัดการให้ดีตั้งแต่ต้น
ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้หยิบยกเอาเคล็ดลับดี ๆ จาก ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับการบริหารเงินก่อนวางแผนเที่ยววันหยุดยาว ดังนี้
1.เขียนแผนค่าใช้จ่ายเพื่อวางแผนการเงิน
เขียนแผนการใช้เงินจากแพลนกิจกรรมที่วางไว้ โดยการคำนวณค่าใช้จ่ายของแต่ละกิจกรรมแบบคร่าว ๆ เพื่อให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินงบและลดโอกาสการเสียเงินโดยไม่จำเป็น เช่น ค่าโรงแรม ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าชอปปิง ค่ากิน ค่าประกันเดินทาง เป็นต้น
2.หาดีลหรือโปรโมชันเพื่อประหยัดเงิน
แม้ว่าค่าใช้จ่ายในวันหยุดยาวจะมีหลายรายการ แต่ก็ใช่ว่าจะต้องจ่ายเป็นเงินก้อนในราคาเต็มทั้งหมด เพราะปัจจุบันมีดีลส่วนลดหรือโปรโมชันมากมายที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เช่น จองตั๋วเครื่องบิน หรือที่พักล่วงหน้า หรือแม้แต่บัตรเข้าสถานที่ต่าง ๆ โดยตรวจสอบโปรโมชันจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบส่วนลด ซึ่งจะช่วยให้สามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้บ้างไม่มากก็น้อย
นอกจากนี้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ทั้งค่าเดินทาง, ค่าที่พัก รวมถึงบัตรเข้าสถานที่ต่าง ๆ มักมีส่วนลดเพิ่มเติมเมื่อทำการจองล่วงหน้า ดังนั้น การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า นอกจากจะเป็นการบริหารจัดการด้านเวลาแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยทางด้านการเงินที่จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย
นอกจากเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนการวางแผนเที่ยวช่วงหยุดยาวเบื้องต้นแล้ว Wealthy Thai ยังได้นำ “แผนการใช้เงิน” ให้อยู่รอดถึงสิ้นเดือนจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย มาฝากกันด้วย โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1.จดรายการรายรับต่อเดือนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมด
โดยเขียนรายรับทั้งหมดที่เข้ามาว่ามีอะไรบ้าง เป็นจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้รู้จำนวนเงินเข้าในแต่ละเดือน
2.จดรายจ่ายต่อเดือนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมด
นอกจากต้องจดรายรับแล้ว การจดบันทึกรายจ่ายทั้งหมดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละเดือนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งรายจ่ายที่ว่านี้รวมไปถึงเงินออมอีกด้วย เนื่องจากแม้จะเป็นการย้ายไปอีกกระเป๋าแต่ก็นับเป็นเงินที่ออกไปจากกระเป๋าหลักนั่นเอง ทั้งนี้ เมื่อทำการจดรายจ่ายครบทุกรายการแล้ว ก็ให้นำจำนวนเงินของรายจ่ายทั้งหมดมาบวกกัน ก็จะได้ยอด “รวมรายจ่าย” ของเดือนนั้น ๆ
3.ทำแผนใช้เงินให้อยู่รอดไปจนถึงสิ้นเดือน
รายการรายรับรายจ่ายที่ได้ จะยังไม่ใช่แผนใช้เงินที่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น ต้องนำยอดรวมของรายรับและรายจ่ายมาเปรียบเทียบกันก่อน โดยผลที่ได้จากการเปรียบเทียบจะเป็นตัวบอกให้รู้ว่าควรปรับรายรับและรายจ่ายอย่างไร เพื่อให้รายการรายรับรายจ่ายนี้กลายเป็น “แผนใช้เงิน” ที่นำไปใช้ได้จริง
โดยผลที่ได้จากการเปรียบเทียบรายรับรายจ่ายมีดังนี้
1.รายรับ = รายจ่าย
แผนใช้เงินนี้จะทำให้อยู่รอดจนถึงสิ้นเดือน แต่หากมีรายจ่ายที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งอาจทำให้เงินที่มีอยู่ได้ไม่ถึงสิ้นเดือน แต่หากมีเงินสำรองไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้ว ก็ถือว่ารายการรายรับรายจ่ายนี้เป็น “แผนใช้เงิน” ที่สามารถนำไปเป็นแผนการใช้จ่ายได้เลย
การปรับรายรับรายจ่าย: สำหรับคนที่ยังไม่มีเงินสำรองเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน อาจลดรายจ่ายอื่นลง แล้วเพิ่มรายการ “เงินออมเผื่อฉุกเฉิน” ในช่องรายจ่ายเพื่อกันไว้ใช้จ่ายในอนาคต
2.รายรับ > รายจ่าย
สิ่งที่จะทำให้อยู่รอดจนถึงสิ้นเดือนได้อย่างสบาย ๆ คือการมีรายรับที่มากกว่ารายจ่าย เนื่องจากรายรับที่มีครอบคลุมรายจ่ายทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องแน่ใจว่าได้ทำการจดรายจ่ายครบหมดทุกรายการแล้วก่อนนำมาคำนวณ
การปรับรายรับรายจ่าย: สำหรับรายรับที่เกินรายจ่าย อาจใช้เงินนั้นไปซื้อของที่อยากได้ แต่หากใครที่ยังไม่มีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินหรือในช่วงที่ขาดรายได้ ให้เพิ่มรายการ “เงินออมเผื่อฉุกเฉิน” ในช่องรายจ่าย เพื่อแบ่งเงินไว้เป็นเงินเก็บสำรองสำหรับใช้จ่ายในอนาคต
3.รายรับ < รายจ่าย
หากมีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย อาจทำให้ไม่สามารถอยู่รอดจนถึงสิ้นเดือน และอาจต้องกู้เงินเพื่อใช้จ่าย อีกทั้งหากปล่อยทิ้งไว้นานไป อาจกลายเป็นปัญหาทางการเงินได้ เพราะการใช้จ่ายเกินรายรับมักนำไปสู่ปัญหาหนี้สิน ดังนั้น จำเป็นต้องมีการปรับรายรับรายจ่ายอย่างทันท่วงที
การปรับรายรับรายจ่าย: เริ่มจากลดหรือตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ หากตัดรายจ่ายทุกอย่างที่ไม่จำเป็นออกไปหมดแล้ว แต่รายรับยังคงน้อยกว่ารายจ่าย จำเป็นต้องหารายได้เพิ่ม ทั้งนี้ การหารายได้เพิ่ม อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะหารายได้เพิ่มยังไง อาจจะลองขายของที่ไม่ใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่ยังอยู่ในสภาพดี ของใช้ที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือของสะสม ซึ่งเหล่านี้สามารถซื้อใหม่ได้ในยามที่มีรายได้มากพอโดยไม่ขัดสน
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงตัวอย่างเคล็ดลับการจัดการด้านการเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยเป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังมองหาวิธีการบริหารเงินให้มีใช้ได้ถึงสิ้นเดือนเท่านั้น ทั้งนี้ แต่ละคนอาจมีวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การมีรายรับที่มากกว่ารายจ่ายก็ยังถือเป็นประตูสู่ความสำเร็จด้านการเงินอยู่ดี ดังนั้น ก่อนใช้จ่ายอะไรก็ตาม ให้คำนึงถึงผลที่จะตามมาอยู่เสมอ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การใช้เงินเป็นไปอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้นและมีพอใช้ถึงสิ้นเดือนได้อย่างแน่นอน

