มาวางแผน “คุ้มครองรายได้” กันเถอะ !!!
Wealth EZ: เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบให้เกิดความเสี่ยงในชีวิตหลายๆ อย่างตามมา เช่น เมื่อเศรษฐกิจมีความผันผวนไม่ใช่แต่เพียงผู้ประกอบเท่านั้นที่จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง พนักงานประจำก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน เพราะบริษัทอาจปิดกิจการ มีการเลิกจ้างพนักงาน หรือการที่หัวหน้าครอบครัวไม่สามารถทำงานได้ รายได้หลักของครอบครัวที่หายไป อาจเกิดความไม่มั่นคงทางการเงินของครอบครัวได้
การวางแผน “คุ้มครองรายได้” จึงมีความสำคัญสำหรับทุกคน เพราะเป็นเหมือนเกราะที่จะช่วยเราป้องกันความเสี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หากเราไม่สามารถทำงานหรือขาดรายได้ในช่วงเวลานั้นๆ เราขอแนะนำ 3 วิธีวางแผนเพื่อคุ้มครองรายได้ ดังนี้
1.คุ้มครองรายได้ด้วย “การออม”
เริ่มตั้งแต่การวางแผนเก็บ “เงินสำรองฉุกเฉิน” ไว้ใช้ในเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยปกติคนเราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอย่างน้อยให้ได้ 3 - 6 เดือน แต่ด้วยปัจจุบันเศรษฐกิจโลกมีความผันผวน เช่น วิกฤตการเก็บภาษีทรัมป์ เศรษฐกิจไทยถูกกระทบจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง แนะนำเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินเพิ่มเป็น 6-12 เดือน จากยอดค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ที่ 10,000 บาท เงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมีคือ 60,000 -120,000 บาท
“เงินก้อนนี้จะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือมีเหตุเร่งด่วนได้”

2.คุ้มครองรายได้จาก “การทำประกัน”
“การทำประกัน” เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและคุ้มครองรายได้ หากเกิดการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ในช่วงเวลาที่เราไม่สามารถทำงานได้ หรือแม้กระทั่ง ทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ เสียชีวิต โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันตามสัญญาที่ได้ทำไว้ อย่างน้อยช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องรับภาระจากค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น หรือการขาดรายได้ช่วงที่หยุดงาน
3.คุ้มครองรายได้จาก “การลงทุน”
หารายได้เพิ่มด้วยการนำเงินออมมาลงทุน เช่น การลงทุนในกองทุนรวม หุ้น ควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุน แทนที่จะทิ้งเงินไว้ในเงินฝากออมทรัพย์ อย่างน้อยการลงทุนในกองทุนตราสารเงินอาจจะให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นและมีสภาพคล่องพอสมควร
การวางแผน “คุ้มครองรายได้” ผ่าน 3 วิธีข้างต้น เป็นเหมือนเกราะที่จะช่วยสร้างความคุ้มครองทางการเงิน และด้วยผลิตภัณฑ์ประกันและการลงทุนมีหลากหลายรูปแบบ การรับคำปรึกษาจาก “นักวางแผนการเงิน” (CFP) จะช่วยวางแผนในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมให้กับเราได้
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th
