Official Update :

รู้ก่อนลงทุน “ตราสารหนี้” ด้อยสิทธิ vs ไม่ด้อยสิทธิ ต่างกันยังไง?

การลงทุนตราสารหนี้ สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจคือ "สิทธิในการเรียกร้อง" ซึ่งเป็นตัวกำหนดลำดับการได้รับชำระหนี้คืนในกรณีที่ผู้ออกตราสารล้มละลายหรือเลิกกิจการ โดยสามารถแบ่งตราสารหนี้ออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior bond) และ ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ (Subordinated bond)


ในสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาทำความเข้าใจตราสารหนี้ทั้ง 2 ประเภท ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านความเสี่ยงและผลตอบแทนให้มากขึ้น


1.ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Bond)

ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ คือ ตราสารหนี้ที่ผู้ถือมีสถานะเป็น "เจ้าหนี้สามัญ" ของบริษัทผู้ออก หมายความว่า หากบริษัทต้องเลิกกิจการหรือล้มละลาย ผู้ถือตราสารหนี้ประเภทนี้จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ ทัดเทียมกับเจ้าหนี้สามัญรายอื่นๆ และจะได้รับเงินคืนก่อนผู้ถือตราสารหนี้ด้อยสิทธิและผู้ถือหุ้นสามัญ


ความเสี่ยงต่ำกว่า: เนื่องจากมีสิทธิในการได้รับชำระหนี้คืนก่อน ทำให้มีความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้นน้อยกว่าตราสารหนี้ด้อยสิทธิ


ผลตอบแทนต่ำกว่า: ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำกว่า อัตราผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยของตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิจึงมักจะต่ำกว่าตราสารหนี้ด้อยสิทธิ เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่น้อยลง


เหมาะกับใคร : นักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ ต้องการกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ และให้ความสำคัญกับการปกป้องเงินต้น


2.ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond)

ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ เป็นตราสารหนี้ที่ผู้ถือจะมีสิทธิในการเรียกร้องชำระหนี้อยู่ในลำดับที่ "ด้อยกว่า" หรือ "ต่ำกว่า" เจ้าหนี้สามัญทั่วไป ซึ่งรวมถึงผู้ถือตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิด้วย


พูดง่ายๆ คือ หากบริษัทผู้ออกตราสารล้มละลาย จะต้องชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้สามัญและผู้ถือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิให้ครบถ้วนก่อน หากมีทรัพย์สินเหลือจึงจะนำมาชำระคืนให้กับผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิยังคงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิและผู้ถือหุ้นสามัญ


ความเสี่ยงสูงกว่า : มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินต้นคืนทั้งหมดหรือบางส่วน หากทรัพย์สินของบริษัทไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ลำดับที่สูงกว่าได้


ผลตอบแทนสูงกว่า : เพื่อจูงใจนักลงทุนให้ยอมรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ตราสารหนี้ด้อยสิทธิจึงเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ ถือเป็นผลตอบแทนที่มาพร้อมกับความเสี่ยง


เหมาะกับใคร : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ ต้องการผลตอบแทนมากขึ้น


นอกจากนี้ ตราสารหนี้ด้อยสิทธิบางรุ่นอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Subordinated Bond) ที่ไม่มีกำหนดอายุไถ่ถอน หรือผู้ออกมีสิทธิเลื่อนการชำระดอกเบี้ยได้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงและความซับซ้อนในการลงทุน


โดยสรุปแล้ว การลงทุนตราสารหนี้ทุกประเภทมีความเสี่ยง นักลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะกับ ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ เพราะเหมือนการยืนต่อท้ายแถว ต้องรอคนอื่นได้เงินก่อน ถึงจะถึงคิวเรา ส่วน ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ เหมือนการยืนอยู่ต้นแถว โอกาสได้เงินคืนก็มีมากกว่า


ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนอย่าพิจารณาแค่ “อัตราดอกเบี้ยสูง” แต่ควรเข้าใจว่า “สิทธิในการได้รับเงินคืน” ของเรานั้นอยู่ตรงไหนของลำดับความสำคัญด้วย


Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
KCE พุ่งแรง 10% หลังโบรกฯ นอกให้เป้าสูง บล.กรุงศรี ชี้ยังมีอัพไซส์ปรับราคาขาย แต่สะท้อนในหุ้นแล้ว ชู DELTA เด่นกว่า
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us