รู้จัก Callable Bond & Putable Bond ตราสารหนี้ที่ไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ !
ในตลาดตราสารหนี้ นอกจากตราสารหนี้ทั่วไปที่มีการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นตามกำหนดแล้ว ยังมีตราสารหนี้บางประเภทที่ให้สิทธิในการไถ่ถอนก่อนครบกำหนดแก่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วย ซึ่งส่งผลต่อความเสี่ยงและผลตอบแทนของการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาทำความรู้จักกับตราสารหนี้ประเภทนี้ไปพร้อมๆ กัน
โดยตราสารหนี้ที่ให้สิทธิในการไถ่ถอนก่อนครบกำหนดแบ่งได้ 2 แบบใหญ่ๆ คือ
1.ตราสารหนี้ที่ผู้ออกมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด (Callable Bond)
Callable Bond คือตราสารหนี้ที่ให้สิทธิแก่ ผู้ออกหุ้นกู้ (บริษัทเอกชน หรือ รัฐบาล) ในการไถ่ถอนก่อนวันครบกำหนดอายุไถ่ถอนจริงตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการออก เช่น บริษัท A ออกหุ้นกู้ 5 ปี แต่ระบุในเงื่อนไขว่า บริษัทสามารถไถ่ถอนคืนได้ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป (โดยมักระบุราคาไถ่ถอนที่สูงกว่าราคาหน้าตั๋วเล็กน้อย)
ทำไม “ผู้ออก” ถึงอยากไถ่ถอนก่อนกำหนด?
โดยทั่วไปผู้ออกตราสารหนี้จะใช้สิทธิ์นี้เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลงต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเดิมที่จ่ายอยู่ ผู้ออกจะใช้สิทธิไถ่ถอนตราสารหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงคืน และออกตราสารหนี้ชุดใหม่ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน
ความเสี่ยงของนักลงทุน : นักลงทุนจะได้รับเงินต้นคืนก่อนกำหนด ทำให้เสียโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง และต้องนำเงินไปลงทุนใหม่ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ความเสี่ยงนี้เรียกว่า Reinvestment Risk
ดังนั้น ตราสารหนี้แบบนี้มักจะให้ อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไปเล็กน้อย เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจถูกถูกไถ่ถอนก่อนกำหนด
ตัวอย่าง
บริษัท A ออกหุ้นกู้ 5 ปี ดอกเบี้ย 5% ต่อปี
แต่หลังผ่านไป 3 ปี ดอกเบี้ยในตลาดลดเหลือ 3%
บริษัทจึงใช้สิทธิ Call หุ้นกู้คืน แล้วออกหุ้นกู้ใหม่ที่ดอกเบี้ยแค่ 3% แทน
2.ตราสารหนี้ที่ผู้ถือมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด (Putable Bond)
Putable Bond คือ ตราสารหนี้ที่ให้สิทธิแก่ ผู้ถือ (นักลงทุน) ในการขายคืนหรือไถ่ถอนกับผู้ออกก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไข เช่น นักลงทุนสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนได้ในปีที่ 3 ของอายุหุ้นกู้ 5 ปี
ทำไม “นักลงทุน” ถึงอยากไถ่ถอนก่อนกำหนด?
ส่วนใหญ่นักลงทุนจะใช้สิทธินี้เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น เพราะเมื่อดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น นักลงทุนจะใช้สิทธิขายคืนหุ้นกู้เดิมที่ให้ผลตอบแทนต่ำ แล้วนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ชุดใหม่ที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
ความเสี่ยงของผู้ออก: ผู้ออกมีความเสี่ยงที่จะถูกเรียกคืนเงินต้นจำนวนมากในเวลาที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยในตลาดสูง ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นทุนการกู้ยืมใหม่ก็จะสูงขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ตราสารหนี้แบบ Putable มักให้ อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าหุ้นกู้ทั่วไป เพราะนักลงทุนได้สิทธิพิเศษในการ “เลือกคืนก่อนครบกำหนด” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยได้
ตัวอย่าง
นักลงทุนถือหุ้นกู้ 5 ปี ดอกเบี้ย 3% ต่อปี
แต่ปีที่ 3 ดอกเบี้ยในตลาดขึ้นไปที่ 5%
นักลงทุนจึงใช้สิทธิ Put ขายคืนให้ผู้ออก แล้วนำเงินไปลงทุนในหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
สรุป
Callable Bond ให้ข้อได้เปรียบแก่ผู้ออก แต่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเพื่อชดเชยนักลงทุน ขณะที่ Putable Bond ให้ความยืดหยุ่นและการป้องกันความเสี่ยงแก่ผู้ถือ แต่ต้องยอมรับผลตอบแทนที่ต่ำกว่า
ตราสารหนี้ทั้งสองแบบนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ออกและนักลงทุนบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
แต่ก่อนลงทุน นักลงทุนควรพิจารณาเงื่อนไขการไถ่ถอนให้รอบคอบ เพราะ “สิทธิของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” อาจเป็น “ความเสี่ยงของอีกฝ่ายหนึ่ง” ได้เช่นกัน

