Official Update :

รู้จัก “Bond Index” เครื่องมือสำคัญของนักลงทุนตราสารหนี้

รู้หรือไม่ว่า “ตราสารหนี้” ก็มีดัชนีสำหรับติดตามความเคลื่อนไหวเหมือนกับตลาดหุ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า “ดัชนีตราสารหนี้” หรือ Bond Index วันนี้ Wealthy Thai จะพาไปทำความรู้จักเครื่องมือนี้ให้มากขึ้น ว่าคืออะไร มีกี่ประเภท และมีประโยชน์ต่อการลงทุนของเราอย่างไรบ้าง


สำหรับ ดัชนีตราสารหนี้ (Bond Index) จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของ "ตลาดตราสารหนี้" โดยใช้ราคาตราสารหนี้เป็นตัวสะท้อนภาวะของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ช่วงเวลานั้นๆ ว่านักลงทุนมีมุมมองอย่างไรกับตราสารหนี้ และราคากำลังไปในทิศทางไหน


โดยหัวใจสำคัญที่นักลงทุนต้องจำให้แม่น คือ ความสัมพันธ์ระหว่าง "อัตราดอกเบี้ย" และ "ราคาตราสารหนี้" มักจะวิ่งสวนทางกันเสมอ

  • หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง : ราคาตราสารหนี้จะปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น

  • หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้น : ราคาตราสารหนี้จะปรับตัวลดลง ส่งผลให้ ดัชนีปรับตัวลดลง


ส่วนการแบ่งประเภทของดัชนีตราสารหนี้จะขึ้นอยู่กับลักษณะและวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งดัชนีหลักๆ ที่นักลงทุนควรรู้จะแบ่งตามประเภทของตราสารหนี้ ดังนี้


1.ดัชนีตราสารหนี้ไทย (Composite Bond Index)

ถือเป็นภาพรวมใหญ่ของตลาด เพราะวัดผลการลงทุนของตราสารหนี้ทุกประเภทในประเทศไทย โดยคำนวณรวมทั้งพันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (ทั้งที่กระทรวงการคลังค้ำประกันและไม่ค้ำประกัน) และหุ้นกู้เอกชนในระดับ Investment Grade


2.ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (ThaiBMA Government Bond Index)

ใช้วัดการเคลื่อนไหวของพันธบัตรรัฐบาลโดยรวม ความพิเศษคือ ThaiBMA ยังมีการแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 5 กลุ่มตามอายุคงเหลือ (Maturity) เพื่อให้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่มีนโยบายต่างกันได้ละเอียดขึ้น


3.ดัชนีพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Index)

ใช้วัดผลการลงทุนในพันธบัตรรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะ ซึ่งรวมทั้งรุ่นที่กระทรวงการคลังค้ำประกันและไม่ค้ำประกัน


4.ดัชนีหุ้นกู้ที่มีระดับน่าลงทุน (Investment Grade Corporate Bond Index)

เป็นดัชนีสำหรับหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง โดยมีการแยกย่อยเป็น 2 กลุ่ม เพื่อความละเอียดในการวัดผล คือ

  • หุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB ขึ้นไป

  • หุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB+ ขึ้นไป


ประโยชน์ของ
Bond Index

ทำไมเราถึงต้องดูดัชนีเหล่านี้ประกอบการลงทุน โดยประโยชน์หลักๆ มี 3 ด้าน

  1. ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) สำหรับผู้บริหารกองทุนรวม เพื่อวัดความสามารถในการบริหารเมื่อเทียบกับตลาด

  2. ตัวช่วยตัดสินใจสำหรับมือใหม่ นักลงทุนรายย่อยสามารถใช้ดัชนีนี้มาเทียบกับกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เราสนใจ ว่าทำผลงานได้ดีกว่าหรือแย่กว่าตลาด

  3. วางกลยุทธ์การลงทุน ช่วยให้เห็นทิศทางตลาด เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ดอกเบี้ยในขณะนั้น


โดยสรุปแล้ว “ดัชนีตราสารหนี้” ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจทิศทางตลาดตราสารหนี้และสามารถวางแผนการลงทุนได้ชัดเจนมากขึ้น


สำหรับนักลงทุนการทำความเข้าใจดัชนีเหล่านี้ คืออีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยิ่งเข้าใจมากเท่าไร โอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงในระยะยาวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น


Most Viewed
Insurance
BLA เผย 8 เดือนเบี้ยโต 5% เหนืออุตฯ ปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มพันธบัตรรัฐบาล เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” รับสังคมสูงวัย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ที่แม็คโคร ศรีนครินทร์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มบริษัทบางจาก OKEA และ JAPEX หารือโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ อีก 5 ชั่วโมง
Stock of the Day
บ้านคนละหลัง PLUS ปลุกอสังหาฯ แค่บางกลุ่ม โบรกฯ ชี้ LPN-PSH รับอานิสงส์ แต่ชู SIRI-SPALI เด่น พื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง 8%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us