“กองทุนรวม”...ช่วยนักลงทุนได้อย่างไร?

Wealth EZ: ในปัจจุบันนี้ ช่องทางการลงทุนต่างๆ ได้เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับนักลงทุนรายย่อย ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงรูปแบบการลงทุนได้หลากหลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ปัญหาของนักลงทุนส่วนใหญ่คือมักไม่มีเวลาในการศึกษาและติดตามข้อมูลการลงทุนอย่างใกล้ชิด และเนื่องด้วยเงินลงทุนจำนวนจำกัด  ทำให้ไม่สามารถกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ได้มากพอ


“ดังนั้นการลงทุนผ่าน กองทุนรวม จึงเป็นตัวช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้มีประสิทธิภาพ และมีการจัดการลงทุนอย่างเป็นระบบมากขึ้น”


โดย “กองทุนรวม”  นั้นเป็นเครื่องมือในการลงทุน (Investment Vehicle) ชนิดหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมเงินลงทุนจากนักลงทุนจำนวนมาก และนำไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็น “นิติบุคคล” (กองทุน) โดย “ผู้จัดการกองทุน” จะนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ ตามนโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนการลงทุน ซึ่งนักลงทุนจะได้รับ “หน่วยลงทุน” ตามสัดส่วนที่ได้ลงทุนไว้


“และผลการดำเนินงานของกองทุนจะสะท้อนไปที่ ‘มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของหน่วยลงทุน (Net Asset Value : NAV)’  ซึ่งจะทำการคำนวณตามราคาตลาด (Mark to Market) ในแต่ละวัน”


“ข้อดี” ของการลงทุนใน “กองทุนรวม” มีดังนี้

1.มีกลไกที่ปกป้องคุ้มครองผู้ถือหน่วยลงทุน

โดยมี “สำนักงานคุณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” (ก.ล.ต.) เป็นหน่วยงานรัฐที่คอยควบคุมและกำกับดูแลบลจ. ให้ลงทุนไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนรวม รวมถึงจัดให้มีผู้ดูแลผลประโยชน์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ถือหน่วยลงทุน ทำให้นักลงทุนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งนักลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเหล่านี้ได้จากหนังสือชี้ชวนการลงทุนของ “กองทุนรวม” นั้นๆ 


2. สามารถใช้เงินลงทุนไม่มาก

ในขณะที่การลงทุนอื่นๆ จำเป็นต้องมีเงินลงทุนพอสมควรในการเริ่มลงทุน เช่น การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่การลงทุนใน “กองทุนรวม” นั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากโดยสามารถลงทุนในหลักร้อยหรือหลักพันบาท จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ในการลงทุน  


3. “กองทุนรวม” บริหารโดย “ผู้จัดการกองทุน” มืออาชีพ

การลงทุนต่างๆ จำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาและติดตามข้อมูลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง “กองทุนรวม” นั้นจะมีทีมงาน “ผู้จัดการกองทุน” ที่มีความรู้ความสามารถคอยดูแลและบริหารกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายของกองทุน ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถวางใจได้ว่ามีมืออาชีพดูแลอย่างใกล้ชิด   



4. “กองทุนรวม” มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ในแง่ของ “กองทุนรวม” ทั่วๆ ไปนั้น ผลกำไรจากการขายกองทุนได้รับการ “ยกเว้นภาษีส่วนต่างกำไร”  ทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย (แต่หากกองทุนนั้นๆ มีเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไร จะเสียภาษีในอัตรา 10% ซึ่งนักลงทุนสามารถแยกหักภาษีโดยไม่รวมคำนวณกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้)


“และในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น ก็มี กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้สุทธิ แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข./ประกันชีวิตแบบบำนาญ (โดยนักลงทุนต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี จนถึงอายุ 55 ปี  จึงจะขายได้โดยไม่ต้องเสียภาษี )”  


นอกจากนี้ ยังมี กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ที่ปี2026 ยังลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้สุทธิ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยถือลงทุนแค่ 5 ปี (นับจากวันที่ซื้อ) เท่านั้น


ในปี2027 – 2032 จะกลับสู่เงื่อนไขปกติที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องถือลงทุน 8 ปี (นับจากวันที่ซื้อ)


5. “กองทุนรวม” มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย

เนื่องจากจุดประสงค์ในการลงทุนและการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทำให้การลงทุนในแต่ละสินทรัพย์นั้นจะมีความเสี่ยงเฉพาะตัว แต่สำหรับ “กองทุนรวม” นั้นมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย  ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้ เช่น หากต้องการที่จะพักเงินในระยะสั้น รับความเสี่ยงได้ต่ำแต่ต้องการผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝาก ก็สามารถเลือกลงทุนใน “กองทุนรวมตลาดเงิน” (Money Market Fund) หรือหากต้องการผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากประจำ รับความเสี่ยงได้ปานกลางก็อาจจะลงทุนใน “กองทุนรวมตราสารหนี้”   


“สำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์แล้ว การจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) ด้วย กองทุนรวมผสมหรือ กองทุนรวมตราสารทุน’, ‘กองทุนรวมต่างประเทศทำให้ความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตลงทุนนั้นลดลงและผลตอบแทนที่ได้รับมีเสถียรภาพมากขึ้น”  


จะเห็นว่า “กองทุนรวม” นั้นมี “ข้อดี” มากมายสำหรับนักลงทุน แต่นักลงทุนเองก็ควรจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของกองทุนรวมที่ตนเองจะเข้าไปลงทุน รวมถึงลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของตนเอง เพราะหากเลือกนโยบายการลงทุนที่ไม่เหมาะสมกับตนเอง ก็อาจจะทำให้การลงทุนไม่บรรลุวัตถุประสงค์ได้  


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

ธนพงษ์  เอื้อสมิทธ์ นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-AAA-A” กองทุนผสมสายกลาง “ลดความผันผวน”.. เพิ่มโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี” ในระยะยาว !!!      
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ “ซบ” ตามดัชนี เฉลี่ย -3.42%... “TVIETNAM” แชมป์สูงสุด +4.16% “PRINCIPAL VNEQ-USD” ร่วงสุด -10.30% โอกาสลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” เหตุ “ถูก-กำไรโตดี” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
บทเรียน “วัยเกษียณ” ของพ่อแม่...ที่ “ไม่ขอซ้ำรอยเดิม” !!!
เมื่อ อีก 17 ชั่วโมง
News Highlight
PTTGC ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นการขนส่งน้ำมันและข้อกล่าวหาการกักตุนน้ำมัน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ผ่าทิศทางดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 69 เฟ้นกลุ่มหุ้นเด่นรับมือความผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us