Official Update :

อายุ 35 ไม่ได้แปลว่าเก่งน้อยลง แต่ทำไมหลายงานยังปักป้าย “รับไม่เกิน 35 ปี”?

ในวันที่วัยเดินทางมาถึงเลข 35 หลายคนสะสมทั้งประสบการณ์ ทักษะการแก้ปัญหา และความใจเย็นในการทำงานเอาไว้เต็มกระเป๋า แต่กลับต้องสะดุดเมื่อไถฟีดหางาน แล้วเจอประโยคสั้น ๆ ที่เหมือนปิดประตูใส่หน้าว่า “รับผู้สมัครอายุไม่เกิน 30-35 ปี” คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นในโลกการจ้างงาน ทำไมประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น จึงถูกมองเป็นข้อจำกัดมากกว่าข้อได้เปรียบ?


ต้นทุนแรงงานและโครงสร้างองค์กรที่ซ่อนอยู่

มุมมองจากฝั่งนายจ้าง การกำหนดเพดานอายุมักเชื่อมโยงกับต้นทุนแรงงาน และโครงสร้างบริหารโดยตรง คนวัย 35+ มักมีฐานเงินเดือนเดิมที่สูงขึ้นตามชั่วโมงบิน หากบริษัทไม่ได้ต้องการคนเข้ามาแก้ปัญหาวิกฤตหรือนำทัพองค์กร การเลือกคนอายุน้อยกว่าย่อมช่วยประหยัดงบประมาณด้านบุคลากร


นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความงอกเงยของการบริหารจัดการ องค์กรจำนวนมากยังใช้โครงสร้างการทำงานแบบดั้งเดิมที่หัวหน้าทีมอาจมีอายุน้อยกว่า การรับคนวัย 35+ เข้ามาในตำแหน่งระดับปฏิบัติการ อาจสร้างความอึดอัดใจในการปกครองและการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความคล่องตัวสูง


เมื่อสังคมสูงวัย สวนทางกับค่านิยมการรับคน

ภาพนี้กำลังสะท้อนความย้อนแย้งอย่างรุนแรงในสังคมไทย จากข้อมูลของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์(Aged Society) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด


นั่นหมายความว่า วัยแรงงานกำลังลดจำนวนลงเรื่อยๆ แต่ระบบการจ้างงานส่วนใหญ่กลับยังยึดติดกับกรอบเดิม ๆ ที่อยากได้แต่คนอายุน้อย การปักป้ายจำกัดอายุที่ 35 ปี จึงเป็นการบีบให้แรงงานคุณภาพในตลาดที่มีอยู่อย่างจำกัด ต้องถูกกีดกันออกไปก่อนเวลาอันควร


แรงกระแทกต่อเป้าหมายเกษียณ และตัวเลขรายได้ที่หายไป

การถูกจำกัดโอกาสตั้งแต่วัย 35 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางการเงินและการวางแผนเกษียณ วัย 35-55 ปี ถือเป็นช่วง “Golden Years” หรือช่วงเวลาสร้างเนื้อสร้างตัวที่หาเงินได้มากที่สุด หากลองประเมินตัวเลขแบบง่าย ๆ ตามหลักการเงิน

  • หากคนคนหนึ่งมีฐานเงินเดือนอยู่ที่ 45,000 บาท ในวัย 35 ปี

  • หากเขาต้องสูญเสียโอกาสในการเติบโตในสายงาน หรือต้องตกงานและได้งานใหม่ที่จำใจรับเงินเดือนลดลงเหลือ 30,000 บาท (หายไปเดือนละ 15,000 บาท)

  • ระยะเวลา 20 ปีก่อนเกษียณ (อายุ 35-55 ปี) รายได้รวมทางตรงจะหายไปทันที 3,600,000 บาท


นั่นยังไม่รวมโอกาสในการนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนต่อยอดผ่านพลังของดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งอาจหมายถึงเงินเก็บในวัยเกษียณที่หายไปหลักล้านบาท ทำให้เป้าหมายการมีเงินใช้หลังเกษียณต้องสั่นคลอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ทางรอดในยุคที่ตลาดแรงงานคาดเดายาก

เมื่อระบบการจ้างงานยังประเมินคนจาก “อายุ มากกว่า ทักษะ สิ่งที่คนทำงานในยุคนี้ต้องตระหนักให้เร็วที่สุด คือการไม่พึ่งพารายได้จากทางเดียว (Single Income) อีกต่อไป การสร้าง Skillset ใหม่ ๆ ที่ตลาดต้องการ (Reskill & Upskill) ควบคู่ไปกับการสร้าง “รายได้หลายทาง (Multiple Streams of Income) ไม่ว่าจะเป็นการรับงานฟรีแลนซ์ การทำธุรกิจส่วนตัว หรือการนำเงินไปทำงานผ่านสินทรัพย์ลงทุน จะกลายเป็นเบาะรองรับความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด เพราะในวันที่ประตูการทำงานในระบบอาจถูกปิดลงด้วยตัวเลขของอายุ เงินลงทุนและทักษะรอบด้านจะเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้เรายังคงเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง


ท้ายที่สุดคงต้องกลับมาตั้งคำถามกับสังคมและองค์กรต่าง ๆ ว่า ในวันที่โครงสร้างประชากรไทยมีเด็กเกิดใหม่น้อยลง และคนแก่เพิ่มขึ้น ปัญหาที่จริงแล้วอยู่ที่ “อายุของผู้สมัคร หรืออยู่ที่ ระบบการจ้างงานที่ยังไม่ได้ปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลงกันแน่?


Most Viewed
Fun of Funds
“LHEQDPLUS-A” ลุย “หุ้นปันผลสูง”... สะสม “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
HANA ติด Cash Balance มีผล 24 ส.ค.-11 ก.ย.69 โบรกฯ มองกำไรมีแนวโน้มโตแรง 2-3 ปี รับดีมานด์ชิป AI-Data Center แข็งแกร่ง
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เช็กลิสต์ 4 หุ้นเด่น โค้งสุดท้าย MSCI Rebalance โบรกฯ แนะอาศัยจังหวะย่อตัวเข้าสะสม ดักรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ก่อนมีผล 31 ส.ค.นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“งบมีจำกัด”...จะเลือก “ประกัน” หรือ “ออม” ก่อนดี?
เมื่อ อีก 1 วัน
Fun of Funds
“PVD” ครึ่งแรกปี26 “ฟื้น” AUM เพิ่มขึ้น +6.23%... “บลจ.พรินซิเพิล” แชมป์โตสุด +26.85% “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ร่วงสุด -9.82% “บลจ.ทิสโก้” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 19.57% !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us