Official Update :

“ผลตอบแทน” แค่ไหน...เรียกว่า “ดี” ?

ลองมาคิดกันเล่นๆ ... ระหว่างนักลงทุน A ที่ทำผลตอบแทนจากการลงทุนได้ 10 ล้านบาทต่อปี กับนักลงทุน B ที่ทำผลตอบแทนจากการลงทุนได้ 1 ล้านบาทต่อปี คุณคิดว่าใครลงทุนได้ดีกว่ากัน?


คนส่วนใหญ่คงตอบว่า นักลงทุน A เก่งกว่า เพราะสามารถทำผลตอบแทนได้เป็น 10 เท่าของนักลงทุน B !!!


แต่หากมองลึกลงไปพบว่า...นักลงทุน A ทำได้ 10 ล้านบาทนั้น คิดเป็นผลตอบแทน 1% ส่วนนักลงทุน B ทำได้ 1 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทน 10% ถ้าแบบนี้คุณจะคิดยังไง?


“นักลงทุน A ถึงแม้จะทำได้ถึง 10 ล้านบาท แต่เมื่อคิดเทียบกับเงินที่ลงทุนแล้วสามารถทำกำไรได้เพียงแค่ 1% ในขณะที่นักลงทุน B แม้ว่าจะทำได้เพียงแค่ 1 ล้านบาท แต่เมื่อคิดเทียบกับเงินลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 10% นับว่าสูงเลยทีเดียว การที่ได้ผลตอบแทนสูงนั้นไม่ได้เป็นตัวการันตีว่านักลงทุน B จะประสบความสำเร็จด้านการลงทุนตามที่ตั้งใจไว้ ต้องย้อนกลับมาดูว่าเป้าหมายจริงๆ ที่ต้องการคืออะไร และผลตอบแทนที่ได้มัน มากกว่า หรือ น้อยกว่า ที่วางแผนไว้”


ผลตอบแทน คือสิ่งที่นักลงทุนทุกคนคาดหวังจากการลงทุน ซึ่งการที่จะบอกได้ว่าการลงทุนนั้นผลตอบแทนดีหรือไม่ ไม่ใช่มองแค่จำนวนเงินที่ได้ แต่ต้องมองกลับไปด้วยว่าเงินทุนที่ต้องลงทุนใช้เท่าไหร่ด้วยแล้วใช้อัตราผลตอบแทนเป็นตัววัดความสำเร็จที่จะไปสู่เป้าหมาย หากผลตอบแทนที่ทำได้จริงสูงกว่าผลตอบแทนที่คาดหวังไว้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จด้านการลงทุนก็มีมากขึ้นและเร็วขึ้นด้วย อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น สามารถคำนวณได้หลายวิธี ขึ้นกับรูปแบบการลงทุนที่ต่างกัน


1.การคำนวณผลตอบแทนสำหรับสินทรัพย์เดียว

ผลตอบแทนจากการลงทุนสำหรับแต่ละสินทรัพย์ เราเรียกว่าReturn on Investment” หรือ “ROI” เป็นการเปรียบเทียบระหว่างกำไรที่ได้จากการลงทุนกับต้นทุนที่ลงทุนไปทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ได้แสดงถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาสินทรัพย์นั้น สามารถคำนวณได้โดย


ROI = (กำไรจากการลงทุน÷ เงินต้นที่ลงทุนไปทั้งหมด) x 100%


“ROI สามารถบอกได้คร่าวๆ ว่าการลงทุนในสินทรัพย์นั้นๆ มีประสิทธิภาพแค่ไหน เมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่น เมื่อเราลงทุนด้วยจำนวนเงินและเวลาที่เท่ากัน สินทรัพย์ที่สามารถให้ผลตอบแทนได้มากกว่า ก็ย่อมเป็นที่นิยมและน่าสนใจกว่า”





2.การคำนวณผลตอบแทนสำหรับสินทรัพย์
ทั้งหมด

“ความเสี่ยง” และ “ความไม่แน่นนอน” คือสิ่งที่มากับการลงทุน สภาวะของตลาด และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำกำไรของแต่ละสินทรัพย์ นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทุนแค่ในสินทรัพย์เดียว การลงทุนในหลายสินทรัพย์ เป็นการ “กระจายความความเสี่ยงการลงทุน (Diversification)” หรือใช้วิธี “การจัดพอร์ตการลงทุน (Investment Portfolio)”


สินทรัพย์ที่หลากหลายทำให้มีความซับซ้อนในการคำนวณผลตอบแทนการคำนวณผลตอบแทนของสินทรัพย์ทั้งหมดที่ลงทุนไป หรือผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนนั้น เราต้องรู้อัตราผลตอบแทน (ROI) ของสินทรัพย์แต่ละตัวก่อน และต้องรู้สัดส่วนน้ำหนักของสินทรัพย์แต่ละตัวเมื่อเทียบกับน้ำหนักของพอร์ตลงทุนทั้งหมด จากนั้นสามารถคำนวณได้โดย


Portfolio Return = (อัตราผลตอบแทนA x สัดส่วนA) + (อัตราผลตอบแทนB x สัดส่วนB) +


Portfolio Return จะแสดงถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ของพอร์ตลงทุน หรือ ผลตอบแทนโดยรวมของสินทรัพย์ที่ลงทุนทั้งหมด”


ตัวอย่างการคำนวณผลตอบแทนของพอร์ตลงทุน

นักลงทุน A ลงทุนในสินทรัพย์หลายตัวเมื่อสิ้นปีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ดังนี้

1. พันธบัตรรัฐบาล 206,500 บาท (ผลตอบแทน 3.25%) -->สัดส่วนน้ำหนัก 0.20 (20%)


2. กองทุนหุ้น 541,500 บาท (ผลตอบแทน 8.25%) -->สัดส่วนน้ำหนัก 0.51 (51%)


3. ทองคำ 313,500 บาท (ผลตอบแทน 4.50%) --> สัดส่วนน้ำหนัก 0.29 (29%)


ผลตอบแทนพอร์ตลงทุน = (ผลตอบแทนพันธบัตร x สัดส่วนพันธบัตร) + (ผลตอบแทนกองทุนหุ้น x สัดส่วนกองทุนหุ้น)+ (ผลตอบแทนทองคำ x สัดส่วนทองคำ)

= (3.25% x 0.20) + (8.25% x 0.51) + (4.50% x 0.29)

= 6.1625%


“จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์แต่ละตัวที่ลงทุนไปให้ผลตอบแทนที่ต่างกัน มากบ้างน้อยบ้าง แต่โดยรวมแล้วพอร์ตการลงทุนของนักลงทุน A สามารถทำผลตอบแทนได้ที่ 6.16% ถ้านักลงทุน A ต้องการผลตอบแทนที่มากกว่านี้ ต้องมีการปรับสัดส่วนของน้ำหนักการลงทุน โดยอาจเพิ่มส่วนของกองทุนหุ้น หรือทองคำให้มากขึ้น ทั้งนี้ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงที่จะยอมรับได้ด้วย”

ทุกครั้งที่ “คำนวณผลตอบแทน” ต้องกำหนด “ช่วงเวลา” ที่ต้องการคำนวณด้วย ไม่ว่าจะรายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี ต้องตีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของสินทรัพย์แต่ละตัวในพอร์ตลงทุน ณ เวลานั้นๆ เพื่อใช้สำหรับคำนวณผลตอบแทนที่ต้องการได้


แม้ว่าวิธีข้างต้นจะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและเรียบง่ายในการ “ประมาณผลตอบแทนของพอร์ตลงทุน” แต่ก็ไม่ได้สะท้อนถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ เช่น ระยะเวลาที่ถือครอง การจ่ายปันผลจากหุ้น หรือดอกเบี้ยที่ได้รับในระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม การรับรู้ผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนจะทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยน และวางแผนลงทุนต่อไปเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

กนกวรรณ แซ่หลิน 

ที่ปรึกษาการเงิน AFPTTM

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us