รู้จัก “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบสมดุลตามอายุ”
“แผนการลงทุนแบบสมดุลตามอายุ (Target Date)” หรือ “Life Path” เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมของ ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ ที่จะช่วยให้เงินของสมาชิกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“โดยเป็นการจัดสรรเงินลงทุนในระยะยาวที่มุ่งเน้นแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับช่วงอายุของสมาชิกเป็นสำคัญโดยมีหลักการรับความเสี่ยงในแต่ละช่วงอายุของสมาชิก เนื่องจากสมาชิกในแต่ละช่วงอายุสามารถรับความเสี่ยงในการลงทุนได้ต่างกัน”
หลักการลงทุนใน “แผนสมดุลตามอายุ” นั้น สำหรับช่วงวัยเริ่มทำงานจะเน้นการลงทุนใน“สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง” เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ในช่วงวัยกลางคนจะเน้นเรื่อง “การปรับลดความเสี่ยงลง” ให้เหมาะสมกับอายุที่เปลี่ยนไป และเมื่อถึงช่วงวัยใกล้เกษียณจะให้ความสำคัญกับ “การรักษาเงินต้น” โดยปรับแผนการลงทุนให้มีความเสี่ยงต่ำเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
ทำไมต้องเลือก “แผนสมดุลตามอายุ”?
ความเสี่ยงที่มักจะเจอบ่อยสำหรับคนอายุน้อยในช่วงวัยเริ่มทำงาน คือการเลือกลงทุนในแผนการลงทุนที่เสี่ยงต่ำเกินไป เช่น ตราสารตลาดเงินหรือตราสารหนี้ 100% ผลตอบแทนในระยะสั้นอาจมีความผันผวนต่ำ แต่จะเสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ส่วนความเสี่ยงที่มักจะเจอกับคนในช่วงวัยใกล้เกษียณมักจะตรงกันข้าม นั่นคือการเลือกลงทุนในแผนการลงทุนที่เสี่ยงสูงเกินไป เช่น หุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ 100% จะทำให้มีโอกาสในการสูญเสียเงินจำนวนมากในช่วงเวลาที่สภาวะตลาดไม่ดี
“จุดเด่น” ของแผนสมดุลตามอายุ จะช่วยตัดความไม่แน่นอน ลังเลสงสัยในการลงทุน..
- ตัดความไม่แน่ใจในการเลือกแผนที่เหมาะสมกับตัวเอง
- ตัดความสับสนเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแผน และ
- ตัดความซับซ้อนโดยเลือกแผนเพียงครั้งเดียวในตอนแรก

หลังจากนั้นผู้จัดการกองทุนจะทำหน้าที่บริหารจัดการแทนสมาชิกทุกประการ ได้แก่
- การคัดเลือกประเภทของสินทรัพย์ (Asset Class Selection) ให้เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งในปัจจุบันสินทรัพย์ลงทุนจะมีความหลากหลาย เช่น ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ เป็นต้นเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิกในระยะยาว
- การสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาว (Strategic Asset Allocation) และปรับลดความเสี่ยงของพอร์ตให้อัตโนมัติ ด้วยการสร้างกรอบการลงทุน ปรับสมดุลตามอายุ เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงในวัยเริ่มทำงาน และทยอยปรับลดความเสี่ยงเมื่อใกล้วัยเกษียณ
- การปรับกลยุทธ์การลงทุนตามภาวะตลาด (Tactical Asset Allocation) โดยผู้จัดการกองทุนปรับเพิ่มหรือลดน้ำหนักการลงทุนในแต่ละกลุ่มหลักทรัพย์ภายในกรอบสัดส่วนการลงทุนที่กำหนด เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยการคาดการณ์ภาวะตลาด และผลตอบแทนการลงทุนในระยะสั้น
- การควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน (Rebalancing Portfolio) โดยการปรับสัดส่วนการลงทุนให้สมาชิกอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้สมาชิกมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้
ยกตัวอย่างเช่น สมาชิกเริ่มต้นทำงานตอนอายุ 23 ปี ด้วยเงินเดือน 18,000 บาทเพิ่มขึ้น 3% ต่อปี เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตั้งแต่เริ่มทำงานจนเกษียณอายุ 60 ปี เลือกจ่ายเงินสะสม 5% และนายจ้างสมทบเท่ากัน 5%
- ถ้าหากสมาชิกเลือก ‘แผนตราสารหนี้ 100%’ คาดหวังผลตอบแทน 2.5% ต่อปี ทำงานเก็บออมเงินมา 37 ปี ณ วันเกษียณจะมีเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งสามารถถอนออกมาใช้เดือนละ 20,000 บาท แล้วเงินก้อนนี้จะหมดลงตอนอายุ 69 ปี แต่จะดีกว่ามั้ย? ถ้าหาก...
- ถ้าหากสมาชิกเลือก ‘แผนสมดุลตามอายุ’ คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 6% ต่อปี ทำงานเก็บออมเงินมา 37 ปี ณ วันเกษียณจะมีเงิน 4 ล้านบาท ถ้าถอนออกมาใช้เดือนละ 20,000 บาท เงินจะหมดตอนอายุ 79 ปี
“จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าการเลือกแผนการลงทุนให้เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในระยะยาวได้”
“แผนสมดุลตามอายุ” เหมาะสมกับใคร?
ในกรณีที่สมาชิกไม่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนหรือไม่มีเวลาศึกษาเรื่องการลงทุนด้วยตัวเอง การเลือกลงทุนใน ‘แผนสมดุลตามอายุ’ จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะสมาชิกเพียงแค่เลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง หลังจากนั้นจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูและปรับแผนการลงทุนให้อัตโนมัติตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ
อย่างไรก็ตาม หากต้องการมีเงินพอใช้เกษียณตามแผนที่ตั้งใจไว้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ในการเก็บออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ต้องให้ความสำคัญด้วยเหมือนกัน คือ ‘อัตราเงินสะสม’ ในแต่ละเดือนที่จะต้องออมให้มากพอ ซึ่งในปัจจุบันสมาชิกสามารถเลือกสะสมได้สูงสุด 15% หรือสูงสุดตามข้อบังคับของนายจ้าง รวมถึงการบริหารจัดการเงินหลังเกษียณยังจำเป็นต้องมีการลงทุนอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อในระยะยาวตลอดช่วงชีวิตที่เราเกษียณอายุแล้ว ตลอดจนการถอนออกมาใช้จ่ายด้วยความมีระเบียบวินัยตามแผนที่วางไว้
และผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า “แผนการลงทุนแบบสมดุลตามอายุ” ซึ่งเป็นแผนการลงทุนที่มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพช่วยปรับสัดส่วนการลงทุนให้มีความเสี่ยงในการลงทุนเหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงอายุ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีเงินพอใช้สำหรับหลังเกษียณอายุได้ไม่ยาก
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th
