Official Update :

เจาะประเด็น “3 แนวความคิด”...สร้าง ‘ทุนประกันชีวิต’ ให้ครอบครัว !!!

“การวางแผนประกันชีวิต” เป็นหนึ่งในแผนการเงินที่มีความสำคัญมากสำหรับหัวหน้าครอบครัว การสูญเสียหนึ่งคนสามารถส่งผลกระทบถึงคนทั้งบ้าน หนึ่งความสูญเสีย อย่าให้ทุกอย่างต้องเสียศูนย์ ทั้งทางสภาพด้านจิตใจ สุขภาพทางการเงิน และคุณภาพชีวิตของคนข้างหลัง


การเตรียม ทุนประกันชีวิต เพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัวจึงมีความสำคัญ เสมือนยังคงมีรายได้หลักที่หัวหน้าครอบครัวมอบไว้ เมื่อยามมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น วันนี้เราจะมาเทียบ 3 แนวความคิดหลัก” ในการคำนวณทุนประกันชีวิตกันค่ะเพื่อเป็นแนวทางการเตรียมการ ส่งมอบความห่วงใยให้ครอบครัวได้อย่างเพียงพอในการดำรงชีพต่อไปได้อย่างดี


1.แนวความคิดแรก: กำหนดทุนประกันชีวิตจากมูลค่าทางเศรษฐกิจของบุคคล (Human Life Value Approach) โดย “ดร. โซโลมอน เอส เฮิร์บเนอร์” หลักแนวความคิดนี้ถือว่าชีวิตของมนุษย์ทุกคนมีค่า ถึงแม้ไม่สามารถตีค่าออกมาเป็นตัวเงินได้ จึงประเมินทุนประกันชีวิตจาก “คุณค่าทางเศรษฐกิจของบุคคล” นั้นแทน โดยคิดจากรายได้ที่บุคคลนั้นมีโอกาสได้รับจากปัจจุบันจนถึงอนาคต แล้วนำมาคำนวนกลับเป็นมูลค่าในวันนี้ มูลค่าจำนวนเงินนั้นก็เหมาะสมที่จะเป็นทุนประกันชีวิต


ยกตัวอย่างเช่น นายรักดี อายุ 40 ปี คาดว่าจะเกษียณอายุ 60 ปี จำนวนปีที่ทำงานอีก 20 ปี มีรายได้ปัจจุบันปีละ 1,000,000 บาท หักภาษี ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เหลือรายได้สุทธิปีละ 600,000 บาท กำหนดให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนหลังหักภาษี 5% ต่อปี มูลค่าปัจจุบันของรายได้ในอนาคตตลอด 20 ปี การทำงานหรือทุนประกันของนายรักดีควรมี 7.4ล้านบาท (วิธีนี้ต้องใช้เครื่องคิดเลขทางการเงินเข้ามาช่วยคำนวณ โดย n=20, i=5%, PMT= 600,000 ได้ผลลัพธ์ PV= 7.4ล้าน)





2.แนวที่สอง
: คิดจากความจำเป็น (Needs Approach) ทั้งในด้านเงินสด สำหรับค่าใช้จ่ายครั้งสุดท้าย หนี้สิน รายได้ให้ครอบครัวช่วงปรับตัว และดูแลผู้อยู่ในอุปการะ หักด้วยทรัพย์สินรวม ก็จะเป็นทุนประกันชีวิตที่ควรมี เช่น ครอบครัวนายรักดี จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายครั้งสุดท้าย รวมหนี้สิน 4 ล้านบาท ครอบครัวต้องใช้เวลาปรับตัว 1ปี (1 ปี x รายได้สุทธิ 600,000 = 600,000 บาท) และต้องการเตรียมเงินดูแลสมาชิกในครอบครัวรวมถึงค่าใช้จ่ายของลูกจนจบปริญญาตรีอีก 5 ปี (5ปี x 600,000 = 3 ล้านบาท) นายรักดีมีเงินสะสมจากที่ต่างๆ รวม 2 ล้านบาท รวมทุนประกันชีวิตที่นายรักดีควรเตรียมไว้ 4,000,000 + 600,000 + 3,000,000 – 2,000,000 = 5.6 ล้านบาท


3.แนวสุดท้าย: ใช้เรื่อง Capital Retention Approach โดยแนวความคิดนี้ จะไม่นำทรัพย์สินที่มีอยู่มาคำนวณด้วย เพราะถ้าคนที่ท่านห่วงใยมีความจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าระยะเวลาที่เตรียมไว้ จะทำให้ทรัพย์สินที่มีรวมถึงจำนวนเงินนั้นไม่พอ วิธีการคิดในแนวนี้จะคล้ายกับการคำนวณเงินต้นเพื่อการลงทุน นั่นคือจำนวนเงินต้นที่ต้องการหรือทุนประกัน = รายได้ที่ต้องการต่อปี + (รายได้ที่ต้องการต่อปี/ (อัตราผลตอบแทนที่ได้จากเงินต้น – อัตราเงินเฟ้อ)


ถ้ารายได้ที่ครอบครัวนายรักดีต้องการต่อปี 600,000 บาท ผลตอบแทนที่ได้จากเงินต้น 8% อัตราเงินเฟ้อ 3% ดังนั้นทุนประกันชีวิต = 600,000 + (600,000/ (0.08-0.03)) = 12.6 ล้านบาท


“จากข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าแต่ละแนวความคิด มี จุดเด่น-จุดด้อย ที่แตกต่างกัน แนวคิดแรกไม่ได้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของครอบครัว เช่น การมีบุตร และความสามารถในการหารายได้ที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดของผู้ทำประกันเมื่อมีประสบการณ์ทำงานที่มากขึ้น ส่วนแนวคิดสุดท้าย ขึ้นอยู่กับความต้องการทางการเงินต่อปีและอัตราผลตอบแทนที่สามารถลงทุนได้เป็นหลัก ยิ่งความต้องการทางการเงินสูงและลงทุนได้อัตราผลตอบแทบต่ำ ทุนประกันก็ยิ่งสูง ผู้ทำประกันในแนวความคิดนี้ จะต้องมีความสามารถในการชำระเบี้ยที่สูงขึ้น”


ดังนั้น “แนวคิดที่สอง” ในเรื่องของความจำเป็นในการทำประกันชีวิต จึงเป็นแนวทางที่นิยมมากที่สุดมีความสอดคล้องกับสถานะการณ์จริงของแต่ละครอบครัว


ท่านที่เป็นเสาหลักของบ้านสามารถปรับประยุกต์แนวความคิดต่างๆ ให้เหมาะสมกับท่านได้เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยทางการเงินของครอบครัว ท่านสามารถคิด “ทุนประกันชีวิตเริ่มต้น” จากเจตนาความต้องการให้และลำดับความจำเป็นก่อน และทำ ทุนประกันเพิ่มเติม เมื่อมีรายได้มากขึ้น นอกจาก “การทำประกันชีวิต” ให้คนที่ท่านห่วงใยแล้ว เบี้ยประกันชีวิตที่ท่านชำระ มีการสะสมมูลค่าเงินตามกาลเวลา สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของ “การวางแผนภาษี” และเพื่อเกษียณของท่านในอนาคตได้อีกด้วย


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

บุณยนุช ยุทธ์ประทุม

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us