Official Update :

“มะเร็ง” โรคร้ายแรง...แซงทางโค้ง !!!

Wealth EZ: สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้การใช้ชีวิตผู้คนเปลี่ยนไป การแพร่เชื้อที่แสนง่ายดายบวกกับการเสียชีวิตที่แสนโดดเดี่ยว ทำให้ผู้คนหวาดผวา จนลืมนึกถึงโรคร้ายแรงที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งยาวนานนับสิบปี


จาก “สถิติของกระทรวงสาธารณสุข” พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 139,206 คนต่อปี ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 84,703 คน คิดเป็นร้อยละ 60.85 ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตของโรค COVID-19 เพียงร้อยละ 1 เท่านั้น


“นับว่ามะเร็งมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก เหตุเนื่องจากสภาพการทำงานที่เร่งรีบ มีความเครียดสะสม ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ตลอดจนสาเหตุจากพันธุกรรม จากการให้บริการเรียกร้องสินไหมโรคร้ายแรง ทำให้เห็นภาพชัดของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละครอบครัว เมื่อผู้มีรายได้ต้องล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรงนี้”


คุณหนึ่ง (นามสมมุติ) ชายผู้มีร่างกายแข็งแรงต้องกลายเป็นผู้ป่วยมะเร็งนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานนับปี บอกกับญาติว่า ถ้าได้ออกไปจากโรงพยาบาลคราวนี้ขอไม่กลับมาอีกแล้วทรมานกายจากโรคยังต้องมาทรมานใจกับค่ารักษาพยาบาล ซึ่งขณะนี้ได้บานปลายไปเกิน 3 ล้านบาทแล้ว


“ไหนจะค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเช่าที่ค้าขาย ที่ต้องปิดกิจการไปช่วงโรคระบาดมีรายจ่ายรอสะสางมากมายแต่รายรับกลับหยุดชะงักลงเพราะภรรยาต้องมาคอยจัดการดูแลเรื่องต่างๆ พอมาตรการรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายกลับไปเปิดกิจการก็เหมือนนับหนึ่งใหม่ การรักษาโรคก็เริ่มได้ผลน้อยลงในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคงดำเนินต่อไปเป็นภาวะที่ทุกข์เกินจะบรรยาย”


คุณหนึ่งและครอบครัวบอกว่ายังโชคดีอยู่บ้าง ก็เรื่องที่ตน “ทำประกันชีวิต” ไว้ มีทั้งค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายและประกันโรคร้ายแรงบวกค่าชดเชย ที่จ่ายให้เป็นก้อน ทุกวันนี้ถ้าไม่ได้รับเงินสินไหมจากประกัน ตนนึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าจะเอาเงินจากไหนมาผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เงินที่จะมาใช้จ่ายในแต่ละวัน





อีกเรื่องราวเป็นหญิงสาว อายุราว 40 ปีเศษ ที่ต้องสูญเสียสามีด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
ทุกอย่างเปลี่ยนไปเพราะขาดกำลังหลักประกอบกับช่วงโรคระบาดจากที่เคยมีรายได้เป็นกอบเป็นกำเหลือรายได้เพียงประทังชีวิตตัวเองและลูกยังโชคดีที่ได้รับ “เงินสินไหมมรณกรรม” จากบริษัทประกันชีวิตมาจำนวนหนึ่ง เธอได้นำไปชำระหนี้บ้านที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน ส่วนบ้านอีกสองหลังจำใจต้องปล่อยให้ธนาคารยึดไป


“ในชีวิตการทำงานที่คอยเตือนให้คนรีบบริหารความเสี่ยงมีปัญหาที่พบบ่อยคือ การเห็นความสำคัญเมื่อสายเกินไป ตอนสุขภาพยังดีก็มองว่ายังแข็งแรงคงไม่เป็นไรหรอก ต่อมาเมื่อสุขภาพเริ่มมีปัญหาจึงอยากโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกัน ผลคือบริษัทอาจไม่สามารถรับประกันได้ หรือรับประกันแบบมีเงื่อนไข ไม่คุ้มครองบางโรคที่มีอาการหรือเป็นมาก่อน หากมีการปิดบังประวัติสุขภาพก็อาจทำให้ กรมธรรม์ถูกบอกล้างหรือปฏิเสธการจ่ายสินไหมภายหลังได้”


ทำให้นึกถึงคนที่กำลังขับรถยนต์ส่วนใหญ่เมื่อเจอถนนโล่งมักเผลอเหยียบคันเร่งเต็มที่หากพลาดเกิดอุบัติเหตุก็อาจเกิดความเสียหายทั้งร่างกายและทรัพย์สินได้ ทำนองเดียวกัน เวลาสุขภาพยังแข็งแรง ก็เผลอใช้ชีวิตอย่างประมาท แต่ก็มีบางคนดูแลตัวเองดีก็ยังเป็น “มะเร็ง” ถึงกับเสียชีวิตก็มี


สรุปว่า “ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า” ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรกับชีวิตเราบ้าง แต่ “มะเร็งร้าย” หรือ “โรคร้ายแรง” ที่แซงทางโค้ง ก็ไม่สามารถสั่นคลอนความมั่นคงทางการเงินได้หากเรามีแผนการเงินที่รองรับความเสี่ยงไว้มากพอ การพิจารณา “โอนความเสี่ยง” ให้บริษัทประกันตลอดจนการลดความเสี่ยงด้วยการดูแลสุขภาพจึงยังเป็นแนวทางที่ควรพิจารณา


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

ทรงลักษณ์ จันทโชติ

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us