Official Update :

“6 พฤติกรรมการเงิน”...เคล็ดลับความสำเร็จของ “นักลงทุนระดับโลก”


Wealth EZ: “พฤติกรรมการเงิน” คืออะไร? และส่งผลต่อการลงทุนของเราอย่างไร?


“พฤติกรรมการเงิน (Behaviour Finance) ถ้าอธิบายง่ายๆ คือความลำเอียงหรืออารมณ์ของเรา ที่ส่งผลให้เราตัดสินใจโดย “ไม่มีเหตุผล” พฤติกรรมการเงินที่ทำให้เราพยายามจับจังหวะตลาด ลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ ไม่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม เป็นต้น สุดท้ายก็จะทำให้เราซื้อหุ้นติดดอยหรือซื้อแพงขายถูก


ผู้เขียนขอนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจบางส่วนจากหนังสือ Unshakable” เขียนโดย “Tony Robbin


“จากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008 – 2009 หลังจากนั้นเป็นเวลาถึง 7 ปี Tony ใช้เวลาเข้าสัมภาษณ์นักลงทุนระดับโลกมากกว่า 50 คน ไม่ว่าจะเป็น Ray Dalio, Jack Bogle, Carl Ichan, Warrant Buffett เพื่อรวบรวมข้อมูลมาเขียนหนังสือเล่มนี้”


สิ่งที่ “นักลงทุนระดับโลก” แนะนำให้เห็นถึงพฤติกรรมการเงินของนักลงทุนส่วนใหญ่ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและเราจะแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้อย่างไร เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการลงทุนระยะยาว


เรามาสรุป 6 พฤติกรรมที่ทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดในการลงทุนและวิธีแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้



พฤติกรรมที่
1มองหาสิ่งยืนยันความเชื่อของตัวเอง

นักลงทุนส่วนใหญ่ ชอบมองหาข้อมูล ที่มาสนับสนุนความเชื่อหรือมุมมองของตนเอง พฤติกรรมนี้ เรียกว่า Confirmation Bias เมื่อนักลงทุนเกิด Confirmation Bias  พวกเขาจะพยายามหาข้อมูลวงใน ข่าวลือ บทวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนหุ้นที่พวกเขาซื้อ และทำให้ตัวเองเชื่อว่าหุ้นตัวนี้ดีและซื้อเพิ่ม ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงหุ้นตัวนั้นกำลังราคาลดลงหรือพื้นฐานเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม


“เราสามารถปกป้องตัวเองจากพฤติกรรมนี้ ด้วยการมองหาผู้เชี่ยวชาญการลงทุน หรือ ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่เราไว้ใจ มีทักษะ และประสบการณ์การลงทุนโดย ขอคำแนะนำหรือศึกษาการลงทุนจากพวกเขา”



พฤติกรรมที่
2เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ข้อผิดพลาดที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทำคือ เมื่อตลาดขึ้น (Bull Market) นักลงทุนจะคิดว่ามันจะขึ้นต่อและซื้อหุ้นต่อไป ในขณะเดียวกันเมื่อตลาดลง (Bear Market) นักลงทุนจะขายหุ้น เพราะเชื่อว่าตลาดจะลงอีก พฤติกรรมนี้ เรียกว่า “Recency Bias” พฤติกรรมนี้ทำให้ประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากกว่าประสบการณ์ในอดีต สมมติเมื่อตลาดขึ้น (Bull Market) สมองของเราจะรับรู้ประสบการณ์ที่เป็นบวก เราจะคิดไปเองว่าราคาหุ้นจะสูงขึ้นอีก และเริ่มซื้อหุ้นเพิ่ม





“เราสามารถปกป้องตัวเองจากพฤติกรรมนี้ ด้วยการทำ Rebalance เช่น ถ้าหุ้นขึ้นให้ขายหุ้นออกบางส่วนเพื่อทำกำไรและลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน การทำ Rebalance จะทำให้คุณได้ซื้อของถูกเวลาที่ตลาดหุ้นลง และขายของแพงเมื่อตลาดหุ้นขึ้น”



พฤติกรรมที่
3: มั่นใจมากเกินไป

พฤติกรรม Overconfidence คือนักลงทุนส่วนใหญ่มักจะประเมินความสามารถ ความรู้ และการคาดการณ์อนาคตของตนเองสูงเกินไป พวกเขามักคิดว่าตัวเองสามารถทำนายตลาดหุ้นในอนาคตได้หรือเลือกหุ้นที่ดีที่สุดได้


“เราสามารถปกป้องตัวเอง จากความมั่นใจมากเกินไปด้วยวิธีง่ายๆ คือซื่อสัตย์กับตัวเองและยอมรับความจริงว่าไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้”



พฤติกรรมที่
4: ความโลภ การพนัน และการเก็งกำไรจาก “หุ้นเด็ด”

ร่างกายมนุษย์จะหลั่งสารแห่งความสุข (endorphins) เมื่อเราได้กำไรหรือชนะ ดังนั้นนักลงทุนส่วนใหญ่จึงมีแนวโน้มชอบลงทุนในหุ้นเด็ด ซื้อขายเก็งกำไร เพื่อหวังกำไรก้อนงามๆ ในระยะสั้น ตลาดหุ้นจึงเปรียบเสมือน CASINO สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่


“วิธีรับมือกับความโลภ คือ อดทนและลงทุนโดยมุ่งหวังผลตอบแทนระยะยาว มีความสุขกับผลตอบแทนทบต้น และติดตามพอร์ตการลงทุนของเราปีละครั้ง”



พฤติกรรมที่
5: ลงทุนในประเทศตัวเอง (Staying Home)

ธรรมชาติของมนุษย์ชอบอยู่ใน COMFORT ZONE เราอยู่ในประเทศไทย เราก็จะลงทุนแต่ในตลาดหุ้นไทย ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของตลาดหุ้นทั่วโลก นักลงทุนส่วนใหญ่จะติดกับอะไรก็ตามที่พวกเขารู้ดีและคุ้นเคย พฤติกรรมนี้ เรียกว่า Home Bias


“วิธีจัดการกับพฤติกรรมนี้ คือ การกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่แตกต่าง (Diversification) เช่น เงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น อสังหาฯ เป็นต้น และกระจายลงทุนหลากหลายประเทศ”



พฤติกรรมที่
6: การมองโลกในแง่ลบและกลัวการสูญเสีย

ธรรมชาติของมนุษย์มีแนวโน้ม จดจำประสบการณ์เชิงลบมากกว่าประสบการเชิงบวก พฤติกรรมนี้ เรียกว่า Negativity Bias พฤติกรรมนี้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเราอย่างไร? เช่น ตอนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง (ปี 2540) หรือ เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ปี 2008-2009  นักลงทุนที่ลงทุนอยู่ในช่วงเวลานั้น จะรู้สึกเจ็บปวดและหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ทำให้พวกเขากลัวการลงทุนในตลาดหุ้นในอนาคต ถึงแม้ว่าตลาดจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง


“ดังนั้นเราสามารถหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดจากความสูญเสีย หรือ จำกัดความรุนแรงให้อยู่ในระดับที่คุณสามารถรับได้ ด้วยการเตรียมตัว ศึกษาหาความรู้ เรียนรู้วัฏจักรตลาดหุ้นในอดีต และทำ asset allocation


ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าเราได้เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการลงทุนอย่างแน่นอน เพราะเราสามารถควบคุมตัวเราและไม่ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการลงทุน


ข้อมูลอ้างอิงจาก หนังสือ Unshakable


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

กชจุฑา เพียรวนิช

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us