ทำความเข้าใจ...‘แผนสมดุลตามอายุ’ ของ “กบข.”
“กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” หรือ “กบข.” เป็นองค์กรที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติ กบข. เพื่อส่งเสริมการออมแก่สมาชิก และบริหารเงินที่รับจากสมาชิกและส่วนของราชการโดยนำไปลงทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ปัจจุบัน กบข. จัดให้มีแผนการลงทุน จำนวน 7 แผน (โดยเพิ่มแผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย เมื่อ 31 ก.ค. 2563) หรือสามารถผสมแผนการลงทุนได้ด้วยตัวเอง
“ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกจนถึงเดือนพฤศจิกายน2563 จำนวน 1,136,397 คน การเปิดโอกาสให้มีแผนการลงทุนที่หลากหลาย ช่วยให้สมาชิกสามารถเลือกแผนลงทุนที่เหมาะสมต่อตนเองได้เพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายการออมเงินของตนเองที่ต้องการ ข้อมูลจากรายงานประจำปี 2562 พบว่ามีสมาชิกที่เลือกแผนการลงทุนเองเกือบ 50,000 คน หรือประมาณ 4.6% ของสมาชิกทั้งหมด และในจำนวนนี้เลือกแผนสมดุลตามอายุ 60 ประมาณ 29,000 คน”
“แผนสมดุลตามอายุ” เหมาะกับใคร
สมาชิกเลือกแผนนี้เพียงครั้งเดียว แต่ระหว่างทางจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดหวังโดยอัตโนมัติ หากสมาชิกมีอายุน้อย ก็จะเน้นลงทุนในตราสารทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน และทยอยปรับเปลี่ยนเป็นตราสารหนี้เมื่อสมาชิกมีอายุมากขึ้น เพื่อให้เงินออมที่เตรียมไว้เพื่อเกษียณมีความปลอดภัย นั่นคือ ‘อายุน้อยเสี่ยงมาก อายุมากเสี่ยงน้อย’
“นอกจากนี้สัดส่วนการลงทุนยังขึ้นกับ ‘อายุเกษียณ’ ที่สมาชิกเลือก เช่น ครบ 60 หรือ 65 หรือ 70 ปีบริบูรณ์ แผนการลงทุนนี้จึงเหมาะกับท่านที่ไม่ค่อยมีเวลาติดตามการลงทุนเองหรือคอยปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมตามสถานการณ์ ประสงค์ให้ กบข. บริหารจัดการสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุ ไม่เหมาะกับท่านที่ต้องการกำหนดสัดส่วนการลงทุนเอง”
จะเห็นได้ว่าหากอายุไม่เกิน 47 ปี จะมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเกินครึ่งหนึ่งของพอร์ต และหากอายุประมาณ 50 ปี สัดส่วนการลงทุนในหุ้นจะลดลงเหลือ 35% ใกล้เคียงกับแผนผสมหุ้นทวี ดังนั้นผลตอบแทนของ ‘แผนสมดุลตามอายุ’ จึงขึ้นอยู่กับอายุของสมาชิก และสัดส่วน % ของแผนลงทุนตามตารางข้างต้น และเมื่อดูข้อมูลผลการดำเนินงานในอดีตตั้งแต่วันที่เริ่มแผนสมดุลตามอายุ (26 เม.ย. 2556) ผลตอบแทนของแผนสมดุลตามอายุ (ตราสารทุน 65) มีค่ามากที่สุด และมากกว่าแผนผสมหุ้นทวี ในขณะที่ผลตอบแทนของแผนสมดุลตามอายุ (ตราสารทุน 20) มีผลตอบแทนต่ำกว่าของหุ้นทวี
ข้อคิดในการเลือก ‘แผนการลงทุน’
ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1 ล้านคนที่ไม่ได้เลือกแผนการลงทุนเอง นั่นคือ แผนการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในแผนหลัก ที่มีสัดส่วนของหุ้นอยู่ 18% มีผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปี และ 5 ปี เท่ากับ 4% และ 4.10% ตามลำดับ ซึ่งน้อยกว่า ‘แผนผสมหุ้นทวี’ ตามตารางข้างต้นโดยทั่วไปการยอมรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงขึ้นได้แม้ว่าจะมีระดับความเสี่ยงที่สูงกว่าในระยะสั้นแต่ระดับความเสี่ยงหรือความผันผวนนี้จะมีอัตราการเพิ่มที่ต่ำลงในระยะยาว
“ดังนั้นการเลือกแผนการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำตั้งแต่ช่วงต้นของอายุราชการ โดยเฉพาะข้าราชการใหม่ เช่น แผนตลาดเงิน หรือตราสารหนี้ มีข้อดีคือ การได้รับผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ก็อาจทำให้เงินออมไม่งอกเงยได้ สมาชิกจึงควรคำนึงถึงจำนวนเงินออมที่ต้องใช้หลังเกษียณ หากแผนปัจจุบันที่เลือก หรือไม่ได้เลือก (แผนหลัก) ไม่สามารถช่วยให้ท่านบรรลุเป้าหมายเงินเกษียณที่ต้องการได้ จึงควรปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับอายุท่านเอง อายุราชการที่เหลือ รวมถึงพฤติกรรมด้านการลงทุนของตัวเองด้วย”
อาจกล่าวได้ว่า การเลือก “แผนสมดุลตามอายุ” เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิก กบข. เพราะไม่ต้องคอยปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนเอง กบข. เป็นผู้ดำเนินการให้ ในช่วงอายุน้อย ก็เร่งสะสมผลตอบแทนในช่วงต้นของการทำงาน และเน้นรักษาเงินต้นในช่วงใกล้เกษียณ สมาชิกไม่ต้องคอยพะวงกับการปรับเปลี่ยนสัดส่วน ช่วยให้มีเวลาเพิ่มขึ้น สามารถทำงานได้อย่างสบายใจ และน่าจะทำให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยค่ะ
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th
