“เตรียมพร้อมลูก” สู่ศตวรรษที่ 21 ผ่าน...“การวางแผนการศึกษา”

Wealth EZ: ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยุคที่ทั้งโลกถูกเชื่อมโยงกันด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เด็กที่เติบโตในศตวรรษที่ 21 การทำงานอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในสายวิชาชีพที่เรียนมา และมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา จึงไม่เพียงแต่ต้องเก่งด้านวิชาการ แต่ต้องมีทักษะสำคัญในการดำเนินการชีวิตด้วย


“ทักษะ 4 ด้าน” ที่จำเป็นสำหรับอนาคตที่มีสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง ประกอบด้วย

  1. ทักษะพื้นฐานต่างๆ หรือทักษะความรู้ เช่น การคำนวน การอ่านเขียน และภาษา

  2. ทักษะการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ เช่น การมีความคิดสร้างสรรค์ การคิดเป็นระบบ การแก้ไขปัญหา และการสื่อสาร

  3. ทักษะชีวิตและอาชีพ เช่น การปรับตัวและการทำงานร่วมกับคนอื่นแบบทีม เป็นต้น

  4. ทักษะด้านดิจิทัลเทคโนโลยีต่างๆ



“ปัจจุบันเริ่มมีแนวคิดว่าในอนาคตนั้นวุฒิการศึกษาและปริญญาบัตรยังมีความสำคัญอยู่หรือไม่ มีข้อมูลและบทความที่สนับสนุนการมุ่งตรงไปฝึกงานอาชีพนั้นโดยตรงเพื่อสะสมประสบการณ์แทนการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย คนรุ่นใหม่ก็สนใจงานที่เป็นอิสระมากขึ้น ครอบครัวที่มองถึงอนาคตของลูกจึงต้องวางแผนเพื่อการศึกษาให้สอดคล้องกับแนวทางอาชีพที่เปลี่ยนไป รวมทั้งความสนใจ ความสามารถ และความถนัดของลูก พ่อแม่จึงไม่เพียงแต่ต้องวางแผนการศึกษาในโรงเรียนเท่านั้น แต่ควรช่วยเตรียมทักษะความพร้อมในด้านอื่นให้ลูกด้วย”


“การวางแผนการศึกษา” จึงมีความซับซ้อนกว่าเดิมและอาจจำเป็นต้องวางแผนการเงินควบคู่ไปด้วย โดยคำนึงถึง

  • ค่าเทอมต่อปีของโรงเรียนต่างๆ มีช่วงกว้างตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนปลายๆ ข้อมูลของโรงเรียนเอกชนชั้นนำพบว่าค่าเทอมต่อปีอยู่ในช่วง 60,000 – 180,000 บาทต่อปี ขณะที่โรงเรียนสองภาษามีค่าเล่าเรียนในช่วง 100,000 – 300,000 บาท สำหรับโรงเรียนนานาชาติอยู่ในช่วง 300,000 – 700,000 บาทต่อปี  อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลจากการสุ่มโรงเรียนบางส่วนเท่านั้นและไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่โรงเรียนเรียกเก็บ เมื่อต้องการเริ่มวางแผนการศึกษาควรสอบถามข้อมูลจากโรงเรียนที่สนใจเพื่อให้การวางแผนมีความถูกต้อง

 

  • ระดับชั้นเรียนที่สูงขึ้นมีค่าเทอมที่เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย ยกตัวอย่างจากโรงเรียนนานาชาติ 2 แห่งที่เผยแพร่ค่าเล่าเรียนไว้บนเว็บไซต์ของโรงเรียนให้เห็นภาพของค่าเทอมที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละระดับชั้นเรียน  การวางแผนการเงินเพื่อการศึกษาจึงต้องคำนึงถึงค่าเทอมในชั้นปีต่างๆ ด้วย

 

  • การวางแผนการศึกษาต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อเพื่อการศึกษาที่ค่าเทอมจะปรับเพิ่มทุกๆ ปี อาจใช้อัตราเงินเฟ้อเพื่อการศึกษาที่ประมาณ 5% ในการคำนวณ

  • ยังต้องประมาณการค่าใช้จ่ายของกิจกรรมที่พ่อแม่ต้องจ่ายเป็นรายกิจกรรมและค่าใช้จ่ายประจำวันของลูกด้วย


เนื่องจากการศึกษามีระยะเวลาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนจบมหาวิทยาลัย ทำให้เป็นการวางแผนการเงินระยะยาวมากกว่า 10 ปี  แผนการเงินเพื่อการศึกษาจึงควรประกอบด้วย 




“นอกจากการวางแผนการออมการลงทุนเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการศึกษา ควรวางแผนการคุ้มครองความสามารถในการออมของพ่อแม่ ด้วยการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองเงินทุนการศึกษาส่วนที่ยังขาดทำให้แผนการศึกษาสามารถเดินไปได้โดยไม่สะดุด การสร้างความคุ้มครองจึงควรมีความยืดหยุ่นเพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความพร้อมทางการเงินและเป้าหมายที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในช่วงใดช่วงหนึ่งด้วย”


สุดท้ายขอฝากว่า “การวางแผนการศึกษา” ของลูกควรเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการวางแผนด้วยตนเองอาจลองปรึกษา “นักวางแผนการเงิน” ให้ช่วยจัดทำแผนการศึกษาที่เหมาะสมกับความพร้อมและเป้าหมายของครอบครัว เพื่อให้ลูกสามารถพัฒนาความพร้อมด้านต่างๆ สู่การเติบใหญ่และก้าวไปในอนาคตอย่างมั่นคง


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

นรินทร์ เอกวงศ์วิริยะ

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-AAA-A” กองทุนผสมสายกลาง “ลดความผันผวน”.. เพิ่มโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี” ในระยะยาว !!!      
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ “ซบ” ตามดัชนี เฉลี่ย -3.42%... “TVIETNAM” แชมป์สูงสุด +4.16% “PRINCIPAL VNEQ-USD” ร่วงสุด -10.30% โอกาสลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” เหตุ “ถูก-กำไรโตดี” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
บทเรียน “วัยเกษียณ” ของพ่อแม่...ที่ “ไม่ขอซ้ำรอยเดิม” !!!
เมื่อ อีก 19 ชั่วโมง
News Highlight
PTTGC ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นการขนส่งน้ำมันและข้อกล่าวหาการกักตุนน้ำมัน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ผ่าทิศทางดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 69 เฟ้นกลุ่มหุ้นเด่นรับมือความผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us