“หุ้นกู้” ตลาดยังไม่วาย...“ปีกระต่าย” ดอกเบี้ยขยับ-อัพ Level ผลตอบแทน !!!
Wealthy Way: ปัจจุบัน “ตลาดตราสารหนี้” ได้ก้าวมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักลงทุนสายกลาง “Medium Risk-Medium Return” อย่างเต็มภาคภูมิในปัจจุบัน
จะเห็นได้จากความคึกคักของตลาดตราสารหนี้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของ “ผู้ออก” และ “ผู้ลงทุน” จนมีเพจด้านการลงทุนในตราสารหนี้เกิดขึ้นมาตอบโจทย์นักลงทุน “สายตราสารหนี้” กลุ่มนี้โดยเฉพาะ
จนปัจจุบัน “ตลาดตราสารหนี้” เป็น 1 ใน 3 เสาหลักในการระดมทุนของประเทศไทย มีขนาดประมาณ 95% ของ GDP นอกเหนือจาก “สินเชื่อแบงก์” และ “ตลาดหุ้น” ที่มีขนาด 109% และ 122% ของ GDP ตามลำดับ (ที่มา: www.thaibma.or.th)
และใน “ปีกระต่าย-23” นี้ ก็ยังจะเป็นอีกปีที่ดีสำหรับนักลงทุน “สายตราสารหนี้” อย่างแน่นอน เตรียมเก็บเงินไว้เตรียมช้อปกันได้เลย เรื่องราวจะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัพเดทข้อมูลพร้อมๆ กันได้เลย

“เศรษฐกิจไทย” ปี23 โตต่อเนื่อง...“ดอกเบี้ย” ก็ขยับขึ้นเช่นกัน
ในปี23 นี้ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่เศรษฐกิจไทยเองยังคงมีการเติบโต ล่าสุดทาง “แบงก์ชาติ” ได้ออกมาคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะโตได้ 3.7% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก “การบริโภคภายในประเทศ” และ “การท่องเที่ยว” เป็นสำคัญ
ในขณะที่ “ดอกเบี้ยไทย” ก็ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็เป็น “ข่าวดี” สำหรับนักลงทุน “สายตราสารหนี้” อย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งในกลุ่มนักลงทุนที่ลงทุนผ่าน “กองตราสารตลาดเงิน” และ “กองตราสารหนี้ระยะสั้น” ผลตอบแทนก็จะอัพขึ้นตาม “ดอกเบี้ยนโยบาย” ที่จะทยอยปรับขึ้น ตลอดจนกลุ่ม “กองตราสารหนี้แบบ Term Fund” ที่เริ่มกลับมาให้เห็นกันอีกแล้วเช่นเดียวกัน
ส่วนใครที่ชอบลงทุนโดยตรงใน “หุ้นกู้” ปีนี้ก็ยังน่าจะเป็นอีกปีที่ได้รับผลตอบแทนที่ดีเช่นเดียวกัน และยังน่าจะมีบริษัทที่ล็อกต้นทุนในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นทยอยออก “หุ้นกู้” กันมาอย่างต่อเนื่องไม่แพ้ในปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว

“ผลตอบแทน” ตราสารหนี้...ในปี23 แนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
โดย “ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการ ผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) มองว่า ปี23 นี้จะเป็นอีกปีที่ดีสำหรับ “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในส่วนของ “ดอกเบี้ยนโยบาย” นั้นในปีที่ผ่านมา แบงกืชาติปรับขึ้นมา 0.75% มาอยู่ที่ 1.25% ซึ่งในปีนี้ตลาดคาดว่า กนง. จะขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 0.25% ประมาณ 2-3 ครั้ง ไปอยู่ที่ 1.75-2.00% ซึ่งจะส่งผ่านไปถึงผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้นตลอดจนเงินฝากให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
“ในส่วนของผลตอบแทนหุ้นกู้นั้น อ้างอิงหุ้นกู้อายุ 5 ปี ซึ่งเป็นรุ่นที่มีการออกกันมากที่สุดในตลาด พบว่า ในปี22 ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ปรับตัวขึ้นทุกเรทติ้งและกลับมาสูงกว่าระดับก่อนเกิด COVID-19 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากพันธบัตรรัฐบาลซึ่งเป็นตัวอ้างอิงที่ปรับตัวสูงขึ้น จากการที่เงินเฟ้อสูงขึ้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายสูงขึ้น และทำให้ Bond Yield สูงขึ้น เป็นผลจากเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของแบงก์ชาติเป็นสำคัญ ซึ่งในปี23 ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Bond Yield ไทยในช่วงครึ่งหลังของปี จะทรงตัวที่ 2.26% และ 2.83% สำหรับรุ่นอายุ 5 ปีและ 10 ปี ตามลำดับ”
จากข้อมูล ณ สิ้นปี22 Bond Yield ของพันธบัตร 5 ปี อยู่ที่ 1.96% โดยอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้อายุ 5 ปี อยู่ที่ 2.72 – 5.03% ขึ้นกับเรทติ้ง ดังนั้นในปี23 ถ้าพันธบัตรอ้างอิงผลตอบแทนสูงขึ้น ผลตอบแทนของหุ้นกู้ในปีนี้ก็น่าจะปรับตัวดีขึ้นด้วยเช่นเดียวกันไม่มากก็น้อย ขึ้นกับเรทติ้งเป็นสำคัญ
สำหรับนักลงทุน “สายเซฟ”, “สายตราสารหนี้” ในปีนี้ก็น่าจะเป็นอีกปีที่ดีที่สามารถลงทุนโดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น อัพ Level ตามดอกเบี้ยในประเทศที่กำลังขยับขึ้นนั่นเอง
