มองไตรมาส2 “หุ้น” ยังผันผวน...แนะ ‘หาจังหวะทำกำไร’ ในระยะสั้น-ลดความเสี่ยง!!!

ไตรมาสแรกของปี 2564 ดูเหมือนจะมีสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดี รายงานตัวเลขกิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งการจ้างงานและการผลิต น่าจะเป็นแรงส่งให้การลงทุนไตรมาสที่ 2 ของปีนี้เดินหน้าในทิศทางบวกได้  อีกทั้งการฉีดวัคซีนโควิดที่ทยอยฉีดไปทั่วโลก ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินหน้ามากขึ้น เช่นเดียวกับประเทศไทย การเดินทางในประเทศและประกอบธุรกิจเริ่มเปิดมากขึ้น (การจราจรเริ่มกลับมาติดขัด)


“มองไปที่ไตรมาส 2 มีปัจจัยบวก ลบอะไรบ้างที่จะกำหนดทิศทางการลงทุน  และควรวางกลยุทธ์ลงทุนอย่างไรในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจที่กลับมาสู่ทิศทางที่ดี”


ไตรมาสที่ 2 ปัจจัยที่จะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจที่สำคัญคือ การฉีดวัคซีนโควิดของประเทศต่างๆ ต่อเนื่องซึ่งจะทำให้เราได้เห็นการทยอยเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงระยะจากนี้ ประกอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “สหรัฐฯ” ที่รัฐสภาได้ผ่านร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านเหรียญฯ  ส่วนทาง “ธนาคารกลางยุโรป (ECB)” ก็คงอัตราดอกเบี้ยเตรียมอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ด้วยการเพิ่มวงเงินซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP) จากเดิมคือ 1.85 ล้านล้านยูโร ไปจนถึง มี.ค. 2565 ถือเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ “ตลาดหุ้น” 






“ขณะที่ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ภาพรวมมีเคลื่อนไหวอยู่ในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากกลุ่มธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดี เช่น ‘กลุ่มท่องเที่ยว’ รวมไปถึงกลุ่มที่น่าจับตามองอย่าง ‘กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์’ ที่จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การผลิตเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ๆ (New Business) ที่หลากหลาย เช่น รถยนต์ไฟฟ้า, ระบบไอทีและเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยพื้นฐานของหลายอุตสาหกรรมของประเทศในช่วงจากนี้ไป”


อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 2 ก็ยังมีปัจจัยที่อาจกระทบต่อตลาดได้ตลอดเวลานั่นคือ การปรับตัวขึ้นของ “อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield )” ที่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นไปสู่ระดับ 1.7-2% ในอนาคต ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านเศรษฐกิจ, เงินเฟ้อและการส่งสัญญาณเศรษฐกิจของ “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” ว่าจะเป็นผลบวกหรือลบต่อตลาดหุ้น ดังนั้นต้องบอกว่าไตรมาส 2 ตลาด “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังคงเจอปัจจัยที่จะกดดันให้ตลาดเกิด “ความผันผวนอยู่เป็นระยะ”


ด้วยภาพรวมเช่นนี้  “KTBST SEC” มองว่าในระยะจากนี้การเลือกลงทุนในหุ้น ต้องมาวิเคราะห์ปัจจัยสนับสนุนต่างๆ โดยการเลือกลงทุนผสมระหว่าง ‘กลุ่มหุ้นที่เติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจ (Cyclical Stock)’ กับ ‘กลุ่มที่เป็นธุรกิจใหม่ (New Business)’ ที่กำลังเติบโตและหุ้นกลุ่มอื่นๆ หรือเรียกว่าควรวาง “กลยุทธ์ลงทุนแบบผสมผสาน (Hybrid Investment)” เป็นกลยุทธ์ลงทุนในน่าสนใจ โดยขอแนะนำการจัดสรรดังนี้


1) หุ้นกลุ่ม Cyclical Stock: เน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนการเติบโต ได้แก่ CRC, KBANG, CENTEL, AAV แนะนำลงทุนประมาณ 50% ของพอร์ต


2) หุ้นกลุ่ม New Business: ได้แก่ EA, KCE, TUแนะนำลงทุนประมาณ 50-60% ของพอร์ต (ไม่ควรเกิน 60% เพราะมีความผันผวน)


3) กลุ่มหุ้นที่จ่ายปันผลได้ดี: เช่น ADVANC, INTUCH, CPNREIT แนะนำลงทุนประมาณ 10-20% ของพอร์ต


“อีกประเด็นที่อยากแนะนำนักลงทุนคือ ระดับราคาหุ้นปัจจุบัน ค่อนข้างขึ้นมามาก จึงอาจมองได้ว่าไม่ใช่ระดับราคาที่ถูกนัก ดังนั้นนักลงทุนอาจต้องพิจารณาลงทุนและหาจังหวะทำกำไรในระยะสั้น ไม่ลงทุนในระยะยาวมากนัก เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง”


การจัดสรรลงทุนแบบ “Hybrid Investment” นี้ถือเป็นทางเลือกและโอกาสในภาวะที่ตลาดมีปัจจัยทั้งบวกและลบอีกทั้งเพื่อเป็นการ ‘ลดความเสี่ยง’ จากความผันผวน ถือกลยุทธ์ที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนใน ‘หุ้นรายตัว’ ควบคู่กับการลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ที่มีที่เราได้แนะนำนักลงทุนไปในช่วงที่ผ่านมา

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

ผู้บริหารและอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน ที่ชอบถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน ให้กับคนไทยและตลาดทุน ได้มีความเข้าใจในการการวางแผนทางการเงิน เพื่อประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 20 ชั่วโมง
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us