“รักษาความมั่นคง” + “สร้างศักยภาพ” ของธุรกิจอาหารให้เติบโตเป็นเรื่องสำคัญ !!!
Where2put Ur Money: ความรุนแรงจากภัยธรรมชาติดูจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์มากขึ้นในการเกิดแต่ละครั้ง ปรากฏการณ์ไฟป่าบนเกาะเมาวีรัฐฮาวายที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชีวิตและบ้านเรือนในรอบ 100 ปี เป็นอีกกรณี ซึ่งไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากอะไร แต่ก็ถูกเชื่อมโยงถึงเรื่องภาวะโลกร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่คาดการณ์ภัยธรรมชาติเพื่อเฝ้าระวัง แต่ความเสียหายแต่ละครั้งนั้นอาจคาดการณ์ความเสียหายไม่ได้ อย่างเช่น ปรากฏการณ์ ‘เอลนีโญ’ (El Niño) ที่สร้างผลวงกว้างต่อหลายประเทศในโลกรวมถึงประเทศไทยที่กำลังเริ่มต้นขึ้นในปีนี้”
ด้วยภาวะความผันผวนของการหมุนเวียนกระแสอากาศ กับกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ที่ไหลไปฝั่งทวีปอเมริกาใต้ จึงทำให้บริเวณประเทศแถบเอเชียใต้ และออสเตรเลียตอนเหนือเกิดภาวะแห้งแล้ง นั่นคือ “ปรากฏการณ์เอลนีโญ”

“เอลนีโญ” ที่กำลังเกิดขึ้นในปีนี้ เริ่มสร้างความกังวลต่อ การเพาะปลูกสินค้าเกษตรที่จะเกิดความเสียหายและทำให้ราคาปรับตัวขึ้น ประเทศไทยเองก็คาดว่าอาจได้เจอรับผลกระทบในปีฤดูกาล 2023 -2024
จากข้อมูลจาก “DAOL” ประเมินว่าภาวะแห้งแล้งของไทยในช่วงเดือน ก.ค.-พ.ย. 2566 อยู่ในช่วงเกณฑ์ความแห้งแล้งปานกลาง แต่ฝนแล้งมากที่สุดคือภาคอีสานช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2566 ปริมาณน้ำฝนในไทยจะลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย กระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยสินค้าเกษตรของไทย นอกจากข้าวซึ่งเป็นสินค้าเศรษฐกิจเพื่อบริโภคในประเทศและส่งออกอาจจะได้รับผลกระทบหากมีน้ำไม่เพียงพอ รวมถึงพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ได้แก่
อ้อย: คาดว่าปริมาณผลผลิตรวมทั้งประเทศปี 2023 จะลดลงกว่าปีก่อน ด้วยพื้นที่ปลูกที่ลดลงและผลกระทบ “เอลนีโญ” โดยทำให้พื้นที่ปลูกอ้อยหลัก ได้แก่ กำแพงเพชร อุดรธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี แห้งแล้งในระดับสูง
ข้าวโพด: แม้เจอ “เอลนีโญ” แต่ผลผลิตข้าวโพดทั้งประเทศปีนี้มีโอกาสมากกว่าปีที่ผ่านมา จากพื้นที่ปลูกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น อีกทั้งข้าวโพดยังสามารถปลูกได้ทั้ง 2 ฤดู
ปาล์ม: ผลผลิตปาล์มคาดว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น เพราะสภาวะแห้งแล้งช่วงครึ่งปีหลังของภาคใต้อยู่ในระดับปานกลาง และบางพื้นที่ยังมีฝนตกชุกแต่ราคาปาล์มอาจจะต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น

“ปรากฏการณ์ 'เอลนีโญ' อาจจะกินระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี แนวทางการรับมือจึงสำคัญ โดยเฉพาะประเทศที่มีรายได้เศรษฐกิจจากผลิตสินค้าเกษตร เช่น อินเดียที่ห้ามส่งออกสินค้าเกษตรอย่างข้าว ซึ่งแม้ว่าราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวขึ้นจะเป็นโอกาสของผู้ผลิตและส่งออก แต่ก็มีผลกระทบที่ต้องจับตาเช่นกันคือ ‘เงินเฟ้อ’ ที่จะตามมา”
หากมองอีกด้านปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจเรื่องสภาพอากาศหรือภัยธรรมชาติต่างๆ ในทุกๆ ครั้ง ภาครัฐต้องใช้งบประมาณเข้ามาจัดการดูแล ดังนั้น แผนรับมือและการบริหารจัดการในระยะยาวเป็นเรื่องจำเป็น ภายใต้แนวโน้มว่าภัยธรรมชาติจะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต
ประเทศไทยนอกจากการท่องเที่ยวที่สร้างเม็ดเงินให้ประเทศอย่างมากมาย “อาหาร” ถือเป็นอีกอุตสาหกรรมที่โดดเด่นและมีศักยภาพ ตั้งแต่การเพาะปลูก แปรรูปและส่งออก ดังนั้น การให้ความสำคัญกับเรื่องสภาพอากาศเพื่อรับมือผลกระทบและเพื่อรักษาความมั่นคงของอาหารในประเทศพร้อมกับสร้างศักยภาพของธุรกิจอาหารให้เติบโตได้ในเวลาเดียวกัน
