“Forward Contract” ได้รับความนิยม...เพราะ “เงื่อนไขสัญญา” มีความยืดหยุ่นสูง !!!

Where2put Ur Money: ตราสารอนุพันธ์ประเภท Forward contract หมายถึง สัญญาซื้อขายสินค้าล่วงหน้าระหว่างผู้ออก หรือ ผู้ขายสัญญา (Writer) และผู้ถือสัญญา หรือ ผู้ซื้อ (Holder) ผ่านสถาบันการเงิน หรือ ทำการซื้อขายกันเป็นการส่วนตัวระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเอง


“โดย ผู้ซื้อ ตกลงที่จะซื้อสินค้าอ้างอิง (Underlying Asset) ในราคาที่กำหนด ในวันที่กำหนดในอนาคต และ ผู้ขาย ตกลงที่จะขายสินค้าให้ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับผู้ซื้อ โดยจะมีการส่งมอบสินค้าให้แก่กันจริง (Physical Delivery) ตามที่ได้ตกลงในสัญญานั้นๆ” 


การทำสัญญาประเภทนี้นิยมใช้กันมากกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) หรือสินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Asset) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้ “ป้องกันความเสี่ยง” (Hedging) และเพื่อใช้ใน “การเก็งกำไร” (Speculation) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของราคา หรือมูลค่าสินค้าที่ใช้อ้างอิงในอนาคต


ยกตัวอย่างเช่น โรงงานเบียร์แห่งหนึ่งตกลงที่จะซื้อ ข้าวมอลต์ จากชาวนาเพื่อนำมาใช้ในการผลิตเบียร์ ถ้าเป็นการซื้อขาย และส่งมอบกันในทันที จะเรียกว่า Spot Transaction อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาของข้าวมอลต์มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ถ้าโรงงานคาดว่า ราคาข้าวมอลต์จะสูงขึ้น และได้ตกลงทำ Forward Contract ซื้อข้าวมอลต์จากชาวนาผ่านสถาบันการเงิน โดยทั้งสองฝ่ายกำหนดราคาข้าวมอลต์ที่จะทำการซื้อขายล่วงหน้ากันที่ 100 บาทต่อถุง และกำหนดระยะเวลาในอนาคตสำหรับชำระเงิน และส่งมอบสินค้า (Settlement and Delivery Date) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า


ซึ่งการทำ Forward Contract นี้เป็นการผูกมัด (Obligation) กันล่วงหน้าของคู่สัญญา สมมติว่า ถ้าครบเวลา 3 เดือนตามสัญญา ราคาข้าวมอลต์สูงขึ้นเนื่องจากความแห้งแล้งโดยที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นเป็น 120 บาทต่อถุง โรงงานเบียร์จะมีพันธะผูกพันที่ต้องชำระเงินให้แก่ชาวนาเพียง 100 บาทต่อถุงตามราคาที่ตกลงในสัญญาเท่านั้น จึงทำให้โรงงานเบียร์สามารถประหยัดเงินได้ 20 บาทต่อถุง โดยที่ชาวนาจะเสียโอกาสในการได้รับเงินค่าขายข้าวมอลต์ 20 บาทต่อถุงแทน



แต่ถ้าหากอีก 3 เดือนข้างหน้า ราคาข้าวมอลต์ต่ำลงจนเท่ากับ 80 บาทต่อถุง เนื่องจากมีฝนชุกทั้งปี โรงงานยังคงต้องชำระค่าข้าวมอลต์แก่ชาวนา 100 บาทต่อถุงเช่นเดิม แต่ในกรณีนี้ ชาวนาจะได้รับกำไรส่วนต่างระหว่างราคาขายตาม Forward Contract กับราคาขายจริงในท้องตลาด ณ ขณะนั้น 20 บาท  ถือได้ว่า เป็นการเก็งกำไรที่เกิดจากการทำ Forward Contract  ในขณะที่โรงงานจะขาดทุนจากส่วนต่างดังกล่าว


“จากตัวอย่างข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า แรงจูงใจในการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของทั้งสองฝ่ายน่าจะเกิดจากความประสงค์ที่ฝ่ายหนึ่งต้องการที่จะป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการคาดการณ์ราคา ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าอ้างอิง”


ทั้งนี้ ถ้าหากการคาดการณ์ราคาไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ เช่น กรณีที่โรงงานเบียร์คาดว่า ราคาข้าวมอลต์จะสูงขึ้น จึงทำ “Forward Contract เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ราคาข้าวอาจสูงขึ้นในอนาคต แต่ถ้าเมื่อถึงระยะเวลาส่งมอบ ราคาข้าวในท้องตลาดกลับลดต่ำลงกว่าราคาที่กำหนดไว้ตามสัญญา โรงงานก็ต้องจ่ายชำระค่าข้าวมอลต์แพงกว่าราคาที่ควรจะซื้อได้ในตลาด


“จึงเห็นได้ว่า ‘Forward Contract’ ไม่สามารถขจัดความเสี่ยงทั้งหมดออกไปได้ แต่สามารถใช้ป้องกัน หรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าได้ ถ้าสามารถคาดการณ์ทิศทางของราคาสินค้าอ้างอิงได้อย่างถูกต้องเท่านั้น ในขณะที่ชาวนาที่เข้ามาเก็งกำไรโดยการทำ ‘Forward Contract’ จะมีกำไรก็ต่อเมื่อราคาข้าวเป็นขาขึ้น และขาดทุนเมื่อราคาข้าวเป็นขาลงนั่นเอง โดยลักษณะเช่นนี้จะเรียกกันว่า Zero-sum Game ซึ่งหมายความได้ว่า เมื่อมีคนนึงชนะ ก็ต้องมีคนแพ้ด้วยเสมอ”


ทั้งนี้ ลักษณะสำคัญที่ทำให้ Forward Contract ได้รับความนิยม ก็เนื่องจากการที่เงื่อนไขสัญญามีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของคู่สัญญา (Tailored-made) ทั้งในด้านจำนวน และมูลค่าสินค้าอ้างอิงที่มีการส่งมอบ ตลอดจนระยะเวลาครบกำหนด วันครบกำหนดชำระเงิน และเงื่อนไขต่างๆ


“อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ‘Forward Contract’ มีลักษณะเป็นสัญญาที่อาศัยความไว้วางใจระหว่างคู่สัญญา และกฎเกณฑ์ข้อบังคับก็แทบจะไม่มี ดังนั้น โอกาสที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ปฎิบัติ หรือทำตามสัญญา (Default) จึงมีความเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าราคาสินค้าอ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากภายหลังการทำสัญญาไปแล้ว”


นอกจากนี้ Forward Contract ก็ยังมีสภาพคล่องที่ต่ำมากๆ เนื่องจากคู่สัญญายากที่จะนำ  Forward Contract ไปซื้อขายต่อในตลาดรองได้ เพราะเป็นสัญญาที่ไม่ได้มีความเป็นมาตรฐาน หากแต่เป็นการตกลงกันเองตามความต้องการของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายนั่นเอง


ดังนั้น ก่อนที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาของ “Forward Contract” จึงควรศึกษา และทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องเผชิญกับความผิดพลาดในภายหลังครับ

ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

นักวิชาการอิสระสายการเงิน-การลงทุน ชอบสื่อสารเรื่องการเงินยากๆ ให้เข้าใจง่าย ผ่านการสอน งานเขียน และการเป็นวิทยากร ทุ่มเททั้งชีวิต หวังปลุกคนไทยให้ตื่นขึ้นมา อ่านออก-เขียนได้ทางการเงิน

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us