“กองทุน FIF, DR, DRx”… 3 ช่องทาง “ลงทุนตปท.”…แบบ “ไม่เสียภาษี” !!!
Wealthy Way: รู้หรือไม่?...“เงินได้จากการลงทุนต่างประเทศ” ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 24 เป็นต้นไป ในส่วนที่มากกว่าเงินต้นที่โอนออกไป เมื่อนำกลับเข้ามาในประเทศไทย (ไม่ว่าจะปีภาษีใดก็ตาม) จะต้องนำไป “ยื่นภาษี” ด้วย
แต่โลกการลงทุนนั้นกว้างใหญ่ ไม่ใช่มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น !!!
“โอกาสการลงทุน” ที่น่าสนใจยังมีอยู่อีกมากมาย ดังนั้น อย่าให้เรื่อง “ภาษีเงินลงทุนต่างประเทศ” มาเป็นข้อจำกัดปิดกั้นโอกาสการลงทุนของคุณไปเลย
เพราะยังมี 3 ช่องทาง “ลงทุนต่างประเทศ” แบบ “ไม่เสียภาษี” ให้ลงทุนได้อยู่ ทั้ง 3 ทาง มีอะไรบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ รวบรวมเอาไว้ให้แล้วตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
เปิด 3 ช่องทาง “ลงทุนตปท.”…แบบ “ไม่เสียภาษี”
สำหรับทั้ง “3 ช่องทาง” นั้น ประกอบไปด้วย
1.“กองทุน FIF: Foreign Investment Fund: FIF”
เป็น “กองทุนรวม” ที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ เป็นกองทุนรวมประเภทเดียวที่ได้รับอนุญาตจาก “สำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” (ก.ล.ต.) และ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (ธปท.) ให้สามารถระดมเงินจากผู้ลงทุนไทย และนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหน่วยลงทุนไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ เพื่อเป็นการกระจายการลงทุน และเพิ่มโอกาสในการแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศ
“กองทุน FIF มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศในสินทรัพย์ที่หลากหลายให้เลือกลงทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้, หุ้น, อสังหาริมทรัพย์, สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น ที่สำคัญ ‘กำไรจากส่วนต่างราคา’ (Capital Gain) ได้รับยกเว้นภาษีและในส่วนของเงินปันผลที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ก็ไม่จำเป็นต้องนำไปรวมเพื่อเสียภาษีปลายปีด้วยเช่นกัน”

2.“DR: Depositary Receipt”
3.“DRx: Fractional Depositary Receipt”
“DR และ DRx เป็น ‘ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ’ มีกลไกการอ้างอิงมูลค่ากับหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดย ‘โบรกเกอร์’ หรือ ‘ธนาคารพาณิชย์’ ซึ่งเป็น ‘ผู้ออกตราสาร’ จะไปซื้อหลักทรัพย์ต่างประเทศ เช่น หุ้น หรือ ETF มาเก็บไว้ แล้วออกเป็น DR หรือ DRx เสนอขายให้นักลงทุนทั่วไป และจะทำหน้าเป็นผู้ที่ถือหลักทรัพย์ต่างประเทศนั้นๆ แทนนักลงทุน แล้วส่งผ่านสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการลงทุนให้แก่ผู้ถือตราสาร DR หรือ DRx นั่นเอง”
“DR” & “DRx” ต่างกันที่ขนาด
ทั้ง “DR” และ “DRx” ต่างก็คือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เหมือนกันแต่ DRx ก็คือ DR แต่เป็น size ที่เล็กกว่า สามารถลงทุนเป็นจำนวนเงินบาท หรือ “เศษหุ้น” ได้ และยังมีรายละเอียดการซื้อขายแตกต่างจาก DR อยู่บ้าง เช่น
-
ต้องมีบัญชีหุ้นกับโบรกเกอร์ผู้ให้บริการซื้อขาย DRx เพิ่มเติม (ในขณะที่ DR หากมีบัญชีหุ้นอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อขาย DR ได้เลย)
-
ซื้อขายได้ตามเวลาของตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศที่หลักทรัพย์อ้างอิงจดทะเบียนอยู่
-
สามารถลงทุนเป็นจำนวนเงินบาท หรือ “เศษหุ้น” ที่ 0001 หน่วย (ในขณะที่ DR ต้องซื้อขั้นต่ำ 1 หุ้น ไม่สามารถซื้อเป็นเศษหุ้นได้)แต่ก็เป็นการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนน้อยอยู่นั่นเอง


ทั้งนี้ นักลงทุนที่สนใจสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับ “DR” และ “DRx” เพิ่มเติมได้ที่ SET website หรือ www.setinvestnow.com/th/newdr และ www.setinvestnow.com/drx
ทั้งหมดนี้ เป็น 3 ช่องทาง “ลงทุนต่างประเทศ” ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถติดปีกกระจายเงินไปลงทุนต่างประเทศ เพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีได้ และ “ไม่ถูกจำกัด” หรือ “ปิดกั้น” ด้วยเรื่องของ “ภาษีเงินลงทุนต่างประเทศ” แต่ประการใด ส่วนทางเลือกไหนเหมาะกับคุณก็ลองพิจารณาดูตามสะดวก
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
