“ทองคำ” สร้าง ‘เสถียรภาพ-ชนะเงินเฟ้อ’...ได้เหนือกว่า “การถือเงินสด” !!!
Where2putUr Money: เป็นเวลาหลายปีมาแล้วความต้องการ “ทองคำ” โดยธนาคารกลางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ยุค 70 รัฐบาลของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต่างมองหาทองคำเป็นสินทรัพย์อ้างอิงในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ
“เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ‘ทองคำสำรอง’ คือตัวช่วยรักษาเศรษฐกิจและค่าเงินและป้องกันเสี่ยงต่อความผันผวนของตลาด นักลงทุนก็เช่นเดียวกัน ‘ทองคำ’ ถูกเลือกเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนและเพื่อการเก็งกำไร แต่นอกจากเรื่องการสร้างผลตอบแทนแล้ว ทองคำยังช่วยสร้าง ‘ความมั่งคั่ง’ (Wealth) ได้อีกด้วย นี่คือเคล็ดลับในการซื้อทองคำเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับเราในอนาคต”
1.ควรซื้อทองคำที่จับต้องได้จริง
“ทองคำ” ในอดีตทำหน้าเป็น “เงิน” สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามาก่อนในยุคโบราณ ก่อนที่โลกจะเปลี่ยนมาใช้ระบบเงินกระดาษและเหรียญในปัจจุบัน ใครที่ต้องการลงทุนหรือสร้างความมั่งคั่งในทองคำระยะยาว ควรซื้อทองคำจริงที่จับต้องได้ ส่วนทองคำที่เป็นสัญญาซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือทองคำกระดาษ แนะนำให้ซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
2.ตรวจสอบราคา
ก่อนซื้อทองคำ “ตรวจสอบราคา” ทองคำก่อน เราควรซื้อทองคำที่ใกล้เคียงกับราคาในตลาดมากที่สุด ไม่ควรซื้อทองคำจากร้านขายเครื่องประดับอื่น เพราะอาจซื้อในราคาที่สูงกว่าราคามาตรฐาน ขณะเดียวกันอย่าตัดสินใจซื้อทองคำที่ราคาถูกอย่างเดียว ควรพิจารณาความถูกต้องปลอดภัยและการให้บริการดูแลที่ดีหลังการขาย
3.เก็บทองคำเพื่อสร้างสภาพคล่อง
“ทองคำ” มีสภาพคล่องสูงมากเนื่องจากมีความต้องการอยู่เสมอ มูลค่าทองคำหนึ่งออนซ์เพิ่มขึ้นมาตลอดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แม้ว่าจะมีการลดลงบ้างตามช่วงเวลาต่างๆ แต่มูลค่าของทองคำก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอนหรือมีความวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจสูง ดังนั้นอย่ามองทองคำเป็นสินทรัพย์ในการซื้อขายระยะสั้น ให้มองทองคำเป็นหลักประกันในการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว

4.อย่าใช้สินเชื่อซื้อทองคำ
“การออมเงิน” คือการสร้างวินัยที่ดี ของทุกคนที่มีรายได้และเป็นพื้นฐานที่ดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ การซื้อทองคำควรซื้อด้วยเงินออมที่เราเก็บ อย่าใช้เครดิตหรือสินเชื่อซื้อ (ยิ่งใช้เครดิตเพื่อการเก็งกำไรระยะสั้นยิ่งไม่ควร) เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าราคาทองคำจะไปในทิศทางไหน อาจเกิดความเสี่ยงที่เราต้องชำระคืนเครดิตสินเชื่อ ก่อนที่ราคาทองคำจะทำกำไรให้เรา ดังนั้นควรซื้อทองคำในลักษณะทยอยซื้อจากเงินออม ที่ไม่ใช่เงินสำหรับใช้จ่ายจำเป็นในช่วง 3-6 เดือน
5.จัดเก็บทองคำในที่ปลอดภัย
“ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง การจัดเก็บทองคำ ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เราควรจัดเก็บทองคำในสถานที่ปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้สะดวก อาจเก็บในที่ต่างๆ เช่น 1) เก็บไว้ในอยู่อาศัยของเราหากมีปริมาณไม่มาก 2) เก็บไว้ที่ตู้เซฟธนาคารหากมีทองคำจำนวนมากซึ่งตู้เซฟสามารถเก็บสินทรัพย์มีค่าประเภทอื่นได้ (แต่มีค่าใช้จ่าย) หรือ 3) เก็บทองคำไว้ที่ร้านทองคำที่ให้บริการรับฝาก
6.ปฏิบัติตามกฎหมาย
หากเราซื้อ “ทองคำ” ในปริมาณที่ไม่มากเพื่อเก็บออมหรือการเก็งกำไรสามารถซื้อได้ปกติ แต่หากเราซื้อทองคำแต่ละครั้งในจำนวนที่มากอาจต้องเปิดเผยข้อมูลหรือทำตามข้อกฎหมายที่กำหนดบางประการ ซึ่งเราควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
“ทองคำสามารถสร้างเสถียรภาพและเอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้เหนือกว่าการถือเงินสด ความต้องการโลหะมีค่าที่จับต้องได้มีเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เกิดวิกฤตทางการเงินในอดีตที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากเลือกที่จะลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อปกป้องความมั่งคั่งในอนาคต”
นอกจาก “ทองคำจริง” นักลงทุนยังให้ความสนใจลงทุนใน “หุ้นเหมืองแร่ทองคำ” หรือ “กองทุนรวม” ที่ลงทุนในบริษัทเหมืองแร่ทองคำอีกด้วย เป็นรูปแบบการของการกระจายการลงทุนที่มีความปลอดภัยและสามารถสร้างความมั่งได้ ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความแน่นอนและสินทรัพย์เสี่ยงๆ ต่างมีความผันผวน
