ก่อนจะลงทุนต้อง “จัดการหนี้” & “กันเงินสำรองฉุกเฉิน” ให้เรียบร้อย !!!
Where2putUrMoney: หากมีเงิน “1 ล้านบาท” ในมือเราตอนนี้ คงเป็นเงินที่เยอะมาก แต่หากมองไปข้างหน้า 5-10 ปี ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่อาจไม่แน่นอน ภาวะเงินเฟ้อ การครองชีพที่สูง คงบอกได้เลยว่าเงิน “1 ล้านบาท” กับค่าใช้จ่ายที่รออยู่ในวันข้าง ไม่มากพอแน่นอน
“หากคุณมีเงิน 1,000,000 บาท ไม่ว่าจะมาจากเงินออม โบนัส มรดก หรือถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ หากคิดจะนำเงินไปลงทุนหาผลตอบแทนเพิ่มมูลค่า ก็มีเครื่องมือทางการเงินให้เลือกหลากหลาย”
แต่เนื่องจากหลายอย่างๆ เปลี่ยนไปจากอดีต กล่าวคือ ค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ รายได้ เปลี่ยนแปลงไปมากตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ความสามารถในการออมหรือลงทุนจึงเปลี่ยนตามไป โดยเฉพาะเรื่องหนี้ที่เข้ามาเป็นปัญหาของหลายคนในปัจจุบัน
คำแนะนำ คือ ก่อนที่เราลงทุนควรพิจารณาปัจจัย 2 ประการสำคัญก่อน คือ 1) หากมีหนี้ต้องรีบลดภาระหนี้ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ระดับที่สูง เราไม่อาจแน่ใจได้ว่าการลงทุนของเราจะได้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยหรือไม่ดังนั้นควรชำระหนี้ก่อน
ข้อสำคัญต่อมาคือ 2) ต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับ 3-6 เดือน เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
เมื่อเราจัดการ 2 เรื่องข้างต้นแล้ว เงินที่ส่วนที่เหลือจาก “1 ล้านบาท” มีทางเลือกการลงทุนอะไรบ้างในการสร้างเงินให้เพิ่มขึ้นแบบยั่งยืน
1) ซื้อกองทุนรวม
“กองทุนรวม” เป็นตัวเลือกที่ดีอันดับแรกๆ สำหรับการกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย เช่น หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำฯ เป็นต้น แต่ละกองทุนมีจุดเด่นความน่าสนใจแตกต่างกัน และข้อดีคือมีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารจัดการให้ สิ่งสำคัญ คือ เราควรศึกษาข้อมูลการลงทุน และควรเลือกลงทุนให้เหมาะสมความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เราต้องการ
2) ซื้อหุ้นปันผล
ปัจจุบันมีหุ้นในตลาดหุ้นของไทยที่มีกำไรเติบโตดีมีความสามารถจ่ายปันผลที่สูงหลายตัว เป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนได้น่าสนใจ การซื้อ “หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง” เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ

3) ซื้อพันธบัตร
“พันธบัตร” เป็นอีกสินทรัพย์ที่มีความโดดเด่นเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อต้องการลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกิดความผันผวน ผลตอบแทนจากพันธบัตรถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะในอัตราดอกเบี้ยที่สูงในปัจจุบัน
4) ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก
นอกเหนือจากการซื้อ หุ้น พันธบัตร ยังมีสินทรัพย์อื่นที่สร้างมูลค่าผลตอบแทนได้ดี เช่น โลหะมีค่า สกุลเงินดิจิตอล รวมถึงของสะสม เช่น ภาพศิลปะ นาฬิกา รถยนต์ เป็นต้น สินทรัพย์ประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนแบบอื่น แต่สามารถสร้างความหลากหลายและมีโอกาสสร้างรายได้ที่สูงกว่าหากเป็นที่ต้องการ
5) ลงทุนอสังหาริมทรัพย์
นอกจากการซื้อ “อสังหาริมทรัพย์” อยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจ ยังสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า การเลือกทำเลที่ดีเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์มีความโดดเด่นมีโอกาสในการหารายได้
6) ฝากเงินกับธนาคาร
การ “ฝากเงินในบัญชีธนาคาร” ยังเป็นที่ได้รับความนิยมของหลายคนอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่ชอบเก็บเงินสดหรือคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน แม้จะมีข้อดี คือ นำเงินออกมาใช้ยามฉุกเฉินได้ แต่การฝากเงินกับธนาคารจำนวนมากไว้นานๆ ก็เสียโอกาสในการให้เงินทำงานสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
เรื่อง “ภาระหนี้” จะเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องตระหนักมากขึ้น เพราะมีผลมากต่อบริหารการเงินในระยะยาว นอกจากทางเลือกข้างต้นสำหรับการลงทุนแล้ว สิ่งที่เราควรพิจารณาคือ การวางเป้าหมาย กำหนดระยะเวลา และการยอมรับความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เช่นกันในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เราอาจตั้งโจทย์คำถามให้กับตัวเองว่า
เรากำลังผ่อนบ้าน ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย หรือกำลังอยู่ในวันเกษียณ.?
เราต้องการเงินสำหรับใช้จ่ายในระยะ 1 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ?
เรายอมรับเสี่ยงสูงขึ้นเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงหรือไม่ ?
การตอบคำถามเหล่านี้ช่วยให้เรากำหนดวิธีที่ลงมือปฎิบัติดีที่สุดในการนำเงิน “1 ล้านบาท” ไปสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเราและคนที่เรารักให้ยั่งยืน
