หวัง “Thai ESG” อัพเกรดเงื่อนไข-ดึงเงินฟื้น “หุ้นไทย” ไกลเกินจริง... สถิติฟ้อง “LTF” (7 ปีปฏิทิน) เงินไหลเข้าเฉลี่ยเพียง 2.5 หมื่นลบ./ปี เท่านั้น !!!

Wealthy Way: ทุกครั้งที่ “ตลาดหุ้นไทย” ดำดิ่งทิ้งตัว ก็จะมีเสียงเรียกร้องให้มี “กองทุนพยุงหุ้น” กลับคืนมา ซึ่งโดยเป้าหมายก็เจาะจงไปที่ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ที่โฟกัสหุ้นไทยชัดเจน พร้อม


ด้วยเงื่อนไขภาษีที่จูงใจ ลดหย่อนได้ “ไม่เกิน 15%” สูงสุด “ไม่เกิน 500,000 บาท” (ไม่นับรวมกับกลุ่ม “กองทุนเพื่อเกษียณ”) ที่สำคัญถือลงทุนแค่ 7 ปีปฏิทิน (ในช่วงต่อเวลาปี2016-2019) ซึ่งก็ประมาณ 5 ปี เท่านั้น


ถือเป็นสารตั้งต้นที่ฝั่ง “ตลาดทุน” อยากจะเห็นการกลับมาแบบจัดเต็มเช่นในอดีต แต่ก็ชัดเจนไปเรียบร้อยแล้วว่า...สเปกที่รัฐจัดมาให้นั้น ไม่ได้จัดเต็มตามที่ฝั่งตลาดทุนคาดหวังไว้แต่ประการใด (ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่ประการใด ในภาวะที่รายได้ต่ำเป้า รายจ่ายสูงเช่นนี้


ที่ได้มาจึงเป็นเวอร์ชั่นอัพเกรด “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thai ESG) มาให้นั่นเอง เป็นมาตรการ “เฉพาะกิจ” ใช้เฉพาะ 3 ปี (2024-2026) เท่านั้น ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาดรัฐโอเคก็จะมีผลบังคับย้อนหลังไปตั้งแต่ 1 ม.ค. 24 ปีนี้เลยทีเดียว


โดยจะปรับเพดานวงเงินลงทุนสูงสุดขึ้นเป็น “ไม่เกิน 300,000 บาท” จากเดิม “ไม่เกิน 100,000 บาท” พร้อมปรับลดระยะเวลาลงทุนลงเหลือ “5 ปี นับจากวันที่ซื้อ” จากเดิม “8 ปี นับจากวันที่ซื้อ” ซึ่งภาครัฐคาดว่าจะดึงเม็ดเงินเข้า “ตลาดหุ้นไทย” ระดับ 4 – 5 หมื่นล้านบาท เลยทีเดียว


แต่รู้หรือไม่? ช่วงปี2015-2019 ซึ่งกอง “LTF” เปลี่ยนเงื่อนไขจาก 5 ปีปฏิทิน มาเป็น 7 ปีปฏิทินนั้น มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิเฉลี่ยเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท เท่านั้น !!!


การปรับเงื่อนไข "ThaiESG" แทนฟื้น "LTF"...คืนชีพ "ตลาดหุ้นไทย" ได้จริงหรือ? วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จะชวนมาขบคิดกันอีกสักครั้ง


สถิติฟ้อง “
LTF” ปี2015-2019 มีเงินไหลเข้าสุทธิเฉลี่ย 2.5 หมื่นล้านบาท เท่านั้น...ทั้งที่ “เงื่อนไขดีกว่า” กอง “Thai ESG” ฉบับอัพเกรดชั่วคราว

แน่นอนว่า...การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของกองทุน Thai ESG” ฉบับอัพเกรดชั่วคราวใช้ 3 ปี เพื่อดึงเม็ดเงินเข้า “ตลาดหุ้นไทย” ให้กลับขึ้นมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งนั้น ในแง่ของเม็ดเงินที่จะได้เข้ามาก็น่าจะมากกว่าเงื่อนไขเดิมในปัจจุบันที่ลงทุนได้ “สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท” และต้องลงทุนถึง “8 ปี นับจากวันที่ซื้อ” อย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย



“แต่ก็คงไม่ได้ดีมากมายแบบที่ตลาดคาดหวัง หรือแบบที่ภาครัฐ หรือโบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์ถึงตัวเลขเม็ดเงินที่จะไหลเข้ามาระดับ 4 – 7 หมื่นล้านบาทกันเลยทีเดียว เพราะอะไร?...จากข้อมูลของ บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบว่า เม็ดเงินลงทุนไหลเข้ากองทุน LTF สุทธิในช่วงปี2015-2019 เฉลี่ยเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท เท่านั้น เป็นช่วงที่ LTF ต่ออายุ แค่เปลี่ยนเงื่อนไขการถือครองจาก 5 ปี ปฏิทิน เป็น 7 ปีปฏิทินซึ่งเทียบเท่ากับระยะเวลาลงทุน 5 ปี เท่ากับกองทุน ‘Thai ESG’ ฉบับอัพเกรดชั่วคราวในครั้งนี้ ในขณะที่วงเงินสูงสุดในการซื้อสูงกว่า ยังได้ตัวเลขแค่นี้เอง”


เข้าใจว่าตัวเลขที่ประเมินกันระดับ 4 – 5 หมื่นล้านบาท อาจจะมาจากเงื่อนไขดั้งเดิมของกองทุน LTF ที่ถือครองเพียง “5 ปีปฏิทิน” หรือประมาณ “3 ปี 2 วัน” เท่านั้นเอง มากกว่า !!!


เมื่อประเมินผิด...ชีวิตก็เปลี่ยน


ช่วงต่ออายุกองทุน LTF ในตอนนั้น ดัชนีหุ้นไทยก็แกว่งแถวระดับ 1,300 จุด เช่นเดียวกัน


ก่อนจะไปจบปี2019 แถวบริเวณ 1,580 จุด เพิ่มขึ้นมาประมาณ 280 จุด ในช่วง 4 ปี !!!


สินทรัพย์สุทธิของกองทุน LTF ในปี2016 อยู่ที่ 3.37 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 4.06 แสนล้านบาท ในปี2019 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของกองทุน LTF


ทำไม
?...ตัวเลขเงินลงทุนในกองทุน “Thai ESG” จึงอาจไม่ได้สูงเปรี้ยงปร้างอย่างที่รัฐบาลคาดหวัง

1) สถิติฟ้อง...เงินลงทุนในกองทุน LTF ช่วงต่ออายุ เฉลี่ยเพียง 5 หมื่นล้านบาท/ปี เท่านั้น


2)LTF ช่วงต่อเวลาลงทุนได้สูงสุดมากกว่าถึง “ไม่เกิน 500,000 บาท” ในขณะที่ของ Thai ESG” อยู่ที่ “ไม่เกิน 300,000 บาท”


3)LTF ลงทุนใน “หุ้นไทย” เต็มๆ ส่วน Thai ESG” ไม่ได้จำกัดเฉพาะหุ้นไทยเท่านั้น ยังรวมถึงตราสารหนีและสินทรัพย์อื่นๆ ที่มี ESG ดังนั้น เงินที่จะเข้ามาก็จะมีส่วนที่ถูกแชร์ออกไปบางส่วนด้วยเช่นกัน


4) คนที่ลงทุนได้ “เต็มเพดาน” สำหรับเงื่อนไขของ LTF” มีรายได้เฉลี่ย 3 ล้านบาท/ปี ส่วนของ Thai ESG” จะอยู่ที่ 1 ล้านบาท/ปี คนที่เคยใช้สิทธิได้เมื่อครั้ง LTF ก็น่าจะยังคงใช้สิทธิอยู่


5) รัฐคาดหวัง “ขยายฐานภาษี” สู่คนรุ่นใหม่ ระดับกลาง-ล่างมากขึ้น ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์สะท้อนผ่าน “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) ซึ่งรัฐเองก็มั่นใจว่าจะช่วยดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาใช้ประโยชน์และขยายสู่ฐานภาษีระดับกลาง-ล่างได้ แต่สิ้นปีนี้กองทุน SSF จะครบอายุแล้ว ภาครัฐน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่?


“ภาครัฐเองยังมีการเกริ่นถึงการปลุกชีพ กองทุนวายุภักษ์ ไว้เป็นก๊อก2 แต่ๆๆ...ก็ต้องย้อนกลับมาที่ เงื่อนไข ในการลงทุนเหมือนเดิม ถ้าให้ได้แบบ วายุภักษ์1’ ลงทุนครบได้เงินต้นคืน ระหว่างทางมีปันผล เหมือนลงทุนหุ้นที่ไม่มีวันเจ๊ง ก็ขายได้แน่นอน...แต่ เงื่อนไขแบบนี้ จะมีอีกมั้ย?


ก็ไม่ต่างจากการปลุกชีพ “LTF” สุดท้ายก็อยู่ที่ “เงื่อนไข” ว่าจะโดนใจ และเรียกศรัทธานักลงทุนให้กลับมาลงทุนได้หรือไม่ด้วยเช่นกัน เพราะ “การลงทุนระยะยาว” ใน “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ตรงปก...นักลงทุนบาดเจ็บ ขาดทุนย่อยยับ นี่ก็เป็นอีกปัจจัยที่จะผลต่อการ “ตัดสินใจ” ของนักลงทุนไทยใน “Thai ESG” ภายใต้เงื่อนไขใหม่ด้วยเช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us