แนะ “จัดพอร์ตหุ้น” กระจายไปใน 4 กลยุทธ์ "กองทุนหุ้น"...ตอบโจทย์ “เป้าหมายการเงิน” !!!
Wealthy Way: รู้หรือไม่?...ปัจจุบันมี “กองทุนหุ้น” ให้เลือกลงทุน 1,724 กอง มากกว่า “ตราสารทุน” ในตลาดหุ้นไทยที่มีอยู่ 870 หลักทรัพย์ (SET 656 หลักทรัพย์ และ mai 214 หลักทรัพย์)
หรือมี “กองทุนหุ้น” มากกว่า “ตราสารทุน” ในตลาดหุ้นไทยกว่า 2 เท่าตัว !!!
ลำพังเลือก “หุ้น” ในตลาดหุ้นไทย ก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับนักลงทุนมากพออยู่แล้ว อย่างว่าแต่นักลงทุนเลย แม้แต่ “โบรกเกอร์” ก็ Cover หุ้นไม่ครบทั้งตลาดแน่นอน รวมถึงนักลงทุนสถาบันต่างๆ ด้วยเช่นกัน (ไม่ต้องไปไกลถึงหุ้นต่างประเทศที่มีอีกเพียบ)
แต่เมื่อ “โอกาส” การลงทุนอยู่ใน “ตลาดหุ้น” ก็เลี่ยงไม่ได้ที่นักลงทุนจะต้องขวนขวายหาวิธีการต่างๆ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนเหล่านี้กัน
โชคดีว่า “กองทุนหุ้น” แม้จะมีอยู่มากมายก็จริงอยู่ แต่ก็พอจำแนกแยกแยะออกเป็น 4 กลุ่ม จาก “กลยุทธ์การลงทุน” ซึ่งช่วยให้นักลงทุนเลือกกันได้สะดวกและตอบโจทย์การลงทุนของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นด้วย
ทั้ง 4 “กลยุทธ์” ของ “กองทุนหุ้น” มีอะไรบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
รู้จัก 4 กลยุทธ์ “กองทุนหุ้น”...ช่วยลงทุนได้ตรงใจ “ไม่สับสน”
รู้หรือไม่?..“ตราสารทุน” ที่ลิสต์อยู่ใน “ตลาดหลักทรัพย์” ทั้งในไทยและต่างประเทศ ไม่ใช่มีแค่ “หุ้นสามัญ” หรือที่เราเรียกกันคุ้นเคยว่า “หุ้น” เท่านั้น ยังมีหุ้นบุริมสิทธิ, ใบสําคัญแสดงสิทธิ (warrants) รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้น ด้วย
สำหรับ “กองทุนรวมตราสารทุน” (Equity Fund) ในชื่อเต็มอย่างเป็นทางการ หรือที่รู้กันในชื่อที่ย่นย่อลงในชื่อของ “กองทุนหุ้น” นั้น ก็เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็ลงทุนใน “หุ้น” เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นกองทุนหุ้นในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม

โดยเราสามารถแบ่ง “กองทุนหุ้น” ได้ 4 ประเภทตามกลยุทธ์ที่ใช้ ประกอบด้วย
แบ่งตามมูลค่าตลาด (Market cap.)
- Large cap: หุ้นบริษัทขนาดใหญ่
- Mid cap: หุ้นบริษัทขนาดกลาง
- Small cap: หุ้นบริษัทขนาดเล็ก
แบ่งตามรูปแบบการลงทุน
- การบริหารเชิงรุก (Active): ใช้ฝีมือ “ผู้จัดการกองทุน” เลือกหุ้นรายตัวเพื่อหาผลตอบแทนเกินปกติ (Alpha) มีเป้าหมายเอาชนะดัชนีอ้างอิง
- การบริหารเชิงรับ (Passive): ลงทุน “ตามดัชนีอ้างอิง” คาดหวังผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาด (Beta) ของดัชนีอ้างอิงนั่นเอง
แบ่งตามภูมิภาค/ประเทศ
- Domestic Fund: ลงทุนเฉพาะหุ้นในประเทศ
- International Fund: ลงทุนเฉพาะหุ้นต่างประเทศ
- Global Fund: ลงทุนหุ้นบริษัทระดับโลกทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- Emerging Market Fund: ลงทุนหุ้นของประเทศกำลังพัฒนา
แบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม
- เป็นการลงทุนโฟกัสในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม จึงเป็นการลงทุนที่ “กระจุกตัว” ในหุ้นเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ ความเสี่ยงก็จะมากกว่าการลงทุนในกองทุนหุ้นทั่วไป
“นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งตามสไตล์ของหุ้นที่ลงทุนด้วย เช่น หุ้นเติบโต (Growth), หุ้นคุณค่า (Value) เป็นต้น ยิ่งตลาดหุ้นไหนมีความกว้างและลึก ก็ยิ่งมีกลยุทธ์การลงทุนให้เลือกที่หลากหลายมากขึ้นด้วย แต่หลักๆ ในปัจจุบัน ‘กองทุนหุ้น’ ที่มีในอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยก็ถือว่ามีครบครันและหลากหลายเพียงพอแล้วสำหรับกลยุทธ์การลงทุนทั่วๆ ไป”
ที่สำคัญ นักลงทุนต้องตระหนักด้วยว่า...แต่ละกลยุทธ์ก็จะสะท้อนภาพของหุ้นที่ลงทุนที่ “แตกต่าง” กันไปด้วย เช่น หุ้นต่างสไตล์ หรือต่างขนาด Market Cap. อาจจะมีช่วงวงจรที่ดีและด้อยแตกต่างกันออกไป ดังนั้นควรเลือกลงทุนให้ตรงใจและตอบโจทย์เป้าหมายของตัวเองด้วยเช่นกัน โดยสามารถ “จัดพอร์ตหุ้น” กระจายไปในหลากหลายกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสของการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้เช่นเดียวกัน
