Official Update :

ปี24 “ThaiESG” ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -3.41%... ส่วน “ThaiESG-ตราสารหนี้” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดเฉลี่ย +6.44% “หุ้นไทย” ไม่ดี ทำเงินไหลเข้า “กองตราสารหนี้” สูงสุด 1.6 หมื่นลบ. !!!

Wealthy Way: ในปี2024 ถือเป็นปีแรกของ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ใน “เวอร์ชั่นใหม่” (ปี2024-2026) กับเงื่อนไขเพิ่มวงเงินลดหย่อนเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และลดระยะเวลาลงทุนเหลือเพียง 5 ปี นับจากวันที่ซื้อ


ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกองทุน “ThaiESG” ในปีที่ผ่านมานั้น เพิ่มขึ้นเป็น 3.0 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +461.93% จากสิ้นปีก่อนที่ 5.3 พันล้านบาท เท่านั้น


ทั้งนี้พบว่า “กองทุนตราสารหนี้” มีส่วนแบ่งสูงสุด 47.20%, ตามมาด้วย “กองทุนหุ้น” 39.74% และ “กองทุนผสม” 13.06% ตามลำดับ


โดยมียอดเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 2.6 หมื่นล้านบาท กองทุน “Thai ESG” เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในไตรมาส 4/24 ที่มีเงินไหลเข้าสูงถึงเกือบ 2.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 88% ของเงินไหลเข้าทั้งปีเลยทีเดียว


ภาพรวมของกองทุน “ThaiESG” ในปี2024 ที่ผ่านมาเป็นยังไง ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจากทาง “Morningstar” มาฝากกัน



“
ThaiESG–ตราสารหนี้” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดปี24 เฉลี่ย +6.44%...“บลจ.กสิกรไทย” แชมป์ส่วนแบ่งสูงสุด 26%

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” เปิดเผยผ่านรายงานว่า สำหรับกองทุน “ThaiESG” แม้จะลงทุนในไทยได้เท่านั้น แต่ก็มีกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายทั้งกองทุนตราสารหนี้ กองทุนผสม และกองทุนหุ้น ในปี2024 กองทุน “Thai ESG” โดยรวมมีผลตอบแทนเฉลี่ย -3.4% ในขณะที่ “กองทุนตราสารหนี้” สร้างผลตอบแทนสูงสุดเฉลี่ย 6.44% ในทางตรงกันข้าม “กองทุนหุ้น” ปรับตัวลดลงติดลบมากที่สุดมีผลตอบแทนเฉลี่ย -4.24% ในขณะที่ “กองทุนผสม” ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย -0.71%


สำหรับกองทุน “Thai ESG” ที่มีผลตอบแทนสูงสุด 5 อันดับแรกในปี24 นำมาโดย

1) “KKP GB THAI ESG” (ตราสารหนี้) ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +6.44%

2) 
“K-TNZ-ThaiESG” (หุ้น) ของบลจ.กสิกรไทย +3.55%

3) 
“ONE-THAIESG” (หุ้น) ของบลจ.วรรณ +2.99%

4) 
“ASP-ThaiESG” (หุ้น) ของบลจ.แอสเซท พลัส +2.47%

5) 
“SCBTM(ThaiESG)” (กองทุนผสม) ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +0.14%




ทั้งนี้ “บลจ.กสิกรไทย” มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา และกลายเป็น บลจ.ที่มีทรัพย์สินสุทธิเป็น “อันดับ 1” ของอุตสาหกรรมในกลุ่มกองทุน “Thai ESG” คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8.2 พันล้านบาท หรือประมาณ 26% ของตลาดโดยรวม ตามมาด้วย “บลจ.ไทยพาณิชย์” มีมูลค่าทรัพย์สิน 5.9 พันล้านบาท และ อันดับที่ 3 “บลจ.บัวหลวง” 5.6 พันล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดประมาณ 18% และ 17% ตามลำดับ


“ทั้งนี้ จะเห็นว่าส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างมีความกระจุกตัวใน ‘บลจ.ขนาดใหญ่’ โดยหากนับเฉพาะ บลจ. 5 อันดับแรก มีส่วนแบ่งรวมกันเกือบ 84% เลยทีเดียว”


นอกจากนี้ ในด้านเงินไหลเข้าสุทธิ “บลจ.กสิกรไทย” ก็ครองตำแหน่ง บลจ. ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากที่สุดเช่นกัน โดยมีเงินไหลเข้า 6.8 พันล้านบาท ทิ้งห่าง บลจ. อันดับ 2 และ 3 อย่าง “บลจ.บัวหลวง” และ “บลจ.ไทยพาณิชย์” ซึ่งมีเงินไหลเข้าใกล้เคียงกันที่ประมาณ 4.6 ล้านบาท


“
ThaiESG-ตราสารหนี้” แชมป์เงินไหลเข้าสุทธิมากสุด 1.6 หมื่นล้านบาท...“K-ESGSI-ThaiESG” แชมป์เงินไหลเข้าสุทธิสูงสุด 4.5 พันล้านบาท

ไม่เพียงเท่านี้ “กองทุนตราสารหนี้” ยังเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งในแง่มูลค่าทรัพย์สิน, อัตราการเติบโต และเงินไหลเข้าสุทธิ โดยมี มูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 1.65 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 51% ของตลาด ในขณะที่ “กองทุนหุ้น” มีมูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเพียง 35% และมีอัตราการเติบโตต่ำสุดเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่นๆ


“นอกจากนี้ ‘กองทุนตราสารหนี้’ ยังมีเงินไหลเข้ามากที่สุดเช่นกัน โดยมีเงินไหลเข้าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินไหลเข้าทั้งหมดที่ 2.6 หมื่นล้านบาท หรือเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% รองลงมาคือ ‘กองทุนหุ้น’ และ ‘กองทุนผสม’ ซึ่งมีเงินไหลเข้าประมาณ 6.9 พันล้านบาท และ 3.2 พันล้านบาทตามลำดับ”




“กองทุนตราสารหนี้”
ยังครองตำแหน่งกองทุนที่มี “ขนาดใหญ่ที่สุด” ของอุตสาหกรรมเช่นกัน โดยกองทุน “KKP GB THAI ESG” ของ บลจ.เกียรตินาคินภัทร ซึ่งเป็นกองทุน “ThaiESG” ประเภทตราสารหนี้กองแรกของไทย นับเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 4.7 พันล้านบาท นอกจากนี้ จาก 5 อันดับแรกของกองทุน “ThaiESG” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พบว่าเป็นกองทุนประเภท “ตราสารหนี้” ถึง 3 กองทุน


“ในขณะที่กองทุน ‘Thai ESG’ ที่มีเงินไหลเข้าสูงสุด 5 อันดับแรก เป็น ‘กองทุนตราสารหนี้’ ถึง 4 กอง ซึ่งกองทุนที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุด คือ กองทุน ‘K-ESGSI-ThaiESG’ ของ บลจ.กสิกรไทย ซึ่งมีเงินไหลเข้าเกือบ 4.5 พันล้านบาท รองลงมาคือกองทุน ‘KKP GB THAI ESG’ ที่มีเงินไหลเข้าประมาณ 4 พันล้านบาท”


จะเห็นว่าถึงแม้ว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของกองทุน “Thai ESG” จะ “ติดลบ” แต่ผลงานในปี24 สะท้อนให้เห็นว่าในทุกประเภทสินทรัพย์มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้ เมื่อประกอบกับผลประโยชน์จาก “การลดหย่อนภาษี” และเงื่อนไขการลงทุนที่ผ่อนคลายลง “น่าสนใจมากขึ้น” จึงทำให้กองทุน “Thai ESG” ยังเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่กำลังมองหากองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีอยู่นั่นเอง


ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 16 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us