Official Update :

3 สินทรัพย์ตัวเต็ง ลุ้นผลบวกจากสงครามภาษี

การประกาศและเจรจาการขึ้นภาษีนำเข้าของ Donald Trump ได้สร้างความหวั่นไหวให้นักลงทุนและตลาดหุ้นทั่วโลกไม่น้อย โดยนักวิเคราะห์จากเทรดดิ้งแพลตฟอร์ม IG ได้แนะนำกลุ่มสินทรัพย์ที่ควรแค่แก่การจับตามองในช่วงสงครามภาษี เพราะอาจเจอผลกระทบสูง


อย่างไรก็ตาม ยังมีสินทรัพย์บางส่วนที่ราคามีโอกาสปรับขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว สวนทางกับกลุ่มอื่นๆ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น Wealthy Thai รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว


1.VIX

Volatility Index หรือ VIX เป็นดัชนีที่ถูกสร้างขึ้นโดย Chicago Board Options Exchange (CBOE) ใช้เพื่อคำนวณบนปริมาณการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ CBOE ซึ่งนักลงทุนมักใช้อนุพันธ์ในการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม จึงแปลว่าเมื่อ VIX ปรับตัวขึ้น ก็สะท้อนว่านักลงทุนมองตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูงขึ้น ดัชนีนี้จึงใช้เป็นตัววัด “ความผันผวนของตลาดหุ้น” หรือ “ความกลัวของนักลงทุน“ ได้เช่นกัน


ซึ่งการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีความไม่แน่นอนสูง ก็ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนและคาดเดายากมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ VIX ปรับตัวขึ้น ดังนั้นผู้ที่ถือสินทรัพย์ต่างๆ ที่ราคาผูกอยู่กับดัชนีนี้ ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงขึ้นด้วย


2.USD/CAD (คู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ ดอลลาร์แคนาดา)

ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีแนวโน้มทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์แคนาดา (CAD) มีแนวโน้มอ่อนค่าสูงเมื่อเทียบกับ USD จากทั้งปัญหาโครงสร้างภายในประเทศและจากความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นภาษี 25% ของสหรัฐฯ และแม้แคนาดาจะมีแผนขึ้นภาษีตอบโต้สหรัฐฯ นักวิเคราะห์หลายคนยังมองว่า CAD จะแข็งค่าได้น้อยกว่า USD ทำให้เงินแคนาดาอ่อนลงอยู่ดี โดยนักวิเคราะห์จาก Morning Star มองว่า USD/CAD มีโอกาสแตะ 1.45 - 1.50 CAD ในปี 2025 นี้ ซึ่งแปลว่า USD แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ CAD นั่นเอง


3.ทองคำ

โดยปกติแล้ว ทองคำมักเป็นที่ต้องการในช่วงที่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงและมีเงินเฟ้อสูงอยู่แล้ว ซึ่งการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ นอกจากจะสร้างความผันผวนทั่วโลกแล้ว ยังมีแนวโน้มทำให้ราคาต้นทุนสินค้าในสหรัฐฯ แพงขึ้นและนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อด้วย ดังนั้น ทองจึงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีโอกาสราคาขึ้นในสงครามภาษี โดยนักวิเคราะห์จาก Citi มองว่าราคาทองมีโอกาสแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า


อย่างไรก็ตาม หากเงินเฟ้อจากการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ นำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ก็มีโอกาสที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากกว่าทอง ดังนั้นจึงต้องคอยจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองให้ดี


และนี่คือ 3 สินทรัพย์ที่ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นท่ามกลางสงครามภาษีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรจับตามองสถานการณ์ต่างๆ และใช้วิจารณญาณในการลงทุน เนื่องจากในยุคที่ความผันผวนสูง อะไรก็เกิดขึ้นได้