“ทองคำ” ไปต่อหลังทำนิวไฮ โบรกฯ ชี้อาจแตะ 4,500 ดอลลาร์ แนะหากราคาปรับฐาน 5-8% เป็นจังหวะในการ “เข้าซื้อ”
สงครามการค้าและความตึงเครียดระหว่างประเทศได้สร้างความกังวลให้นักลงทุนทั่วโลก ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกในตอนนี้ที่สหรัฐฯ
ได้ประกาศขึ้นภาษีเท่าเทียม (Reciprocal Tax) ที่อัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าของทุกประเทศทั่วโลก สร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก
โดยผู้อำนวยการและหัวหน้าหน่วยสินค้าโภคภัณฑ์ที่ Motilal Oswal Financial Services เผยว่าราคาทองคำมีปัจจัยสนับสนุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นนี้ ความตึงเครียดและความผันผวนในตลาดการเงินจากสงครามการค้าก็น่าจะยังทำให้นักลงทุนต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองอยู่ โดยคาดว่าราคาทองคำจะสามารถแตะระดับ 4,000 - 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ได้อย่างง่ายดาย ส่วนในระยะยาว ปัจจัยสนับสนุนราคาทองก็คือความต้องการของธนาคารกลางทั่วโลกที่จะเก็บเงินสำรองในรูปแบบของทองคำ ซึ่งยังไม่มีเพดานราคาสำหรับทองคำในอนาคต
ได้ประกาศขึ้นภาษีเท่าเทียม (Reciprocal Tax) ที่อัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าของทุกประเทศทั่วโลก สร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก
โดยผู้อำนวยการและหัวหน้าหน่วยสินค้าโภคภัณฑ์ที่ Motilal Oswal Financial Services เผยว่าราคาทองคำมีปัจจัยสนับสนุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นนี้ ความตึงเครียดและความผันผวนในตลาดการเงินจากสงครามการค้าก็น่าจะยังทำให้นักลงทุนต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองอยู่ โดยคาดว่าราคาทองคำจะสามารถแตะระดับ 4,000 - 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ได้อย่างง่ายดาย ส่วนในระยะยาว ปัจจัยสนับสนุนราคาทองก็คือความต้องการของธนาคารกลางทั่วโลกที่จะเก็บเงินสำรองในรูปแบบของทองคำ ซึ่งยังไม่มีเพดานราคาสำหรับทองคำในอนาคต
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในทองในช่วงนี้ แนะนำว่าให้จับตาแนวต้านที่ช่วงราคา 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากเป็นระดับที่ราคาทองอาจมีการย่อตัวบ้างก่อนปรับขึ้นต่อ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าซื้อทองในช่วงดังกล่าว โดยถ้าเห็นว่าราคาทองมีการปรับฐานสัก 5% - 8% ก็ให้รู้ว่านี่เป็นเวลาที่ดีที่จะซื้อทอง และสำหรับการถือทองระยะยาว แนะนำว่าให้มีสัดส่วนทองคำในพอร์ตการลงทุนราว 5% - 20% เพื่อรับผลดีในอนาคต
ในทำนองเดียวกัน Goldman Sachs ได้มีการปรับราคาเป้าหมายทองคำในปีนี้ขึ้นเป็น 3,300 ดอลลาร์/ออนซ์ และกล่าวว่าในกรณีที่สงครามการค้าตึงเครียดที่สุด อาจมีโอกาสแตะ 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ ด้านนักวิเคราะห์จาก OCBC เองก็มองว่าราคาทองคำในปัจจุบันจะยังคงถูกดันขึ้นโดยนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกและความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและการเงิน จนกว่าจะมีการเจรจาที่เกิดข้อตกลงที่ชัดเจน นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ เช่น การซื้อของธนาคารกลางทั่วโลกและการลงทุนในทองของ ETF ต่างๆ ก็จะมีส่วนช่วยสนับสนุนราคาทองให้เพิ่มขึ้นต่อไปในปีนี้ด้วย
Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
