“หุ้นสหรัฐ” ยังลงทุนได้ ชู “หุ้น Value” & “หุ้นไซส์เล็ก” เด่น-ไม่แพง… แนะจับตาผลกระทบ “ภาษีการค้าใหม่” เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจสหรัฐ “ถดถอย” ได้ !!!
ไม่เว้นแม้แต่ “หุ้นสหรัฐ” คนต้นเรื่องเอง ดัชนี “S&P500” รูดวันเดียวกว่า -6% ในวันที่ 4 เม.ย. 25 นำมาโดยหุ้น “7 นางฟ้า” (Magnificent 7) กดตลาดหุ้นสหรัฐปีนี้ออกตัวไม่สวยติดลบไปแล้ว -13.54% มาอยู่ที่ระดับ 5,074.08 จุด
ซึ่งน่าจะทำให้ “หุ้นสหรัฐ” ที่คนบ่นว่า “แพง” น่าจะย่อลงมาไม่แพงเท่าในอดีต ก่อนหน้านั้นทาง “Morningstar” ระดับราคาหุ้นลงมาอยู่ในระดับเท่ากับปัจจัยพื้นฐานโดยต่ำกว่าพื้นฐานประมาณ 5% (ณ วันที่ 24 มี.ค. 25)
ถือว่าราคาค่อนข้าง “ตึงตัว” แต่ก็ยังมีหุ้นที่สามารถลงทุนได้และไม่แพง ได้แก่กลุ่ม “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นขนาดเล็ก” (Small Cap) นั่นเอง
มุมมองการลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ” จะเป็นเช่นไรนั้น วันนี้ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากทาง “Morningstar” มาฝากกัน
ชู “หุ้น Value” & “หุ้นไซส์เล็ก” เด่น-ไม่แพง

“นอกจากนี้แนะนำให้ Overweight ในกลุ่ม ‘หุ้นขนาดเล็ก’ (Small-cap) ซึ่งซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน 18% และให้ Underweight ‘หุ้นขนาดกลางถึงใหญ่’ (Large-cap และ mid-cap) ทั้งนี้จากข้อมูลในอดีตพบว่าหุ้นขนาดเล็กจะมีราคาที่ปรับขึ้นได้ดีในช่วงที่ ‘ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน ดอกเบี้ยปรับลงในระยะยาว และเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว”
โดย “โดมินิก ปัปปาลาร์โด” หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านการลงทุนหลายสินทรัพย์จาก Morningstar Investment Management มองว่า ผลกระทบของภาษีศุลกากรอาจผลักดันให้ ‘ธนาคารกลางสหรัฐ’ (Fed) ผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น การประกาศขึ้นภาษีการค้าใหม่ครั้งนี้ อาจเพียงพอให้ Fed เปลี่ยนความสนใจไปที่ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ มากกว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ หากเป็นเช่นนั้น Fed อาจตัดสินใจกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้
ก่อนหน้านั้น ทางทีมเศรษฐกิจของ Morningstar Wealth Management คาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงในปีนี้ถึง 3 ครั้ง ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้คาดว่าจะยังชะลอตัวก่อนที่จะปรับดีขึ้นในปีหน้า
“หุ้นสื่อสาร” ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน...ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ ราคาใกล้เคียงพื้นฐาน
ในแง่การประเมินมูลค่ารายอุตสาหกรรมพบว่า ราคาหุ้นหลายกลุ่มอยู่ในระดับใกล้มูลค่าพื้นฐาน ยกเว้น “กลุ่มสื่อสาร” ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานเนื่องจากราคาหุ้น Alphabet และ Meta ปรับลดลงมา ขณะที่หุ้นในกลุ่ม “Consumer cyclical” ราคาหุ้นต่อมูลค่าพื้นฐานลงมาอยู่ที่ 0.94 เท่าจากเดิมที่อยู่ที่ 1.19 เท่า ซึ่งหลักๆ เป็นผลมาจากการลดลงของราคาหุ้น Tesla ที่ลดลง 31% และหุ้น Amazon ราคาลดลง 7% ขณะที่กลุ่ม “Technology” ราคาหุ้นต่อมูลค่าพื้นฐานลงมาอยู่ที่ 0.94 เท่าจากเดิมที่ 1.07 เท่า ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของหุ้นที่เกี่ยวกับ AI (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มี.ค. 25)

“ส่วนอุตสาหกรรมที่ราคายังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานและมีราคาปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ หุ้น ‘กลุ่มพลังงาน’ มีราคาหุ้นต่อมูลค่าพื้นฐานเพิ่มขึ้นจาก 0.90 เป็น 0.95 เท่า ‘กลุ่มสุขภาพ’ เพิ่มจาก 0.92 เป็น 0.96 เท่า ด้าน ‘กลุ่มสาธารณูปโภค’ ราคาเพิ่มขึ้นเกินมูลค่าพื้นฐานแล้วจาก 1.07 เป็น 1.09 เท่า หลังจากเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของ AI นำไปสู่ความต้องการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้น”
“สหรัฐ” ขึ้นภาษีการค้าใหม่ “เลวร้ายกว่าคาด”...อาจพาเศรษฐกิจเสี่ยงสู่ “ภาวะถดถอย”
ตอนนี้ ทั่วโลกกำลังตั้งคำถามว่า “สหรัฐ” จะเข้าสู่ “ภาวะถดถอย” (Recession) หรือไม่?
“นักเศรษฐศาสตร์ในวอลล์สตรีท” ต่างเห็นพ้องกันว่าผลกระทบจากภาษีศุลกากรครั้งนี้เลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน แทนที่จะช่วยขจัดความไม่แน่นอนตามที่บางคนคาดการณ์ไว้ นโยบายภาษีศุลกากรที่กว้างขวางนี้กลับเพิ่มระดับของความไม่แน่นอนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้กับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
เช่นเดียวกับ “เพรสตัน คอลด์เวลล์” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของมอร์นิงสตาร์ ที่บอกว่า ความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้าสูงขึ้นอย่างน้อยหนึ่งในสาม เราจะปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP สำหรับปี2025 และ 2026 ลงประมาณ 0.5% ต่อปี เนื่องจากขอบเขตของการขึ้นภาษีทำให้ยากต่อการประเมินว่าความเสียหายจะรุนแรงเพียงใด การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในระดับนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ข้อมูลและแบบจำลองทางประวัติศาสตร์ที่เรามีจึงเป็นเพียงการคาดการณ์ที่ดีที่สุด โดยรวมแล้ว การขึ้นภาษีที่ประกาศในวันนี้ รวมถึงภาษีสำหรับรถยนต์และรายการอื่นๆ ที่เคยประกาศก่อนหน้านี้ จะทำให้อัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐสูงเกิน 20% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าศตวรรษเลยทีเดียว
"ปัจจัยที่สำคัญกว่าคือความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในช่วง 1 ปีข้างหน้า หรืออาจนานกว่านั้น ธุรกิจจะกล้าลงทุนในภาคการผลิตของสหรัฐจริงหรือ? ในเมื่อมีความเป็นไปได้ว่า ‘สภาคองเกรส’ อาจกลับลำนโยบายภาษีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมหรือเลือกตั้งปี 2028? หากสภาคองเกรสเป็นผู้ประกาศใช้ภาษีเหล่านี้ มันจะมีความมั่นคงและน่าเชื่อถือมากกว่านี้ แต่นี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในทุกแง่มุม"
“หุ้นสหรัฐ” ตลาดที่เคยแพงในอดีต วันนี้ราคาน่าจะย่อตัวลงมาจนถูกกว่าในอดีต แต่ก็ยังคงเป็นระดับที่ “ตึงตัว” อย่างไรก็ตามในมุมมองของ “Morningstar” ยังมีกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจและราคาไม่แพงนั้นก็คือ “หุ้น Value” และ “หุ้นขนาดเล็ก” นั่นเอง อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามผลกระทบจากการประกาศขึ้นภาษีการค้าจนช็อคโลกของ “สหรัฐ” ในครั้งนี้ว่าสุดท้ายจะส่งผลบวกหรือลบต่อเศรษฐกิจของตัวเองมากน้อยเพียงใดด้วยเช่นกัน
