GCAP GOLD ชี้ 3 ปัจจัยหนุนทองคำ ลุ้นแตะ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ส่งสัญญาณบวกราคาทองยังไปต่อ ลุ้นแตะ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงหนุนดอกเบี้ยขาลง - เงินเฟ้อสูง - ดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่ กองทุน ETF - ธนาคารกลางแห่สะสมเพียบ หนุนทองคำทะยานต่อ ด้านนักวิเคราะห์ แนะระยะสั้น จับตา "ชัตดาวน์สหรัฐฯ" อย่างใกล้ชิด ส่วนระยะกลาง-ยาว แนะนำกลยุทธ์ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว แนวรับ $3,800


นางสาว อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า หลังจากราคาทองคำพุ่งแรงทะลุระดับ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความคาดหวังว่ากระแสเงินลงทุนจะยังคงไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย และหากมีแรงหนุนต่อเนื่องราคาทองคำก็มีโอกาสแตะระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นแรงหนุนจาก

  1. วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง : โดยการที่เฟดเริ่มเข้าสู่รอบการปรับลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ต้นทุนการถือครองทองคำลดลง พร้อมกระตุ้นความต้องการในสินทรัพย์ปลอดภัยให้เพิ่มขึ้น

  2. เงินเฟ้อยังทรงตัวสูงกว่ากรอบเป้าหมายของเฟด : ต่อกรณีดังกล่าวส่งผลให้ทองคำ ยังโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสกุลเงิน

  3. ดอลลาร์อ่อนค่าและความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ : จากสถานการณ์ชัตดาวน์รัฐบาลกลางและแรงกดดันต่อเฟด ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์ลดลง และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนให้นักลงทุนหันกลับมาถือทองคำมากขึ้น


“นอกจากนี้ การมีแรงซื้อจากภาคเอกชน โดยเฉพาะกองทุน ETF ยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการเพิ่มการถือครองทองคำกว่า 100 ตัน ซึ่งสูงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ประกอบกับธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ ขณะที่ประเทศจีนยังคงเดินหน้าเร่งผลักดันบทบาทของเงินหยวนและสร้างเครือข่ายการจัดเก็บทองคำในภูมิภาคเอเชีย เพื่อตอกย้ำสถานะของตัวเองในตลาดโลก”


อย่างไรก็ตาม สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD  ยังประเมินว่า ภาพรวมราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มเชิงบวก โดยมองเชิงจิตวิทยาว่าราคาทองลุ้นแตะ 4,000 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ ภายใต้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อทั้งกองทุนและธนาคารกลางยังดำเนินต่อไป     


ส่วนกลยุทธ์ระยะสั้น ในสัปดาห์นี้แนะให้ติดตามสถานการณ์การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ  ทั้งนี้หากการปิดทำการยืดเยื้อจะเป็นปัจจัยบวก แต่หากมีข้อตกลงเปิดทำการขึ้นมาใหม่ อาจนำไปสู่แรงขายทำกำไรระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือ $3,800 ได้ ยังมองเป็นการย่อระยะสั้นเพื่อไปต่อ และมีแนวรับสำหรับย่อซื้อที่ 3,900/$3,845 (ราคาทองคำไทยประมาณ 59,900/59,200 บาท) ส่วนการปรับตัวขึ้นแนวต้านสำคัญในสัปดาห์นี้คือระดับ $4,000 (ราคาทองคำไทยประมาณ 60,300+/- บาท)  

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 18 ชั่วโมง
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us