Official Update :

"GCAP GOLD" ชี้สองปัจจัยใหญ่ตัวกำหนดทิศทางทองคำโค้งสุดท้าย

บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD มองทองคำสัปดาห์นี้จับตา 2 ปัจจัยสำคัญ ประชุมเฟด-เจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน กำหนดทิศทางราคาทองโค้งสุดท้าย  พร้อมประเมินหากเฟดลดดอกเบี้ย หนุนราคาทองพุ่ง ส่วนข้อตกลงการค้าหากมีความคืบหน้าอาจกดดันทอง  ได้เป็นระยะ ด้านนักวิเคราะห์แนะกลยุทธ์ “รอย่อซื้อโซนแนวรับสำคัญ”


นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้กลับมาอยู่ในจุดที่ตลาดทั่วโลกให้ความสนใจอีกครั้ง โดยมี 2 ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนตุลาคม ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของทองคำ เนื่องจากอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนและกดดันทองคำได้ในเวลาเดียวกัน


ขณะเดียวกันตลาดกำลังจับตาการประชุมเฟดในคืนวันพุธที่ 29 ตุลาคมนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงถึง 98% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% หลังจากล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด โดยมีดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่ 3% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว และสถานการณ์ดังกล่าวจะสนับสนุนความคาดหวังว่าเฟดจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพื่อประคองเศรษฐกิจ และหากเฟดลดดอกเบี้ยตามคาดการณ์ ส่งผลให้เป็นปัจจัยบวกโดยตรงและเป็นแรงพยุงสำคัญต่อราคาทองคำ


สำหรับอีกประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตามอง ได้แก่ ความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งล่าสุดมีพัฒนาการเชิงบวก ทั้งสองฝ่ายได้ “เก็บรายละเอียดขั้นสุดท้าย” ของร่างข้อตกลงการค้าสำเร็จแล้ว และเตรียมส่งต่อให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พิจารณาในสัปดาห์นี


อีกทั้งผู้นำทั้งสองประเทศมีกำหนดพบปะกันนอกรอบการประชุม APEC ในวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคมนี้ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า คาดหวังให้การพูดคุยครั้งนี้นำไปสู่ “ข้อตกลงที่สมบูรณ์” ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะช่วยคลายแรงกดดันทางการค้า และสร้างแรงกดดันออกมาเป็นระยะจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน


อย่างไรก็ตาม สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินว่า ภาพรวมทองคำยังอยู่ในภาวะการพักฐานที่ยังไม่จบ และด้วยสัปดาห์นี้มีปัจจัยข่าวสำคัญทั้งสองด้าน ซึ่งอาจหนุนหรือกดดันราคาทองได้พร้อมกัน จึงควรใช้กลยุทธ์อย่างระมัดระวัง


โดยล่าสุด ราคาทองถูกกดดันให้ปรับตัวลงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ $4,000 ทำให้ฝั่งขาซื้อเหลือแนวรับสำคัญที่บริเวณ $3,850–$3,820 เพื่อพิจารณาเข้าซื้อ (ราคาทองคำไทยประมาณ 59,000–58,500 บาท) ซึ่งเป็นโซนแนวรับสำคัญสุดท้ายของฝั่งขาซื้อ และราคาไม่ควรหลุดระดับดังกล่าว เพราะหากหลุด อาจส่งผลให้กราฟรายเดือนเสียรูปการขึ้นและเข้าสู่ช่วงพักตัวต่อเนื่อง


ทั้งนี้ หากกราฟสามารถยืนระยะได้บริเวณฐานดังกล่าว ก็มีโอกาสที่จะเริ่มสร้างโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น เพื่อให้สามารถขึ้นไปทำกำไรได้บริเวณ $4,000–$4,100 ซึ่งเทียบเท่าราคาทองคำไทยราว 61,300–62,800 บาท

Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us