Official Update :

GCAP GOLD เตือนสัญญาณอันตราย จ่อเปิดฉาก Stagflation ระยะแรก ปูทางทองคำสู่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงหลัก แนะดักเก็บโซน 4,400 ดอลลาร์

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนเตรียมรับมือจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังตลาดการเงินเริ่มมีพฤติกรรมสะท้อนภาวะ Stagflation ระยะเริ่มต้น ชี้ชัดการกอดคอปรับตัวลงของตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร คือสัญญาณเตือนภัยเชิงประวัติศาสตร์ที่โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปราะบางที่สุด พร้อมแนะกลยุทธ์ “ช้อนซื้อ” ที่กรอบเป้าหมาย $4,400 หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 68,500 – 68,200 บาท


นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ภาวะตลาดในปัจจุบันเริ่มแสดงสัญญาณที่น่ากังวล โดยเฉพาะสินทรัพย์หลักอย่างหุ้นและพันธบัตรปรับตัวลดลงพร้อมกัน ซึ่งในเชิงประวัติศาสตร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้โครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านและเริ่มสะท้อนสัญญาณ Stagflation ระยะแรกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดตั้งต้นของวัฏจักรที่เอื้อต่อการกลับมาของทองคำในระยะถัดไป


ขณะเดียวกัน อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังให้น้ำหนัก คือแรงกดดันด้านพลังงาน โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อทั่วโลก เมื่อปัจจัยเงินเฟ้อมีแนวโน้มยืดเยื้อ ทำให้ธนาคารกลางหลักโดยเฉพาะสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันราคาทองคำในระยะสั้น


อย่างไรก็ตามในเชิงโครงสร้างของวัฏจักร Stagflation ทองคำมักไม่ได้ปรับตัวขึ้นทันทีในช่วงเริ่มต้น เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ที่สูงขึ้น แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน และเงินเฟ้อไม่ลดลงตามเป้าหมาย ทำให้ปัจจัยดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งผลให้ทองคำกลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ โดยเฉพาะในภาวะที่นโยบายการเงินมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ


“ระยะสั้นราคาทองคำยังคงมีความผันผวนและอาจเคลื่อนไหวในลักษณะย่อแล้วซื้อมากกว่าการปรับขึ้นแบบต่อเนื่อง โดยมีดอลลาร์และ Bond Yield เป็นปัจจัยจำกัด Upside แต่ในระยะกลางถึงยาวโครงสร้าง Stagflation จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ทองคำกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะหากเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อฝังลึก ซึ่งจะเร่งให้เงินเกิดการไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ”         


ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า นักลงทุนที่ต้องการสะสมทองคำในพอร์ตระยะกลางถึงระยะยาว ควรรอจังหวะที่ราคาปรับฐานลงใกล้บริเวณ $4,400 ซึ่งคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 68,500–68,200 บาท แล้วทยอยแบ่งไม้เข้าสะสม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นฐานแรงซื้อสำคัญของตลาด ที่เคยรองรับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงปลายปี 2568 จึงมองว่าเป็นโซนที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างระยะยาว และเหมาะสำหรับการเริ่มเข้าซื้อสะสมเพื่อลงทุน


ขณะที่พอร์ตระยะสั้น แนะนำให้นักลงทุนเน้นเทรดตามรอบการแกว่งตัวของราคา โดยใช้กลยุทธ์ “ย่อแล้วซื้อ” เป็นหลัก กล่าวคือ รอเข้าซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงใกล้แนวรับสำคัญ และทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น

Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us