Official Update :

GCAP จับมือ Butterbear ส่งต่อพลังบวกผ่านทองคำจิ๋ว ตั้งเป้าปี 69 ยอดขาย 1 แสนชิ้น พร้อมปรับโฉมเจาะทุกเจเนอเรชัน

GCAP GOLD ประกาศปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่เพื่อตอบรับเทรนด์การลงทุนยุคใหม่ โดยการคอลแลปกับแบรนด์ Butter Bear (น้องเนย) เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อเปลี่ยนมุมมองการลงทุนในทองคำจากรูปแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการเปลี่ยนมายด์เซ็ตของผู้บริโภคให้มองว่าทองคำคือสินทรัพย์ที่สะสมได้สนุกและมีมูลค่าในตัวเอง


การส่งต่อพลังบวกผ่าน “
ทองคำขนาดเล็ก”

คุณธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า เหตุผลที่ GCAP ลุกขึ้นมาปรับโฉมเนื่องจากต้องการส่งต่อพลังบวกและความสุขให้แก่ผู้อื่น เช่นเดียวกับพลังที่ได้รับจากน้องเนย โดยความท้าทายสำคัญคือการทำให้คนอื่นสนุกไปกับการลงทุนพร้อมกับแบรนด์ ซึ่งความพิเศษของคอลเลกชันนี้คือการทำทองคำให้มีขนาดเล็กลง เริ่มต้นเพียง 0.1 กรัม ไปจนถึง 1 บาท ในรูปแบบกิฟต์การ์ดและชาร์ม (Charms)  ซึ่งช่วยให้ทองคำกลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่เข้าถึงง่ายขึ้น ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 20,000 ชิ้นภายใน 2 เดือน และตั้งเป้าจะมียอดขายถึง 100,000 ชิ้นภายในปี 2569 โดยจะมีการทำการตลาดที่เข้มข้นขึ้นในครึ่งปีหลัง และเตรียมเปิด Pop-up Store ภายใน 2 เดือนข้างหน้า


วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและกลยุทธ์การลงทุน

ทางด้าน คุณชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCAP GOLD ให้ข้อมูลว่าพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไป โดยคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการลงทุนมากขึ้น โดยการคอลแลปครั้งนี้จึงเป็นการผสานระหว่างการลงทุนกับรสนิยมและความชอบเข้าด้วยกัน ซึ่งทองคำขนาด 0.1 กรัม ตอบโจทย์ผู้ที่อยากเริ่มสะสมด้วยงบประมาณจำกัด


ในแง่ของกลยุทธ์ คุณชัยวัฒน์ ย้ำว่าทองคำเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยบริหารความเสี่ยง เนื่องจากมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางสวนทางกับสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น ค่าเงินดอลลาร์ หากนักลงทุนมีการจัดสรรทองคำไว้ในพอร์ต (Asset Allocation) จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวมลงได้ โดยแนะนำว่าควรมีทองคำในพอร์ตอย่างน้อย 5-10% และอาจเพิ่มได้ถึง 20-25% ในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง


แนวโน้มราคาทองคำในอนาคต

สำหรับแนวโน้มราคา คุณชัยวัฒน์ มองว่าในระยะกลางถึงระยะยาว (3-5 ปี) ทองคำยังมีแรงซัพพอร์ตที่ดีจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกทยอยซื้อทองคำเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1,000 ตัน แม้ระยะสั้นอาจมีความกดดันจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นที่ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำสูงขึ้น โดยประเมินกรอบราคาทองคำโลกมีแนวรับที่ 4,200 เหรียญ และมีโอกาสทดสอบ High เดิมที่ 5,600 เหรียญ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศประเมินกรอบเคลื่อนไหวระหว่าง 67,000 ถึง 80,000 บาท ตามความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา