GCAP GOLD ชี้ เงินเฟ้อ–เศรษฐกิจ–หนี้สาธารณะ ป่วนเฟด ย้ำทองคำสินทรัพย์ระยะยาว

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้ราคาทองคำระยะยาวแข็งแกร่ง แม้ระยะสั้นเผชิญแรงกดดันหลังตลาดปรับคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยสหรัฐฯอย่างรวดเร็ว หลังเฟดเจอความท้าทายรอบด้าน เงินเฟ้อ-ภาวะเศรษฐกิจ และหนี้สาธารณะ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยดังกล่าวถูกจำกัดทางเลือกด้านนโยบายการเงินของเฟด ชี้ส่งผลบวกต่อทองคำพร้อมทยอยสะสม แนะรอซื้อที่บริเวณ $4,430 และ $4,380 (ราคาทองคำไทยประมาณ 68,600 และ 67,700 บาท)


นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด “GCAP GOLD” เปิดเผยว่า ราคาทองคำช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญแรงกดดัน จากการเปลี่ยนแปลงมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างไรก็ตามปัจจัยพื้นฐานของทองคำในระยะยาวยังคงแข็งแกร่งมากขึ้น เนื่องจากเฟดกำลังเผชิญความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อ การรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการรับมือกับภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถูกขีดเส้นในกรอบที่จำกัดทางเลือกด้านนโยบายการเงินของเฟดในอนาคต และสนับสนุนต่อบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย


“ ตลาดการเงินปรับเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยหลายครั้งภายในปีนี้ แต่ล่าสุดตลาดประเมินว่าเฟดอาจจำเป็นต้องกลับมาพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งปัจจุบันตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีอยู่ในระดับใกล้เคียงที่อัตรา 50:50 สะท้อนความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ด้วยภาวะดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น” 


อย่างไรก็ตาม หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD ยังได้สะท้อนมุมมองเพิ่มเติมว่า ความท้าทายที่แท้จริงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเด็นเงินเฟ้ออย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปัญหาหนี้สาธารณะที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยระดับหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองโดยภาคเอกชนได้ปรับขึ้นทะลุ 100% ของ GDP


ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยของภาครัฐยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เข้าใกล้จุดที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิต่อ GDP อาจสูงกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และทำให้ผู้กำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มีความยืดหยุ่นลดลง โดยไม่ว่าจะเลือกใช้นโยบายขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หรือปรับลดดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจต่างก็มีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน


ขณะเดียวกันภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง ทำให้ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว โดยเริ่มเห็นสัญญาณความกังวลจากตลาดพันธบัตรต่อสถานะการคลังของกลุ่มประเทศตะวันตกมากขึ้น ประกอบกับนักลงทุนสถาบันจำนวนมากยังคงมีสัดส่วนการถือครองทองคำที่ต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม ทำให้มองว่าการปรับฐานของราคาทองคำในปัจจุบันเป็นเพียงโอกาสในการสะสม โดยปัจจัยหนุนรอบถัดไปอาจมาจากความอ่อนแอของตลาดหุ้นโลก ที่มีแรงขับเคลื่อนมาจากความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะ และแนวโน้มการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจโลก  


กลยุทธ์การลงทุน

ฝ่ายวิเคราะห์  แนะกลยุทธ์ “รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว” บริเวณ $4,430 และ $4,380 (ราคาทองคำไทยประมาณ 68,600 และ 67,700 บาท ตามลำดับ) เพื่อสะสมสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว และหากราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดแรงซื้อคืนกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านระยะสั้นบริเวณ $4,550 (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,500 บาท) อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำโลกหลุดต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่ $4,380 จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการปรับฐานที่ลึกขึ้น

Most Viewed
Stock of the Day
วันของปู่! SET ปิดพุ่งกระฉูด 35 จุด รับแรงซื้อคืนหุ้นใหญ่หนุนดัชนี DELTA-GULF-TRUE ยังเป็นเดอะแบก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“BLUEBELL” ชี้ครึ่งปีหลังผลตอบแทนสินทรัพย์ “ต่างกันสุดขั้ว”... แนะ “เลือกถูกกลุ่ม” มากกว่าเลือกถูกตลาด เน้นธีมเติบโตชัดเจน ควบคู่ “หุ้นกู้” คุณภาพดี !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us