ตลท. ย้ำหุ้นไทยยังแกร่ง SET พ.ค.แรงสุดรอบ 3 ปี ฟันด์โฟลว์ไหลเข้ากว่า 3 พันลบ. ขึ้นแท่นหลุมหลบภัย เหตุปันผลสูง-ราคาไม่แพง
ตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 โชว์ฟอร์มร้อนแรง ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี พร้อมรับกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามากว่า 3,300 ล้านบาท ชูจุดแข็ง ปันผลสูง-ราคาไม่แพง ท่ามกลางความผันผวนของโลก ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งเครื่องยกระดับความเชื่อมั่นและเล็งขยายเวลาเทรด TFEX ถึงตี 3 ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่
ทะยานสู่อันดับ 3 ของโลก
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,568.37 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และ 24.5% จากสิ้นปี 2568 ถือเป็นการเติบโตสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากตลาดหุ้นไต้หวันและเกาหลีใต้
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่กลับมาซื้อสุทธิในเดือนพฤษภาคม 3,366 ล้านบาท หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ทำให้ยอดซื้อสุทธิสะสมในช่วง 5 เดือนแรกสูงถึง 20,004 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของ SET และ mai รวมกันอยู่ที่ 66,479 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 53.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
พื้นฐานแกร่ง กำไรพุ่ง-ปันผลสูง
ตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาสแรกของไทยออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยายตัวที่ 2.8% นำโดยภาคการลงทุนและการส่งออก ผสานกับการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย” ของภาครัฐ ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนโตขึ้นประมาณ 25.3% โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี สินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มพลังงาน
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังถูกมองว่าเป็นหลุมหลบภัย (Safe Haven) สำหรับนักลงทุน เนื่องจากมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงถึง 4.3% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียที่ 2.9% ประกอบกับหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม (Traditional Sector) ยังมีมูลค่าที่สมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไป (Overvalued) เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความท้าทายจากปัจจัยดอกเบี้ยของเฟด (Fed) และความเสี่ยงที่เงินทุนอาจไหลออก (Outflow) เพื่อไปจองซื้อหุ้น IPO ขนาดใหญ่ระดับโลกในสหรัฐฯ เช่น SpaceX หรือ OpenAI
จับตาความเปราะบาง DELTA
แม้ภาพรวมตลาดจะดูสดใส แต่ยังคงมีข้อกังวลเรื่องความเปราะบางของดัชนี จากการที่หุ้น DELTA เพียงบริษัทเดียวมีอิทธิพลต่อทิศทางดัชนีรวมถึง 20% ซึ่งหากตัดผลกระทบจาก DELTA ออกไป ดัชนี SET อาจอยู่ที่ระดับเพียง 1,400 จุด เพื่อแก้ปัญหานี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับปรุงดัชนี SET50 และ SET100 ให้สะท้อนสภาวะตลาดที่เหมาะสมและลดการบิดเบือน พร้อมทั้งคอยตักเตือนและใช้มาตรการกำกับดูแลเป็นระยะเมื่อพบการซื้อขายที่ผิดปกติ
TFEX เล็งขยายเวลาเทรดมุ่งสู่ระบบ 24/7
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เปิดเผยถึงแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยระบุว่ามีความต้องการที่จะผลักดันให้เกิดการซื้อขายแบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน (24/7) ในอนาคต เพื่อให้สอดรับกับสภาวะตลาดโลกที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังมีข้อจำกัดในด้านความพร้อมของบริษัทสมาชิก (โบรกเกอร์) ที่ต้องจัดเตรียมทรัพยากร ทั้งในด้านบุคลากรและระบบไอทีเพื่อรองรับการทำงานที่ต้องดูแลระบบตลอดเวลา
ในระยะปัจจุบัน TFEX จึงมุ่งเน้นไปที่การขยายเวลาซื้อขาย (Extend Trading Hour) โดยมีแผนที่จะบีบช่องว่าง (Gap) ระหว่างช่วงพักการซื้อขายให้แคบลง เช่น การพิจารณาปิดพักเพียง 1 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเปิดซื้อขายต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 03:00 น. ซึ่งเป็นความตั้งใจหลักที่กำลังเร่งดำเนินการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงทีตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดต่างประเทศ
ยกระดับธรรมาภิบาล มุ่งสู่ศูนย์กลางการลงทุน
ภายใต้วิสัยทัศน์ “SET…The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบกระบวนการ KYC และ CDD เพื่อป้องกันปัญหาการฟอกเงิน รวมไปถึงการทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาเกณฑ์การแต่งตั้งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) เพื่อเสริมสร้างระบบตรวจสอบภายในของบริษัทให้แข็งแกร่งและโปร่งใสยิ่งขึ้น
