ก่อนลงทุน “กองทุนรวม”...อย่าละเลยการอ่าน “หนังสือชี้ชวน” !!!
การอ่านฉลากโภชนาการก่อนที่จะซื้ออาหารสำเร็จรูปใดๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้บริโภคทราบถึงข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ ทั้งชนิด ปริมาณสารอาหาร คุณค่าทางโภชนาการ วิธีปรุง วิธีการเก็บรักษา ปริมาณที่ควรบริโภคในแต่ละวัน วันที่ผลิต และวันหมดอายุ หากยังช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปได้ตรงกับความต้องการของตนเองอีกด้วย
“เฉกเช่นเดียวกันกับการอ่าน ‘หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน’ (Prospectus) ก่อนที่จะลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งไม่เพียงแต่จะบอกข้อมูลที่ทำให้ผู้ลงทุนได้ทราบถึงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญต่างๆ ของกองทุนรวมนั้นอย่างละเอียด เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจลงทุนแล้ว หากยังช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ผิดพลาด และช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย”
“หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “หนังสือชี้ชวน” เป็นเอกสารสำคัญอย่างหนึ่งที่บริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) จัดทำขึ้นเพื่อเปิดเผย และแจกแจงรายละเอียดสำคัญๆ ทั้งหมดของกองทุนรวมนั้นๆ จึงเปรียบเสมือนกับคัมภีร์ หรือคลังข้อมูลในการลงทุนที่บอกถึงภาพรวม และสรรพคุณของกองทุนรวมที่ผู้ลงทุนสนใจจะลงทุน
“ทั้งนี้ บลจ. ซึ่งเป็นผู้จัดตั้งกองทุนรวมต้องดำเนินการยื่นร่างหนังสือชี้ชวนต่อ ‘สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)’ เพื่อให้ได้รับการพิจารณาอนุมัติ จึงจะสามารถดำเนินการจัดทำหนังสือชี้ชวนขึ้น และแจกจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนที่สนใจซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นทุกครั้งก่อนที่จะมีการเสนอขายหน่วยลงทุนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) หรือเมื่อถูกผู้ลงทุนร้องขอ”

โดยหนังสือชี้ชวนที่จัดทำขึ้นนั้น จะประกอบด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ ดังนี้
1.หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ หรือที่เรียกว่า “Fund Fact Sheet” จะเปิดเผยข้อมูลพื้นฐานเพื่อให้ผู้ลงทุนได้ทำความรู้จักกับสาระสำคัญของกองทุนรวมนั้นอย่างถูกต้อง และครบถ้วน ตลอดจนสามารถเปรียบเทียบกับกองทุนรวมประเภทเดียวกันแต่ต่าง บลจ. ได้
“โดยเนื้อหาในส่วนนี้จะกระชับ สามารถอ่านเข้าใจได้ง่าย และเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ และเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุนโดยตรง เช่น ประเภทของกองทุนรวม นโยบายการลงทุน อายุโครงการ จำนวนหน่วยลงทุนที่เสนอขาย ผลการดำเนินงานย้อนหลัง ค่าใช้จ่ายต่างๆ และคำเตือน ตลอดจนความเสี่ยงจากการลงทุน เป็นต้น”
2.หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลโครงการ ที่แจกแจงรายละเอียดทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น ส่วนมากมักเป็นการขยายความต่อจากส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ โดยจะแสดงรายละเอียดเชิงลึกซึ่งมากกว่าที่ปรากฏอยู่ในส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ เพื่อให้ผู้ลงทุนเกิดความรู้ความเข้าใจในกองทุนรวมที่สนใจจะลงทุนนั้นอย่างแท้จริงนอกจากนี้ในส่วนนี้ ยังแสดงข้อผูกพันตามกฎหมายระหว่างบลจ. และผู้ลงทุน ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นสัญญาที่บลจ. ได้ให้ไว้กับผู้ลงทุนนั่นเอง
“หากบลจ. ปฏิบัติผิดไปจากที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน หรือให้ข้อมูลที่ขาดตกบกพร่องโดยตั้งใจ หรือมิได้ตั้งใจ แล้วส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน ก็จะถือว่า บลจ. มีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์”
3.หนังสือชี้ชวนส่วนส่วนรับรองความถูกต้องครบถ้วน โดยจะต้องมีข้อความที่แสดงว่า บลจ. ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อข้อมูลทั้งหมดในหนังสือชี้ชวน ได้ทำการสอบทานข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างระมัดระวังแล้ว และรับรองว่า ข้อมูลดังกล่าวถูกต้องครบถ้วน ไม่เป็นเท็จ ไม่ทำให้ผู้อื่นสำคัญผิด และไม่ขาดข้อมูลที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญ เพื่อเตือนให้ตระหนักถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนนั้นๆ
แน่นอนว่า บลจ. มีหน้าที่ต้อง “ปรับปรุงข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เป็นปัจจุบัน” เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนที่สนใจ ส่วนผู้ลงทุนเองก็ต้องแน่ใจว่า “หนังสือชี้ชวน” ที่มีอยู่ในมือเป็นฉบับที่ได้รับการปรับปรุงข้อมูลล่าสุดแล้วด้วย โดยการอ่านหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุนอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะช่วยให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่เหมาะสมกับตนเองได้มากที่สุดนั่นเองครับ
