คุยกับผู้ค้าทองคำ หรือวัคซีน Covid-19 จะเป็นจุดจบขาขึ้น

ราคาทองคําเช้าวันนี้ (10 พ.ย. 63) รีบาวด์ขึ้นมาที่ 1,884.91 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังวานนี้ (9 พ.ย. 63) ราคาปรับตัวลงแรงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,849.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากPfizer และ BioNTechเปิดเผยว่า ผลการทดลองวัคซีนต้าน Covid-19 มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ซึ่ง Pfizer เตรียมยื่นขอจดทะเบียนกับสํานักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในสัปดาห์หน้า และคาดว่าจะมีการผลิตวัคซีน 50 ล้านโดส ภายในปีนี้ และ 1.3 พันล้านโดส ในปีหน้า ขณะที่นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษระบุว่า อังกฤษได้สั่งวัคซีน Covid-19 จากบริษัท Pfizer และ BioNTech จํานวน 40 ล้านโดส และคาดว่าจะได้รับ 10 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2563 นอกจากนี้ คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ยังอนุมัติให้ใช้แอนติบอดีของบริษัทอิไล ลิลลี่ แอนด์ โค (Eli Lilly & Co) ในการรักษา Covid-19 เป็นกรณีฉุกเฉิน (emergency use authorization -EUA) อีกด้วย



กว่า­วัคซีนต้าน COVID-19 จะแพร่หลายต้องใช้เวลา

จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นล้วนส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาทองคำทั้งสิ้น แล้วแบบนี้ราคาทองคำจะไปในทิศทางไหน นักลงทุนควรทำอย่างไร Wealthy Thai ไปหาคำตอบมาให้แล้ว โดยคุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)ให้มุมมองว่า ปัจจุบัน มี 6 โครงการที่มีการอนุมัติวัคซีนแบบฉุกเฉิน EUA (emergency approval authorizations) เพื่อใช้กับกลุ่มเสี่ยงสูงบางกลุ่มเท่านั้น โดยไม่รอสรุปผลการทดลองทางคลินิกและไม่ใช่การอนุมัติวัคซีนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทั้ง 5 โครงการเป็นของจีนและรัสเซีย ได้แก่ วัคซีนของ CanSino Biologics จากจีน, Sinovac Biotech จากจีน ,วัคซีนของ Gamaleya Research Institute จากรัสเซีย และวัคซีนที่ Sinopharm


ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ระบุไว้ว่า มีแนวโน้มที่วัคซีนต้าน Covid-19 จะได้รับการอนุมัติในกรณีฉุกเฉิน EUA (emergency approval authorizations) จาก FDA ได้เร็วสุดในช่วงปลายเดือนธ.ค. หรือ ต้นเดือนม.ค. แต่เนื่องจากประชากรของสหรัฐมีจํานวนมากถึง 333 ล้านคน และการฉีดวัคซีนในสหรัฐจะต้องดําเนินการตามแผน National Academy of Medicine (NAM) ซึ่งกำหนดลำดับความสำคัญจากความเสี่ยงของอัตราการตาย



จับตามาตรการ QE อาจเป็นจุดเปลี่ยนราคาทองคำปี 64

นอกจากนี้ ยังมีคําถามหลายข้อที่­จะเป็นกุญแจสําคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ เช่น วัคซีนจะมีประสิทธิมากแค่ไหน ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่วัคซีนถึงกระจายได้ทั่วถึง และจะมีปัญหาด้านการผลิตหรือไม่ ฯลฯ ดังนั้นวัคซีนจะถูกกระจายอย่างทั่วถึง จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน และทําให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกกลับมาอยู่ในระดับปกติก่อนเกิดการระบาดคงยังต้องใช้เวลาอีกนานนับปี อย่างไรก็ดี นี่เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในปี 2564 เพราะหากเกิดการร่วมมือกันทั่วโลกจนทําให้สามารถกระจายวัคซีนได้ทั่วถึง และส่งผลให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้น จนทําให้ธนาคารกลางและรัฐบาลหลายประเทศเริ่ม “ถอน” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินการคลัง ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ส่งผลให้ราคาทองคําร่วงลงในปี2564 ได้เช่นกัน



กลยุทธ์ลงทุน

ระยะสั้นราคาจะดีดตัวกลับ โดยประเมินแนวต้านแรกที่ 1,893 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (38.2% Fibo Retracement สีม่วง) และ 1,902-1,901 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (เส้นค่าเฉลี่ย 21 และ 100 วัน) เป็นแนวต้านถัดไป หากการดีดตัวยังไม่สามารถกลับไปยืนแนวต้านดังกล่าวยังต้องระวังว่าเป็นเพียงการปรับตัวขึ้นเพื่อลงต่อ ดังนั้นอาจใช้จุดดังกล่าวในการแบ่งขายในระยะสั้น



ที่มา : YLG Bullion



ทั้งนี้ราคาจะมีแนวรับแรกบริเวณ 1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Low ของวันนี้) หากหลุดราคาจะลงต่อเพื่อทดสอบแนวรับถัดไป และถือเป็นแนวรับสําคัญบริเวณ 1,851-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (50.0% Fibo Expansions สีน้ำเงิน, Low ของเดือนก.ย.) ซึ่งหากหลุดจะบ่งชี้ว่าการปรับฐานยังไม่จบและราคาจะลงลึก ดังนั้น จึงแนะนําเข้าซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับสําคัญบริเวณ 1,851-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดอาจ Stop loss บางส่วนในกรณีที่รับความเสี่ยงได้น้อย



มองราคาทองคำร่วงยังเป็นจังหวะ“เข้าซื้อ”

สําหรับผู้ที่­มีทองคําในมือ หากถือสถานะเป็นจํานวนมาก แนะนําให้รอจังหวะการดีดตัว แล้วลดสถานะการถือครองทองคําลงบางส่วน โดยขายทํากําไรบริเวณแนวต้านเพื่อลดความเสี่ยง ส่วนผู้ที่­ไม่มีทองคําอยู่ในมือ ประเมินว่าการปรับตัวลงของราคาทองคํายังคงเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเช่นเดิม เพราะเร็วไปที่นักลงทุนจะวิตกเกี่ยวกับการร่วงลงของราคาทองคํา เพราะปัจจัยพื้นฐานเชิงบวกที่เคยหนุนทองคําในปีนี้ ยังมีแนวโน้มจะดําเนินต่อไปในปีหน้า ทั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และการดําเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จากธนาคารกลางต่างๆ บวกรวมกับรัฐบาลทั่วโลกโดยเฉพาะยังมีแนวโน้มจะดําเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังเพิ่มเติม ทําให้สภาพคล่องในระบบยังคงเพิ่มสูงขึ้น ภาวะดังกล่าวกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น นําไปสู่การอ่อนค่าของสกุลเงิน ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกต่อราคาทองคําได้ในระยะยาว


อย่างไรก็ดี แนะนําให้เน้นทํากําไรระยะสั้นเป็นหลักเช่นกัน รวมถึงต้องประเมินความเสี่ยงที่รับได้ก่อนเข้าสถานะ และกําหนดจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจน เนื่องจากภาพรวมราคาทองคํายังคงมีความผันผวน ทั้งนี้แนะนําหาจังหวะสะสมทองคําหากราคาไม่หลุดแนวรับ โดยแบ่งไม้เข้าซื้อและที่สําคัญต้องเหลือเงินทุนส่วนหนึ่งเพื่อเข้าซื้อในกรณีที่ทองคํามีการปรับตัวลดลงเพื่อถัวต้นทุน

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us