“หุ้นกู้” ใครว่าไม่เสี่ยง?...ถ้า “ผิดนัดชำระหนี้” ขึ้นมา-เจ็บเต็มๆ 100% นะ !!!

Wealthy Way: เมื่อก่อน “ตลาดหุ้นกู้” ต้องบอกว่าเป็นตลาดของนักลงทุนเฉพาะกลุ่มไม่ว่าจะสถาบันหรือรายใหญ่ก็ตาม แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ก็เริ่มเห็นการลงมาขายให้กับ “นักลงทุนทั่วไป” มากขึ้น ขั้นต่ำ 1,000 บาท ก็ลงทุนได้


พร้อมที่จะอัพสกิลผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากที่ “ไม่เต็มบาท” ไปสู่ระดับ 3-5% ในชั่วพริบตา ก็ยิ่งทำให้ตลาดหุ้นกู้คึกคักเป็นพิเศษ (เพราะไม่ใช่แค่รายใหญ่เท่านั้น ที่จะเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้ได้อีกต่อไปแล้ว...)


มองในแง่ “โอกาสการลงทุน” ก็ต้องถือว่าเป็น “นิมิตหมายอันดี” แต่ๆๆ...อย่าช้อปเพลิน จน “ละเลยความเสี่ยง” ไปแค่นั้นเอง


เพราะ “ติดหุ้นกู้”...อาการหนักกว่า “ติดหุ้น” มากนัก และเชื่อเลยว่า...ไม่มีนักลงทุนหน้าไหน “อยากติดหุ้นกู้” แน่นอน!!! (จะสถาบัน รายใหญ่ เทพ เซียน หรือรายย่อยก็ตาม)


ใครว่า...ลงทุน “ตราสารหนี้” ความเสี่ยงต่ำ วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กัน



“หุ้นกู้” เสี่ยงต่ำกว่า
‘หุ้น’...แต่ก็ยังเสี่ยงอยู่ดี

ในช่วงปีที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นกู้” กลับมาคึกคักสวนภาวะเศรษฐกิจซบจนมีมูลค่าการออกทะลุ 1 ล้านล้านบาท และในปีนี้ก็คาดว่ามูลค่าการออกหุ้นกู้จะไม่น้อยไปกว่าปีที่แล้วเช่นกัน


ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร...เพราะ “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ต่ำเตี้ยติดดินเช่นนี้ ถ้ามีโอกาสลงทุนที่ความเสี่ยงไม่มากนัก แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ใครล่ะจะไม่เอา? …จริงมั้ย?


สิ้นม.ค.22 หุ้นกู้เรทติ้ง BBB+ อายุ 3 ปี ผลตอบแทน 3.57%, 5 ปี 4.34%, 7 ปี 4.93% น่าว้าวทั้งนั้น!!!





จึงไม่น่าแปลกใจว่า...เราจะเห็นการ “ขายหุ้นกู้” ออกมาเป็นระยะๆ บ่อยขึ้น ทั้งในรูปแบบปกติที่จะจำกัดวงในกลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง (HNW) หรือแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ซึ่งเป็นรูปแบบปกติดั้งเดิม หรือการลงมาเจาะตลาดใหม่อย่างกลุ่ม “นักลงทุนทั่วไป” ที่มีให้เห็นกันมากขึ้น (แต่ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยอยู่นั่นเอง)


“ทำไมล่ะ...ก็ ตราสารหนี้เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับ หุ้น ไม่ใช่หรือ เสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก ก็เข้าทางเลย (ก็ตามตำราว่าไว้งั้น...แต่มันก็ยังมีความเสี่ยงอยู่นั่นเองนะ)”


แต่ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แม้แต่การฝากเงินไว้ในแบงก์ที่เรามั่นใจเต็ม 100% ก็ตาม ในส่วนของ “ตราสารหนี้” นั้น ความเสี่ยงหลักก็คือ “ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default)” ถือเป็น “อันตรายขั้นสูงสุด” ที่ไม่มีนักลงทุนคนไหนอยากจะเจอเลยแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะมือเก๋าหรือมือใหม่ก็ตามแต่


“สำหรับนักลงทุนที่ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง...โอกาสการลงทุนใน พันธบัตรออมทรัพย์ ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและค่อนข้างปลอดภัยแล้วในแง่ของ ความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ เพราะในประเทศไทยนี้ เครดิตของรัฐดีสุด แม้รัฐจะเจ๊ง ก็ยังรีดภาษี เอามาจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นให้คุณได้อยู่นั่นเอง”


ที่ต้องคิดให้มากขึ้น คือ “หุ้นกู้เอกชน” นี่แหละ...ก็ขนาดมือเก๋า นักลงทุนสถาบัน ยัง “ติดหุ้นกู้” กันมาแล้ว....ใครที่กำลังจะเดินสายนี้ ก็อย่าช้อปจนเพลินจนลืมเรื่องของ “การบริหารความเสี่ยง” ไปเท่านั้นเอง



“หุ้นกู้” ตอนผิดนัดชำระหนี้...ผลกระทบกับการลงทุนเกิดขึ้น 100
%

ที่ใช้ศัพท์ว่า “ติดหุ้นกู้” เพราะปัจจุบัน ในตลาดตราสารหนี้ไทยไม่มี “การผิดนัดชำระหนี้ (Default)” แต่ประการใด เลี่ยงบาลีไปใช้คำศัพท์ที่ฟังระรื่นหูกว่า คือ “ยืดอายุการชำระหนี้” แทนเท่านั้นเอง แต่โดยคอนเซปต์แล้ว ผลกระทบกับพอร์ตในเบื้องต้นคง “ไม่ต่างกัน” เพราะไม่สามารถชำระคืนดอกเบี้ยและเงินต้นได้ตามกำหนดเวลานั่นเอง หรือจะเรียกว่า “ติดหุ้นกู้” ก็คงไม่ผิดนัก!!!



ทำไม
?...“การติดหุ้นกู้” จึงน่ากลัวกว่า “การติดหุ้น”

ลองนึกดูว่า...คุณ “ติดหุ้น” ยังมีโอกาสให้แก้มือได้ง่ายกว่า และคนปกติทั่วไปก็มะระดับความเจ็บปวดที่แตกต่างกันไป จะลบน้อย-ลบมากเท่านั้นเอง -5%, -10%, -15%.....-50% นี่ก็น่าจะสุดๆ แล้วสำหรับ “สายหุ้น” โดยทั่วไป แต่ต้องไม่ลืมว่า...ราคาหุ้นเคลื่อนไหวขึ้น-ลงทุกวัน มากบ้าง-น้อยบ้างแตกต่างกันไป แต่จังหวะในการเอาคืน...มีแน่ อยู่ที่กลยุทธ์ของคุณแล้วล่ะ?


แต่ถ้าคุณ “ติดหุ้นกู้” ภาพมันจะออกมาคนละแนวเลยนะ





สมมติ
...คุณลงทุนหุ้นกู้ 1 ตัว หมดหน้าตัก อายุ 3 ปี เรทติ้ง BBB+ ดอกเบี้ย 3.5% หวังรับดอกเบี้ยชิลๆ ไปแบบไร้กังวล (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด...สิ่งที่คุณคิดก็ควรจะเป็นเช่นนั้น)


แต่ “การลงทุนมีความเสี่ยง”...


“หุ้นกู้” ก็เช่นกัน จะเป็นเรทติ้ง “ระดับลงทุนได้ (Investment Grade) หรือ “ต่ำกว่าระดับลงทุนได้ (Non-Investment Grade)” หรือจะกลุ่ม “ไม่มีเรทติ้ง (Non-rated) ก็ตาม ก็สามารถทำให้คุณ “ติดหุ้นกู้” ได้ทั้งนั้น ตัวอย่างล่าสุด บริษัทการบินระดับชาติก็ยังทำคนติดหุ้นกู้กันเป็นทิวแถวววว


ถ้าหุ้นกู้ตัวนี้...ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด (จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม) เงินลงทุนของคุณทั้งก้อนจะได้รับผลกระทบทั้ง 100% เลยที่เดียว ถ้าคุณลงทุนเต็มพอร์ตเพียง 1 ตัว เบื้องต้น ต้องตีไปว่า...“เจ๊ง” (ตอนเป็นเจ้าหนี้ ได้ดอกเบี้ย 3.5% ก็ปลื้มแล้ว ตอนเจ๊ง...หมดตัวเลยนะ คุณว่าโหดมั้ยล่ะ?)


“ถ้าคุณกระจายการลงทุนไว้หลายตัวหน่อย ผลกระทบกับพอร์ตก็จะลดดีกรีความเสียหายลงตามลำดับนะ”



“ติดหุ้นกู้”...เจ็บหนักและแก้ยากกว่า “ติดหุ้น”

ที่สำคัญ “ติดหุ้นกู้” แก้ยากกว่า...“ติดหุ้น” เพราะต้องเข้าสู่กระบวนการ “ติดตามทวงหนี้” นั่นเอง ซึ่งความยากง่ายก็แตกต่างกันไป (แต่รับรองไม่สนุกแน่นอน...)


ดีสุดในปัจจุบันคือ กลุ่ม “ยืดชำระหนี้” คือ จะจ่ายให้นะ แต่ขอยืดเวลาออกไปหน่อยเท่านั้นเอง


หรือ “ให้นายประกันมาชำระหนี้แทน” สำหรับหุ้นกู้ที่มีประกัน (และคนที่ค้ำประกันให้รับผิดชอบก็สบายไป)


หรือ “ถ้าหมดปัญญาชำระหนี้ก็ไปไล่เบี้ยเอากันในชั้นศาลต่อไป” คุณถือหุ้นกู้เป็นเจ้าหนี้ลำดับไหน ถ้าขายทรัพย์แล้วเหลือพอจ่ายหนี้ ก็มาเฉลี่ยคืนเจ้าหนี้ตามลำดับไป ไม่ใช่...ลงทุนไป 100 บาท จะได้คืนทั้ง 100 บาท นะ (ต้องลุ้นเอา...โชคร้ายอาจได้แค่วิญญาณ)


หรือเข้าสู่ “การปรับโครงสร้างหนี้” คุณเคยลงทุนไป 100 บาท ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว โชคดีอาจจะได้กลับมาสัก 30 บาท ก็ดีใจล่ะ อะไรประมาณนั้น (เพราะถ้าไม่ปรับ...อาจไม่ได้อะไร)


“จะเห็นว่า..ถ้า ติดหุ้นกู้ ขึ้นมาเมื่อไร ตีผลกระทบจากการลงทุนไป เต็มจำนวน ก่อนได้เลย แล้วไปลุ้นเอาเองว่าจะได้คืนมากน้อยแค่ไหน ฉะนั้น...อย่าช้อปกันจนเพลิน เพราะหุ้นกู้ที่มีปัญหาในปัจจุบันนี้ ก็มีอยู่ และก็เคยเป็นหุ้นกู้ที่ใครก็ว่าดีกันมาก่อนทั้งนั้นแหละ...แล้วเจ๊งไป ไม่ใช่จะไปเทรดหุ้นกู้ทำกำไรตีตื้นกลับมาง่ายๆ แบบ ติดหุ้น นะ อาจจะติดกันยาวๆ แล้วไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเหลือติดมือกลับมาเท่าไรด้วย ดังนั้น บริหารความเสี่ยง ของพอร์ตหุ้นกู้ของตัวเองด้วยล่ะกัน”

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us