“ภาวะเงินเฟ้อ”...ตัวอันตรายต่อ ‘มาตรฐานการครองชีพ’ ของทุกคน !!!

Where2put Ur Money: ในยุคที่ราคาสินค้า และบริการโดยเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซี่งเรียกกันว่า “ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation)” ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น หากยังเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลก


ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 อัตราเงินเฟ้อในประเทศสหรัฐอเมริกาพุ่งขึ้นสูงถึง 7.5% ซึ่งถือว่า เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1982 เลยทีเดียว เช่นเดียวกันกับกลุ่มประเทศในโซนยุโรป ที่ต่างก็เผชิญกับปัญหาภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.1% เช่นกัน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา


“โดยอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงสูงกว่า ‘เป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting)’ ของธนาคารกลางแต่ละประเทศถึง 2-3 เท่า จนทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นมากจนเกิดภาวะที่ราคาสินค้า และบริการแพงขึ้นอย่างมากมาย และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศ และเศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะถดถอยในที่สุด หากไม่สามารถควบคุมภาวะเงินเฟ้อไว้ได้”


แน่นอนว่า รัฐบาลของแต่ละประเทศจึงต้องมีการมอบหมายหน้าที่ให้หน่วยงานต่างๆ ของตนเข้ามาทำหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางด้านราคาในระบบเศรษฐกิจไม่ให้ผันผวนจนเกินไป โดยหน่วยงานดังกล่าวได้แก่


1.กระทรวงการคลัง
โดยจะดำเนินการผ่านทางนโยบายทางเศรษฐกิจ 2 ประเภท คือ

  • นโยบายการคลัง (Fiscal Policy) ซึ่งเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับรายรับ และรายจ่ายของภาครัฐ โดย “กระทรวงการคลัง” จะดำเนินการลดปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบลง ด้วยการทำให้รายรับสูงกว่ารายจ่าย ดังนี้

    • การปรับเพิ่มอัตราภาษีที่เรียกเก็บทั้งภาษีทางตรง และภาษีทางอ้อม ตลอดจนการเรียกเก็บภาษีรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อดูดซับรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชน ส่งผลให้การใช้จ่ายของประชาชนลดน้อยลง

    • การลดการใช้จ่ายของภาครัฐโดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ให้น้อยลง รวมถึงการควบคุมหนี้สาธารณะให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อชะลอการเติบโตที่มากเกินไปของระบบเศรษฐกิจในขณะนั้น

 

  • นโยบายการเงิน (Monetary Policy) ซึ่งมอบหมายให้ “ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)” เป็นผู้ดำเนินนโยบายเพื่อดูแลให้ระบบเศรษฐกิจมีเสถียรภาพทางด้านราคา โดยใช้เครื่องมือดังต่อไปนี้เพื่อดูดเงินออกจากระบบ และควบคุมภาวะเงินเฟ้อ

    • การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Policy Rate) ให้สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มสูงขึ้น เป็นการเพิ่มแรงจูงใจด้านการออม แทนการใช้จ่ายของประชาชน เช่นเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็ย่อมเพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการกู้ยืม หรือการปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบลดลง

    • การปรับอัตราเงินสำรองตามกฎหมายของธนาคารพาณิชย์ (Legal Reserve)ให้สูงขึ้น โดยปกติเมื่อธนาคารพาณิชย์ระดมเงินฝากจากประชาชน ธนาคารจะต้องสำรองเงินส่วนหนึ่งไว้ตามกฎหมาย ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็จะนำไปปล่อยสินเชื่อเพื่อให้เงินเข้าสู่ระบบต่อไป เมื่อมีการปรับอัตราเงินสำรองตามกฎหมายเพิ่มขึ้นก็ย่อมทำให้ปริมาณเงินในระบบลดลง

    • การดำเนินการผ่านตลาดการเงิน (Open Market Operation: OMO) โดย ธปท. จะแนะนำให้กระทรวงการคลังออกพันธบัตรรัฐบาลมาขาย ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์เพื่อจูงใจให้ประชาชนมาซื้อ เป็นการดูดเงินออกจากระบบนั่นเอง


2.กระทรวงพาณิชย์
ทำหน้าที่กำกับดูแลราคาสินค้า และบริการไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสหรือเอาเปรียบผู้บริโภคขึ้นราคาตามใจชอบ หรือตรึงราคาไว้ในช่วงที่สินค้านั้นขาดแคลนระยะสั้น ตลอดจนติดตาม รวบรวมข้อมูลราคาสินค้า และบริการที่ผู้บริโภคซื้อเป็นประจำทุกวัน เพื่อนำมาจัดทำเป็นดัชนีที่เรียกว่า “ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI)” ซึ่งถูกนำไปใช้ในการคำนวณหา “อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate)” อีกทีหนึ่ง


3.กระทรวงแรงงาน ทำหน้าที่ขึ้นค่าแรงตามที่ภาครัฐกำหนด เมื่อผู้ใช้แรงงานไม่สามารถที่จะดำรงชีพอยู่ได้ตามสมควรแก่มาตรฐานการครองชีพ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย หรือค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นในภาวะเงินเฟ้อนั่นเอง


“อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ‘มาตรการในการรับมือ’ กับ ‘ภาวะเงินเฟ้อ’ จะมีหลากหลายมาตรการ และแตกต่างกันไปตามหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานของภาครัฐ แต่รัฐบาลของทุกประเทศต่างก็มีหน้าที่ต้องหาแนวทางในการบริหารจัดการภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด เพราะภาวะเงินเฟ้อส่งผลกระทบโดยตรงต่อมาตรฐานการครองชีพ อันจะนำไปสู่ปัญหาปากท้องของประชาชนในที่สุดนั่นเองครับ”
ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

นักวิชาการอิสระสายการเงิน-การลงทุน ชอบสื่อสารเรื่องการเงินยากๆ ให้เข้าใจง่าย ผ่านการสอน งานเขียน และการเป็นวิทยากร ทุ่มเททั้งชีวิต หวังปลุกคนไทยให้ตื่นขึ้นมา อ่านออก-เขียนได้ทางการเงิน

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 20 ชั่วโมง
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us