เปิดมุมมองผู้ค้าทอง ราคาทองคำมีโอกาสไปต่อไหม หลังทะลุ 2,000 ดอลลาร์

นักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ขณะเดียวกันมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียส่งผลให้อุปทานพลังงาน ธัญพืช และโลหะหยุดชะงัก กระตุ้นให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก รวมถึงกระตุ้นให้เงินเฟ้อยิ่งสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงพร้อมกับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ช่วยหนุนให้ราคาทองคำพุ่งทะยานทดสอบระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 19 .. 2564 ที่ 2,000.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าแนวโน้มราคาทองคำมีโอกาสขึ้นไปทำจุดสูงสุดมากกว่านี้หรือไม่ และควรใช้กลยุทธ์การลงทุนอย่างไร


โดย Wealthy Thai ได้สอบถามไปยัง คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) หนึ่งในผู้ค้าทองรายใหญ่ของไทย กล่าวว่า ราคาทองคำมีมุมมองเชิงบวกชัดเจนมากขึ้น หลังจากราคาทองคำทะลุขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกระยะได้อย่างต่อเนื่อง  พร้อมกันนี้ราคาทองคำยังสามารถ Breakout กรอบ Triangle  ที่ราคามีการฟอร์มตัวเพื่อสะสมกำลังมาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี  อีกทั้งยังทะลุผ่านระดับสูงสุดของปี 2564 ที่ 1,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้


ขณะที่ราคาทองคำมีการยกระดับต่ำสุดขึ้น  และทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน  สะท้อนว่าราคาเคลื่อนไหวในลักษณะทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี  ระยะสั้นราคาทองคำอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป  ประกอบกับราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว  รวมถึงเกิดสัญญาณที่บ่งชี้ว่าแรงซื้อเริ่มชะลอตัวลง  เช่น  RSI Bearish Divergence ใน TF ราย 1 และ 4 ชม.  จึงทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิคที่อาจสลับออกมาเป็นระยะ



เปิดกลยุทธ์เทรดทองคำระยะสั้น

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนทองคำระยะสั้น แนะนำผู้ที่มีทองคำในมือเป็นจำนวนมาก – แบ่งขายทำกำไรบางส่วน  และถือต่อบางส่วน หากถือสถานะเป็นจำนวนมาก  แนะนำให้ลดสถานะการถือครองทองคำบางส่วน ด้วยการขายทำกำไรระยะสั้นเมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 2,031 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากผ่านแนวต้าน 2,031 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  แนะนำถือสถานะที่เหลือต่อเพื่อรอไปขายที่แนวต้านถัดไปโซน  2,075 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอการอ่อนตัวลงของราคาจึงกลับเข้าซื้อบริเวณแนวรับด้านล่าง 


ส่วนผู้ที่ไม่มีทองคำอยู่ในมือ – รอการอ่อนตัวลงเพื่อเป็นโอกาสทยอยซื้อ  โดยระมัดระวังการไล่ซื้อ โดยประเมินว่าการปรับตัวลงของราคาทองคำยังคงเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเช่นเดิม  แต่แนะนำให้แบ่งไม้เข้าซื้อ  โดยไม่เข้าซื้อที่แนวรับใดแนวรับหนึ่งเต็ม 100% ของพอร์ต  แนะนำเข้าซื้อไม้แรก  หากราคาทองคำหากสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,975-1,958 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่หากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,958 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ควรชะลอการเข้าซื้อออกไปยังแนวรับถัดไปที่ 1,929 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่การหลุด 1,929 ดอลลาร์ต่อออนซ์  จะทำให้ทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นเป็นลบมากยิ่งขึ้น  จึงอาจชะลอการเข้าซื้อออกไปเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคาอีกครั้ง



6 ปัจจัยที่ต้องติดตาม

ทั้งนี้ ราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาถูกผลักดันด้วยกระแสการลงทุน และกระแสความเชื่อมั่นในทองคำ  นักลงทุนจึงต้องติดตามข่าวสารและปัจจัยพื้นฐานอย่างใกล้ชิด  ได้แก่

  1. สถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน : หากการโจมตียูเครนโดยรัสเซียยังคงดำเนินต่อไป  จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง  จนกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

  2. ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการคว่ำบาตรรัสเซีย : รัสเซียอาจยิ่งเผชิญการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น  ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก  จนกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

  3. ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากซาอุดิอาระเบีย โดยผลิตน้ำมันวันละกว่า 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน  หากการส่งออกน้ำมันของรัสเซียส่วนใหญ่ถูกแบนอาจมีการขาดแคลนน้ำมัน 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือมากกว่านั้น และอาจส่งผลให้ราคาพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ซึ่งราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจะยิ่งกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ  ทั้งนี้  โกลด์แมน แซคส์  ระบุว่า  ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะทำให้ GDP ที่แท้จริงในเขตยูโรโซนลดลง 0.6% และลดลง 0.3% ในสหรัฐ  พร้อมกับกระตุ้นเงินเฟ้อ  ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนทองทั้งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

  4. การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น เมื่อนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ  จะทำให้นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง (Risk off) ด้วยการเทขายหุ้นจนกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเช่นกัน 

  5. กระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ : เมื่อความเชื่อมั่นในทองคำเพิ่มสูงขึ้น จะก่อให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก  สะท้อนจากข้อมูลของ SPDR  ที่บ่งชี้ว่า SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้วถึง 87.04 ตันในปีนี้

  6. ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) : แม้สถานการณ์ในยูเครนจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจนเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ  ซึ่งอาจส่งผลให้เฟดยิ่งเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ  อย่างไรก็ดี  หากเหตุโจมตียูเครนของรัสเซียส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ  อาจส่งผลให้เฟดคุมเข้มนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไปมากยิ่งขึ้น



จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครนส่งกระทบเป็นวงกว้าง และส่งผลต่อกันเป็นทอดๆ และหากยิ่งยืดเยื้อจะยิ่งลุกลามกลายเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจได้ ดังนั้น หากความตึงเครียดในยูเครนดำเนินต่อไปเชื่อว่าทิศทางราคาทองคำจะยังคงสดใส  แม้มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะจะถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ  ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นบวกต่อทองคำ


อย่างไรก็ดี  หากความตึงเครียดในยูเครนสิ้นสุดลง ทิศทางทองคำจะวกกลับ ทำให้ราคาเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนักได้ นักลงทุนจึงต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด  พร้อมปรับสถานะการลงทุนให้ทันกับสถานการณ์อยู่เสมอ

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us